วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้ ก.ม.อนาคตในปัจจุบัน


ความขัดแย้งเรื่องการสรรหาและการแต่งตั้งองค์กรอิสระ กลายเป็นวิวาทะระหว่างผู้ที่เห็นต่างเป็นระยะๆ ทั้งๆที่องค์กรที่เกี่ยวข้องที่เรียกว่าแม่น้ำ 5 สาย ต่างมีที่มาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ล้วนแต่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

ต้นเหตุสำคัญของความขัดแย้ง เนื่องจากหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ โดยปกติมักจะมีบทเฉพาะกาล ให้องค์กรอิสระต่างๆอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ แต่คราวนี้มีการโละกรรมการองค์กรอิสระบางองค์กรให้พ้นตำแหน่งทั้งคณะ โดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติ แต่บางองค์กรอยู่ต่อได้ และมีเสียงนินทาว่าเพราะทำความชอบฟอกขาวให้รัฐบาล

องค์กรอิสระที่ต้องโดนรีเซตพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ได้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้วยข้อหาขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่ ที่กำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระไว้ขั้นเทพ เช่น กกต.ต้องเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือศาสตราจารย์ หรือผู้บริหารสูงสุดรัฐวิสาหกิจ หรือทำงานภาคประชาสังคม 20 ปี

กสม. และ กกต.ยกธงขาวยอมแพ้ เพราะรู้ดีว่าไม่มีพลังอำนาจที่จะมาต่อกรกับ สนช. หรือ กรธ. ซึ่งมีอำนาจพิเศษหนุนหลัง ส่วนที่ขัดแย้งอยู่ในขณะนี้ คือกรณีที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. ต้องการสมัครเข้ารับตำแหน่งต่อ แต่มีเสียงคัดค้านว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมายใหม่ ที่ห้ามผู้ที่เคยเป็นผู้ว่าการ สตง.สมัครเข้ารับตำแหน่งต่อ

นายพิศิษฐ์ยืนยันว่าตนมีสิทธิ์ โดยอ้างคำสั่ง คสช.ซึ่งยังใช้บังคับอยู่ ส่วนฝ่ายคัดค้านอ้าง “ร่าง” พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินฉบับใหม่ ห้ามอดีตผู้ว่าการ สตง.สมัครเข้ารับตำแหน่งอีก แต่ร่าง พ.ร.ป.ใหม่ยังไม่ได้ประกาศใช้ ฝ่ายหนึ่งอ้างกฎหมายเดิมคือคำสั่ง คสช. อีกฝ่ายหนึ่งอ้าง “ร่าง พ.ร.ป.” จะเอา “กฎหมายอนาคต” มาใช้กับปัจจุบัน?

สาเหตุของความขัดแย้งส่วนหนึ่ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจน แต่เปิดช่องให้เขียนไว้ในกฎหมายลูก จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของ กรธ. และ สนช. หากสององค์กรเห็นพ้องกันจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเห็นต่างกันอาจทำให้กลายเป็นเรื่องยืดเยื้อ อาจต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทำให้การออกกฎหมายลูกล่าช้า ถ้าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับเลือกตั้งจะมีปัญหาแทรกซ้อน

น่าสงสัยว่ามีวาระซ่อนเร้นทาง การเมืองหรือไม่? ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกฎหมายลูก 4 ฉบับ ที่จะต้องประกาศใช้ก่อนการเลือกตั้ง หากยืดเยื้อเรื้อรังออกไป จะทำให้เลื่อนกำหนดการเลือกตั้งออกไปได้เรื่อยๆ ต่างจากรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ระบุว่า ถ้า สนช.พิจารณาร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับ ไม่ทันกำหนด ให้นำร่างของคณะกรรมาธิการทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย.