วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขย่มสนช. สกัดพิศิษฐ์ ศรีสุวรรณชี้ผวา สอบบิ๊กเรือแป๊ะ

“ศรีสุวรรณ”ชี้ร่าง พ.ร.บ.สตง. ส่อขัดรัฐธรรมนูญ ข้องใจ สนช. กลัว “พิศิษฐ์” ตลบหลังสอบ “บิ๊กเรือแป๊ะ” ทำไม่ชอบมาพากล เลยต้องสกัดไว้ก่อน สนช.ยกศักดิ์ ก.ม.ลูกเหนือคำสั่งหัวหน้า คสช. “สมชาย” แซะคนเป็นแล้วต้องรู้จักพอ เปิดทางคนอื่นบ้าง สะกิด คตง.จะส่งชื่อใครดูให้ดีก่อน กรธ.ยอมรับมีปัจจัยเหนือการควบคุมทำโรดแม็ปเขยื้อน กกต.ลุยยกร่างระเบียบพรรคการเมือง พท. ไล่ทวงสัญญาปลดล็อกพรรค “ไก่อู” โยน ปภ.ต้นเรื่อง แจงจัดซื้อเครื่องจับความเร็ว

หลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการปรับแก้เนื้อหาเพื่อกีดกันนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง. ในการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง.ใหม่นั้น

“ศรีสุวรรณ” ชี้ ก.ม.สตง.ขัด รธน.

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาก่อนร่างกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ถือว่าเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.มาก่อน ส่งผลให้ไม่สามารถลงสมัครรับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง.ได้ว่า กฎหมายดังกล่าวอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 241 วรรคสอง มาตรา 238 วรรคสอง เพราะขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค อีกทั้งรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ว่าการ สตง. เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่ไม่มีมาตราใดบัญญัติว่า ห้ามอดีตผู้ว่าการ สตง. ลงสมัครรับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง.คนใหม่

สกัด “พิศิษฐ์” ตลบหลังเรือแป๊ะ

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การเขียนบทเฉพาะกาลเช่นนี้ เผยถึงธาตุแท้ของคนที่ออกแบบและพิจารณากฎหมาย ว่ามีอคติต่อบุคคลที่มีแนวโน้มสมัครเป็นผู้ว่าการ สตง. ที่ตนเองไม่ชอบหรือไม่ จึงทำลายหลักการกฎหมายเช่นนี้ ขอให้ สนช.เคารพเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ อย่านำอคติส่วนตัวมาใช้ออกแบบองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ หากพิจารณาประเด็นนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง. ที่จะลงสมัครรับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง. พบว่ามีคำสั่ง คสช.ที่ 71/2557 ให้การคุ้มครองและมีผลบังคับใช้อยู่ ที่สำคัญผลงานของนายพิศิษฐ์ที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมว่ามีคุณภาพเช่นไร หรือ สนช.กลัวว่าหากได้นายพิศิษฐ์กลับมาเป็นผู้ว่าการ สตง. จะไปตรวจสอบบิ๊กๆเรือแป๊ะทั้ง 5 สาย ที่กำลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่หรือไม่

สนช.ยกศักดิ์ ก.ม.เหนือคำสั่ง คสช.

นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิก สนช. ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวตอบโต้นายศรีสุวรรณว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่มีเนื้อหาขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจน ไม่อนุญาตให้ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระใดกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีก ไม่เฉพาะแค่ สตง. แต่รวมถึงองค์กรอิสระทุกหน่วยงาน ดังนั้น นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส คงไม่สามารถสมัครเข้ารับการสรรหาได้ เพราะมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง ส่วนการอ้างคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 71/2557 ให้การคุ้มครองอยู่นั้น ตามหลักการแบ่งลำดับชั้นกฎหมายไว้ 3 ระดับ คือ 1.รัฐธรรมนูญ 2.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3.พ.ร.บ.ทั่วไป ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช. มีหลักเกณฑ์กฎหมายชัดเจนว่าสามารถยกเลิกได้ หากออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องขึ้นมาแทนที่ ดังนั้นเมื่อมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว ย่อมนำมาใช้แทนคำสั่งหัวหน้า คสช.ได้

