วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระนิคม-น้องชาย ยืนยัน เจ้าคุณนิมิตร ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น

พระมหานิคม เผย เจ้าคุณนิมิตรเป็นคนไทยแน่นอน ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่นอย่างที่ตกเป็นข่าว ขณะที่น้องชายแท้ๆ ยัน การยื่นขอสัญชาติไทย ทำถูกต้องตามกฎหมาย...

วันที่ 23 ต.ค. 60 พระมหานิคม (พระมหาภินิกขมโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอารามหลวง วัดท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ รักษาการเจ้าอาวาสวัดภาวะนานิมิตร (น้ำยอน) หมู่ 14 ต.ท่าตอน และผู้อำนวยการ โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดท่าตอน กล่าวว่า อาตมาเคยบวชเรียนในวัดเดียวกับท่านเจ้าคุณนิมิตร เมื่อปี พ.ศ.2528 โดยมีพระคู่สวด 2 รูป เวลานี้ยังมีชีวิตอยู่คือ พระอาจารย์จรูญ จันทมาลัย ซึ่งเป็นพระเปรียญธรรม 9 ประโยค คนแรกของ จ.เชียงใหม่ และอาจารย์อนันต์ มูลวอ เปรียญธรรม 8 และมีพระครูวุฒิญานพิสิทธิ์ (พระครูวิลาส) เจ้าคณะอำเภอฝาง วัดปัณนาราม (ต้นหนุน) เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งตามข่าวที่หลายสื่อเสนอว่า พระเทพมังคลาจารย์ (ท่านเจ้าคุณสมาน) เป็นพระอุปัชฌาย์ให้เจ้าคุณนิมิตรนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะตราตั้งพระอุปัชฌาย์ ได้รับเมื่อปี พ.ศ.2533 เวลานั้นมีนามว่า พระครูวิมลกิตติสาร (กิตติโสภโณ) ซึ่งเป็นนามเดิมของพระเทพมังคลาจารย์ ส่วนเรื่องที่ท่านเจ้าคุณนิมิตรเป็นพม่าพลัดถิ่นไร้สัญชาตินั้น ขอยืนยันว่าเป็นคนไทย

พระมหานิคมกล่าวถึงกรณีคนไทยตกหล่นว่า อาตมาเป็น 1 ในคนไทยตกหล่นจากปี พ.ศ.2516 ใช้เวลาร่วม 21 ปี ในการแก้ไข มีขั้นตอนยุ่งยากมากในสมัยก่อน ต้องมีการยื่นเอกสารหลายขั้นตอน โดยอาตมายื่นเรื่องกับอำเภอมาไม่ต่ำกว่า 15 ครั้ง ยื่นกระทรวงมหาดไทยอีก 4 ครั้ง จนกระทั่งถึงการขอถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ.2537 มีพระลิขิตให้กรมการปกครองทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนได้นำเข้าทะเบียนราษฎร์เมื่อปี พ.ศ.2537 ซึ่งนายกฤษฎา บุญราช (อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย) เป็นนายอำเภอแม่อาย 


ด้านนายชาญชัย ศรีวชิรพันธ์ หรือ หนานจิ่ง อายุ 49 ปี อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน ซึ่งเป็นน้องชายเจ้าคุณนิมิตร กล่าวถึงการได้มาของสัญชาติไทยของชาวตำบลท่าตอน หลังจากพระมหานิคมถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แล้ว ได้รับการแก้ไขเป็นครอบครัวแรกที่อำเภอแม่อาย ในปี พ.ศ.2537 จากนั้นชาวบ้านที่มีกรณีคล้ายกัน ได้เข้าขอสถานะต่อนายอำเภอแม่อาย ช่วงนั้นนายกฤษฎา บุญราช เป็นนายอำเภอ ได้ดำเนินการแก้ไขช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาในช่วงปี พ.ศ.2539 จนถึงปี  พ.ศ.2544 ทุกคนได้รับการคืนสัญชาติในสถานะคนไทยตกหล่น ไม่ได้แปลงสัญชาติ โดยหมายเลขบัตรประจำตัวตัวแรกเป็นหมายเลข 5 หมายถึงคนไทยตกสำรวจ เมื่อผ่านกระบวนการทางการปกครองเรื่องสัญชาติมา ก็มีการสั่งเพิกถอนจำหน่ายออกจากทะเบียนราษฎร์อีกในปี พ.ศ.2545 โดยกรมการปกครอง ต่อมามีการต่อสู้เพื่อให้มาซึ่งสัญชาติไทยในชั้นศาล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545-48 เป็นการต่อสู้ในศาลตามกฎหมาย ต่อมาศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดได้ให้คืนสถานะจากการถูกเพิกถอนไปในครั้งก่อน โดยให้นำรายชื่อทั้งหมดกลับเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมทั้งจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน และหลักฐานทะเบียนราษฎร์อื่นๆ ด้วย