วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิศวกรรมแห่งชาติ’60 ติดอาวุธเพิ่มโอกาส

“พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”...พระราชสมัญญา “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องการประดิษฐ์เครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการพัฒนาการเกษตรรูปแบบต่างๆ โดยอยู่บนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีแบบง่ายๆ ด้วยภูมิปัญญาเราเอง ใช้วัสดุภายในประเทศ

เน้นความง่ายต่อการใช้งาน การซ่อมบำรุง และราคาถูก เช่น เครื่องสีข้าว, กังหันน้ำชัยพัฒนา...สิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่พระบรมราชวงศ์...“สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์”

“วันนักประดิษฐ์” ทุกปีจึงเป็นวันที่สะท้อนมุมคิดนักประดิษฐ์ไทย ที่จะก้าวเดินเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท...ปลูกฝัง เสริมสร้าง ส่งเสริม เยาวชนไทยให้มีทุนทางสังคมในความเป็นนักประดิษฐ์ นักคิดค้น นักพัฒนา

สร้าง “นวัตกรรม” ใหม่ๆนำไปพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญ ความมั่นคงของประเทศชาติ

ยุคการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย “นวัตกรรม” เป็นอีกปัจจัยหลักในการกระตุ้นการเติบโตของงานวิศวกรรม ซึ่งวิศวกรในประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาศักยภาพให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น และเทคโนโลยีที่ผันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) มองว่า ในปัจจุบันภาพรวมอุตสาหกรรมการก่อสร้างจากการลงทุนของภาครัฐ มีมูลค่าราว 6 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี แต่ในช่วง 5 ปีนับจากนี้...มูลค่าจะขยับสูงขึ้นเป็น 2 ล้านล้านบาทต่อปี จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

อาทิ รถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งมีมูลค่าราว 8 แสนล้านบาท โครงการรถไฟรางคู่ และโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล อีกประมาณ 2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ โครงการลงทุนจากภาครัฐจะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของชุมชนเมืองและการก่อสร้างอาคาร โดยเฉพาะเมืองที่มีสถานีจอด

นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 2 เท่าตัว สูงสุดในรอบ 10 ปี

ปัจจุบันวิศวกรที่อยู่ในสาขาวิศวกรรมควบคุมมี 7 สาขา ได้แก่ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเหมืองแร่ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และสาขาวิศวกรรมเคมี มีจำนวน 250,000 คน และในปีนี้จะมีกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมเพิ่มเติมอีก 17 สาขา ได้แก่

วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมอาหาร วิศวกรรมเกษตร วิศวกรรมบำรุงรักษาอาคาร วิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย วิศวกรรมสารสนเทศ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมปิโตรเลียม วิศวกรรมสำรวจ วิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมชายฝั่ง วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมต่อเรือ วิศวกรรมพลังงาน และวิศวกรรมระบบราง...ทั้งหมดเหล่านี้เป็นสาขาวิชาชีพวิศวกรรมเพิ่มเติม

หากนับรวมสาขาที่มีการส่งเสริมด้วยแล้ว ประเทศไทยจะมีวิศวกรถึง 400,000-500,000 คน

ดร.ธเนศ ย้ำว่า การกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมเพิ่มเติม เป็นการรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัตน์ สอดรับการเติบโตขึ้นของสังคมเมือง และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งสาขาดาวเด่นคือ...วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ ที่จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

การพัฒนาศักยภาพของวิศวกรในประเทศไทยเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ วสท. ระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2560 นี้จะมีการจัดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2560” ภายใต้แนวคิด “วิศวกรรม 4.0” ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และในวาระเดียวกัน วสท.ยังได้รับเลือกจากสมาพันธ์วิศวกรรมแห่งอาเซียน (AFEO) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “CAFEO35” (Conference of the ASEAN Federation of Engineering Organizations) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งทางด้านวิศวกรรมต่อวิศวกรและผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

