วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดโหด! รองเจ้าอาวาสวัดดังอุดรฯ ใช้ขวานสับคอหนุ่ม ก่อนฝังดินโบกปูนทับ

รองเจ้าอาวาสวัดดังอุดรธานี เมาโหดใช้ขวานสับหนุ่มใหญ่ แค้นมาทวงค่าไก่ชน ก่อนบังคับให้ศิษย์วัด 2 คน และเณร ขุดหลุมฝัง ก่อนโปกปูนทับ 

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ร.ต.อ.กิตติกวินท์ อุมาฐิติพงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนถูกฆ่าฝังดิน ภายในวัดศรีบุญเรือง ต.โนนสูง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเข้าตรวจสอบในพื้นที่

ทั้งนี้ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่ว่างหลังวัด มีการนำดินลูกรังมาถมและเทปูนกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร โดยมีเด็กชายอายุ 11 ปี ซึ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ว่าใต้ลานปูนเป็นหลุมฝังศพ นายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี

ส่วนคนฆ่าคือ พระสงกรานต์ สินไชย อายุ 41 ปี รองเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ซึ่งหลบหนีไป โดยได้ใช้ขวานสับคอ หัว และใบหน้าจนเสียชีวิต เพราะมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนจะทำร้ายและเรียกให้ลูกศิษย์ อายุ 15 ปี 2 คนมารุมทำร้ายจนสลบ

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเย็นวันที่ 21 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่านายวิชาญ ได้หายตัวจากบ้านไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 ต.ค. โดยพบครั้งสุดท้ายเมื่อวันเย็นวันที่ 20 ต.ค. ที่งานศพภายในหมู่บ้าน โดยพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดทิ้งไว้ แต่ไม่พบคน

ทั้งนี้ ปกติผู้ตายจะชอบดื่มเหล้า หากมีอาการมึนเมาก็จะกลับบ้านนอน แต่ก่อนจะหายตัวไป ทราบว่าไปมีเรื่องทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้าน จึงเกรงว่าผู้ตายจะมีอันตราย ญาติจึงได้ออกตามหาแต่ก็ไม่พบ จึงมาแจ้งตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนพบตัวพยานที่เป็นอดีตเณรของวัด

เด็กชายวัย 11 ปี ที่เป็นอดีตเณรวัด และเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กล่าวว่า ช่วงเย็นที่ 20 ต.ค. พระสงกรานต์ กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนกุฏิ กับ นายบี และนายซี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ส่วนตนขณะนั้นบวชเป็นเณร นั่งเล่นเกมอยู่ภายในห้องบนกุฏิ ต่อมาเห็นผู้ตาย ซึ่งมีอาการมึนเมาขึ้นมาบนกุฏิพระสงกรานต์ แล้วออกปากทวงค่าไก่ชนที่พระสงกรานต์ติดค้าง ทำให้พระสงกรานต์ไม่พอใจและไล่ผู้ตายลงไปจากกุฏิ

ทั้งนี้ ผู้ตายไม่ยอมลงจากกุฏิ ยังพูดทวงเงินค่าไก่ชน ทำให้พระสงกรานต์ไม่พอใจ ได้ชกผู้ตายล้มลง ก่อนจะสั่งให้ นายเอ และ นายบี มาช่วยกันรุมทำร้าย จนผู้ตายสลบหมดสติ แล้วพระสงกรานต์ได้สั่งให้นายบี ไปเอาขวานในกุฏิมาให้ จากนั้นได้กระหน่ำฟันคอ ฟันหัว และฟันหน้าผู้ตายหลายครั้งจนตายจมกองเลือด

จากนั้น พระสงกรานต์ได้สั่งให้ นายเอ นายบี และตน ไปขุดหลุมฝังผู้ตายบริเวณหลังวัด ซึ่งพวกตนได้ช่วยกันขุดลึกประมาณ 80 ซม. แล้วพระสงกรานต์ได้อุ้มศพผู้ตายลงมาจากกุฏิ ก่อนจะสั่งให้พวกตนช่วยนำไปฝัง ซึ่งเลือดผู้ตายได้เปื้อนจีวรพระสงกรานต์และตน

เมื่อนำศพไปทิ้งลงหลุมแล้ว พระสงกรานต์และตนได้ถอดจีวรทิ้งในหลุมศพ ส่วนนายเอ ได้ถอดกางเกงขาสั้นทิ้งลงไปด้วย ก่อนนำต้นกล้วยมาทับ และกลบฝัง เสร็จแล้วได้เดินกลับมาที่กุฏิ พระสงกรานต์ได้สั่งให้พวกตนล้างคราบเลือดบนกุฏิให้หมด

พระสงกรานต์ขู่ว่าห้ามไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง ให้เก็บเป็นความลับ ถ้าไม่เชื่อจะฆ่าฝังดินอีกเหมือนกับนายวิชาญ ก่อนจะเข้าไปนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอรุ่งเช้า หลังฉันอาหารเสร็จ ตนจึงขออนุญาตพ่อและแม่สึกกลับไปอยู่บ้าน มาทราบภายหลังว่าญาติผู้ตายได้ไปแจ้งความคนหาย และตำรวจได้ติดตามหา ตนจึงได้เล่าให้พี่ชายฟัง พี่ชายจึงให้ตนมาบอกตำรวจ

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสืบสวนเชิงลึก ทราบว่า พระสงกรานต์ หรือ นายสงกรานต์ พื้นเพเป็นคนบ้านหนองแคน แต่พ่อแม่ได้ย้ายครอบครัวไปอยู่บ้านโนนสะอาด จ.หนองบัวลำภู ต่อมา พ่อแม่เสียชีวิต นายสงกรานต์จังได้บวชหน้าไฟ และไม่สึกอีกเลยรวม 13 พรรษา

กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน ได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองแคน จนได้เป็นรองเจ้าอาวาส แต่มีพฤติกรรมนำเด็กวัยรุ่นมามั่วสุมในกุฏิ ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ และเสพยาบ้า แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวาย หรือว่ากล่าวตักเตือน กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าฝังดินดังกล่าว

ทั้งนี้ ตำรวจได้กันเด็กชายวัย 11 ปี ไว้เป็นพยาน ส่วน นายเอ และนายบี แจ้งข้อหา “ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ” และจะได้ติดตามนายสงกรานต์มาดำเนินคดี “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป