วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นภาพยนตร์ สร้างแรงใจในการดำรงตนเป็นคนดีของสังคม

อลงกต เอื้อไพบูลย์, ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ, พรพิพัฒ ลักษณะสุต.

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมสร้างพลังใจแก่ชาวไทยในช่วงเวลาของการโศกเศร้า บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดทำโครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุด “ค่ำแล้ว แว่วเสียง...ในดวงใจนิรันดร์” (2560) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนได้คิด ได้ตระหนักถึงการดำรงตนเป็นคนดี ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์อีกวาระหนึ่ง โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3 บทเพลง ได้แก่เพลง ค่ำแล้ว, Echo (แว่ว) และ ในดวงใจนิรันดร์ ไปบรรเลงและขับร้องเพื่อประกอบภาพยนตร์สั้นและ ภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้

ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กร บุญรอดบริวเวอรี่ ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้ริเริ่มโครงการเพื่อเผยแพร่พระปรีชา สามารถด้านดนตรีและบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง ร.9 มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่โครงการผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติชุด “คีตราชา” (2557), ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ “คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์” (2558), ภาพยนตร์ “พรจากฟ้า” ในโครงการ New Year’s Gift เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (2559) และโครงการโปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ (2557-2560) ที่สนับสนุนโอกาสด้านดนตรีคลาสสิกแก่เยาวชน สำหรับในปีนี้ จึงตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคน ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์อีกวาระหนึ่ง โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว”, “Echo” (แว่ว) และ “ในดวงใจนิรันดร์” มาเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง เปรียบเสมือนพระองค์ท่านยังประทับอยู่กับเรา และประทับอยู่ในใจชาวไทยตลอดเวลา โดยหวังให้ภาพยนตร์ในโครงการนี้ ได้สร้างแรงบันดาลใจแก่คนไทยในการดำเนินชีวิตและเป็นคนดีของสังคม ตามคำสอนที่ถ่ายทอดมาจากพระบรมราโชวาท โดยจะเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, Line TV รวมทั้งสื่อออนไลน์ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุด “ค่ำแล้ว” กำกับโดย พรพิพัฒ ลักษณะสุต กล่าวว่า เพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” เป็นเพลงลักษณะเพลงกล่อม จึงตีความเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก มีทั้งความสัมพันธ์ของแม่และลูกที่ต้องห่างกัน, เรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยวในเมืองกรุง, คนงานอีสานที่พร้อมทำงานหนักเพื่อลูก และลูกชาวประมงที่ต้องตัดสินใจระหว่างการเที่ยวและการเป็นลูกชายที่ดี สัญลักษณ์ของ “ค่ำแล้ว” คือ ดวงจันทร์ เปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำใจ ให้คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เลือกเดินไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อตัวเองและครอบครัว

เรื่องที่สอง เป็นการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ “Echo” (แว่ว) มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลง โดย อลงกต เอื้อไพบูลย์ ซึ่งบอกเล่าว่า ตนต้องการให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่นได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในด้านดนตรี จึงเลือกทำภาพยนตร์สั้นที่มีกลิ่นอายของมิวสิกวีดิโอ ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์ Echo มีท่วงทำนองที่ทันสมัย เข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย จึงนำเรื่องราว 4 เหตุการณ์ที่เห็นในชีวิตประจำวัน อย่าง นักเรียนตีกัน, คนขับรถปาดหน้า, เจ้าหน้าที่รับสินบน, เด็กนักเรียนที่ไม่สนใจเรื่องเรียน ดูแต่มือถือ มาสะท้อนให้ได้เห็นถึงช่วงเวลาที่จะทำผิด ได้ยินเสียงแว่วมาจากฟ้า ทำให้คนเหล่านี้ฉุกคิดถึงคำสอนของพระองค์ท่าน ที่ให้เราเป็นคนดี ทำให้พวกเขากลับใจไม่กระทำผิด

สุดท้าย ราจิต แสงชูโต ผู้กำกับที่ถ่ายทอดมุมมองภาพยนตร์ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” กล่าวว่า ตั้งใจที่จะบอกว่า แม้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว แต่ยังทรงสถิตอยู่ในห้วงความคิดคำนึง ไม่ว่าจะทรงอยู่แห่งหนใด ในทุกสายลม แสงแดด สายฝน ในทุกกิจกรรมและทุกจังหวะชีวิต นอกจากนี้ เนื้อร้องในเพลงนี้ตีความได้หลายมิติ จึงนำมาร้อยเรียงเป็นภาพ เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและรู้สึกเสมือนว่า ในยามที่เราสูญเสียและขาดที่พึ่ง เราก็ยังสัมผัสได้ถึงพระเมตตากรุณาที่พระราชทานแก่ชาวไทยทุกคนตลอดไป.