“สมชาย” แซะเป็นแล้วให้รู้จักพอ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. กล่าวว่า คาดว่า กรธ. และ สตง. คงไม่โต้แย้งร่าง พ.ร.บ.ฯ ที่ สนช.ให้ความเห็นชอบ จนต้องตั้งกรรมาธิการร่วม ยืนยันว่า สนช.ดำเนินการถูกต้อง ไม่มีอคติ และเขียนรายละเอียดชัดเจน อาทิ กรณีห้ามอดีตผู้ว่าการ สตง.สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง. ไม่ใช่การกีดกันไม่ให้ใครลงสมัคร หรือเขียนกฎหมายเล่นงานใคร ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายพิศิษฐ์ไปตีความให้วุ่นวาย ไปอ้างคำสั่งหัวหน้า คสช.คุ้มครองให้ลงสมัครได้ ทั้งที่เมื่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เมื่อไร คำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวกับร่างกฎหมายนั้นจะหมดลงทันที เมื่อเคยเป็นมาแล้วต้องให้คนอื่นได้เป็นบ้าง คนเคยเป็นมาแล้วต้องรู้จักพอ คนอื่นที่มีความรู้ ความสามารถในประเทศอีกจำนวนมากจะได้เข้ามา อย่าไปดื้อดึง ทุกอย่างควรพอดีและพอเพียง

สะกิด คตง.จะส่งชื่อใครมาดูให้ดี

นายสมชายกล่าวว่า ส่วนที่นายพิศิษฐ์ไปสมัคร รับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง.แล้วนั้น เป็นสิทธิที่ทำได้ หากได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) ก็มีสิทธิได้เป็นผู้ว่าการ สตง. แต่ถามว่าจะอยู่ได้กี่วัน เพราะหากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินมีผลบังคับใช้เมื่อใด ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนมาก ฝากไปถึง คตง.ว่าให้พิจารณากฎหมายให้เป็นไปตามเจตนาที่ สนช.ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ เลือกใครไปแล้วต้องรับผิดชอบ ควรเลือกคนที่มีคุณลักษณะถูกต้อง เวลาส่งชื่อมาให้ สนช.ตรวจสอบจะได้ไม่หน้าแตก

“อมร” ยัน ก.ม.เลือก ส.ส.ไร้ปัญหา

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีสมาชิก สนช.บางคนเป็นห่วงว่าอาจมีคนไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จนทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งยืดออกไปจากเดือน พ.ย.2561 ว่า เท่าที่ทราบมีความกังวลเรื่อง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กันมาก กรธ.ก็เคยกังวลเรื่องการคิดสัดส่วน ส.ส. แต่ตอนนี้ไม่กังวลแล้ว เพราะมีสูตรคำนวณที่ดูแล้วเข้าใจง่าย ไม่ยากไม่ซับซ้อน เรายังไปคิดว่าตัวที่ดูแล้วอาจเป็นเรื่องถกเถียงมากกว่าคือการเลือกกลุ่มของ ส.ว. หรือวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว. ถ้าจะมีข้อถกเถียงอะไรคงเป็นทางนั้นมากกว่า แต่ขอย้ำว่า กรธ.ไม่ได้มองว่าจะมีปัญหาอะไร

รับมีปัจจัยเหนือการควบคุม

เมื่อถามว่าจะทำให้กระบวนการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีปัญหา จนกระทบถึงโรดแม็ปต้องยืดออกไปหรือไม่ นายอมรตอบว่า เรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมมีหลายเรื่องเหมือนกัน เราก็ไม่รู้ว่าจะมีปัจจัยอื่นอะไรอีก เช่น การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ผ่านหรือไม่ผ่าน การพิจารณาของ สนช.เราก็บอกไม่ได้ เราต้องบอกแบบไม่ใช่ฟันธงได้ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้ากฎหมายลูกผ่านก็เดินไปตามโรดแม็ป ถ้าไม่ผ่านก็กลับมาร่างใหม่โดย กรธ. แต่คิดว่าไม่น่ายื้อเวลาไปนานมาก เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็นได้ เพราะเวลาเราแก้จริงๆ เราคงไม่ยกร่างใหม่ แต่แก้ในส่วนที่ถูกท้วงติงไม่เห็นด้วยเท่านั้น