“วิศวกรรมแห่งชาติ 2560” จะเป็นงานที่รวบรวมเทคโนโลยีของงานวิศวกรรมจากทั่วโลก การสัมมนาให้ความรู้กับวิศวกร อาทิ เทคโนโลยีการออกแบบก่อสร้างสมัยใหม่ แบบ BIM (Building Information Modelling)...งานวิศวกรรมในกระแส...IOT: Internet of Things ...นวัตกรรมบ้านปลอดภัย Home Safety...แนวคิดการใช้ Startup ในงานวิศวกรรม...วิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ฯลฯ

ทศพร ศรีเอี่ยม ประธานการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2560 บอกว่า วิศวกรไทยจำเป็นต้องปรับตัวรองรับกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สิทธิวิศวกรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในไทยได้อาจส่งผลต่อวิศวกรไทยในบางสาขา เห็นได้ชัดจากโครงการขนาดใหญ่อย่างการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ต้องอาศัยวิศวกรจากจีนเป็นหลัก เนื่องจากเหตุผลด้านเทคโนโลยี

“ถ้ามองอุปสรรคเหล่านี้เป็นโอกาส วิศวกรไทยต้องทบทวนว่าจะปรับปรุงตนเองอย่างไร ให้ทำงานกับวิศวกรต่างชาติได้ ขณะเดียวกันจะปรับปรุงตัวอย่างไรให้สามารถเข้าไปทำงานในประเทศที่เรามีศักยภาพทางเทคโนโลยีสูงกว่า เช่น ประเทศกลุ่ม CLMV”

แน่นอนว่าก็ไม่ได้มีเพียงวิศวกรชาวไทยเท่านั้นที่เห็นโอกาส วิศวกรจากฝั่งยุโรปซึ่งเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีโลกก็มีความสนใจในโอกาสนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มวิศวกรชาวจีน โดยรัฐบาลจีนได้ปูทางโครงสร้างพื้นฐานไว้หลายโครงการแล้ว อาทิ โครงการ “ดาราสกอร์” ทางตอนใต้ของกัมพูชา ตั้งอยู่ใกล้กับสีหนุวิลล์

โครงการร่วมลงทุนจีน...กัมพูชา เพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและสนามบินนานาชาติ...เส้นทางเชื่อมโยงกับโครงการท่าเรือน้ำลึกกวนตัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมาเลเซียและฮ่องกง โดยรัฐบาลจีน

ประเด็นเกี่ยวเนื่อง...มาตรการปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ในระยะแรกอาจส่งผลกระทบต่อผู้รับเหมารายย่อย ที่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้รับเหมารายใหญ่มีการดำเนินงานตามมาตรฐานที่ถูกต้อง

“แต่...ในระยะยาวเชื่อว่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นปัญหาที่อยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนานถึงเวลาที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อให้การใช้แรงงานเป็นไปตามมาตรฐานและวัตถุประสงค์ ที่สำคัญเพื่อความมั่นคงของประเทศ”

อย่างไรก็ตาม ขอเสนอแนะว่า รัฐบาลควรทบทวนเรื่องกฎระเบียบ ขั้นตอนในการดำเนินการในการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้เอื้ออำนวยกับผู้ประกอบการขนาดกลาง...เล็ก ที่มีขีดความสามารถจำกัด เพราะในช่วงเวลานี้ประเทศไทยยังต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวในการพัฒนาประเทศ

ถึงตรงนี้คงต้องย้ำว่า ยุคไทยแลนด์ 4.0 อาชีพ “วิศวกร” จะมีบทบาทมากขึ้นและมีความท้าทายที่มากขึ้นตามไปด้วย วิศวกรไทยต้องสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างประสิทธิผลให้ได้มากกว่าเดิม รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทดแทนการใช้แรงงานคน และจำเป็นต้องเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ หลากหลายสาขา เพื่อตอบรับโอกาสของงานด้านวิศวกรรมในการก้าวสู่อุตสาหกรรมยุค 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ

“อุปสรรค” หรือ “โอกาส” ในสมรภูมิที่เปิดกว้าง ขึ้นอยู่กับ “วิศวกรไทย” ว่าจะปรับตัวเพื่อรองรับกับการแข่งขัน...ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหนอย่างไร.