“พรเพชร” จ่อดัน ก.ม.ป.ป.ช. เข้า สนช.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ ว่า การทำงานของ สนช.และ กรธ. มีการประสานงานกันตลอด วันที่ 31 ต.ค. ที่ กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มายัง สนช. จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.)ทันที เพื่อบรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุม สนช. คาดว่าบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมสนช.ในวันที่ 2 พ.ย. เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามกรอบเวลา

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า การประชุม กรธ.วันที่ 24-25 ต.ค.นี้ จะพิจารณากฎหมายลูก ที่ยังไม่เสร็จ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กำลังให้ฝ่ายเลขาฯดำเนินการให้เรียบร้อย คงตรวจสอบทบทวน เพิ่มหรือตัดบางส่วนที่อาจตกหล่น ให้ชัดเจน โดย กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. ไปให้ สนช. ในวันที่ 31 ต.ค.

กกต.ลุยร่างระเบียบพรรคการเมือง

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ว่า กกต.กำลังพิจารณาร่างระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด กกต.จะพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพื่อให้กฎหมายออกมาสมบูรณ์ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก หากเราทำไม่ดีแล้วมีปัญหาติดขัดจะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติได้ ยืนยันว่าการพิจารณาร่างระเบียบและประกาศต่างๆ เราไม่มีความกังวลใดๆทั้งสิ้น เพราะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

พท.ทวงสัญญาปลดล็อกพรรค

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กกต.เป็นห่วงเรื่องเงื่อนเวลาการประกาศร่างระเบียบ กกต. ลงในราชกิจจานุเบกษา หากยิ่งประกาศช้าพรรคการเมืองยิ่งมีเวลาทำกิจกรรมน้อยลง ว่าสิ่งที่ กกต.พูดเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว พรรคการเมืองต่างๆต้องเร่งดำเนินการตามเงื่อนเวลาที่กำหนด เช่น การเช็กจำนวนสมาชิกตามสาขาในแต่ละจังหวัด การตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกพรรค ที่ไม่แตกต่างจากผู้สมัคร ส.ส. และภายใน 180 วันต้องคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนออกข้อบังคับพรรคให้เสร็จ เงื่อนไขเหล่านี้หากดำเนินการตามเงื่อนไขไม่เสร็จจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งไม่ได้ เป็นความยุ่งยากของพรรคเก่า ต่างจากพรรคใหม่ที่แค่จดทะเบียนจัดตั้งพรรคเท่านั้น ดังนั้น เมื่อรัฐบาลประกาศว่าภายหลังงานพระราชพิธีเสร็จสิ้น จะมีความชัดเจนเปิดให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมได้ เรารอได้ แต่หาก คสช.ปลดล็อกช้าไปเกิดปัญหาแน่นอน จึงต้องเร่งปลดล็อกทันทีหลังงานพระราชพิธีเสร็จสิ้น

โยน ปภ.แจงซื้อเครื่องจับรถซิ่ง

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเครื่องตรวจจับ ความเร็วแบบพกพา จำนวน 849 เครื่อง วงเงินกว่า 573 ล้านบาทว่า เป็นเรื่องที่ ปภ.เสนอเข้ามา ครม. รับฟังเหตุผลจาก ปภ.แล้วจึงอนุมัติ ส่วนรายละเอียดคงต้องให้ ปภ.ชี้แจงถึงจะตรงที่สุด ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์กันนั้น นายกฯรับฟังข้อมูล ตรงไหนที่ไม่ตรงกันหน่วยงานต้องชี้แจงต่อสังคม แต่คำวิจารณ์อะไรที่มีน้ำหนักต้องรับไปแก้ไข ยืนยันตรวจสอบความโปร่งใสได้ ถ้าใครพบการกระทำที่ไม่ชอบ สามารถส่งให้รัฐบาลได้ทุกช่องทาง แล้วหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ จะรับไปดำเนินการ หากพบการกระทำผิดจะมีบท ลงโทษ รัฐบาลไม่ปกป้องผู้กระทำผิดแน่นอน

ปัดนายกฯสั่งทุบทำลายเทวรูป

พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวถึงกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. สั่งให้รื้อถอนทุบทำลายรูปปั้นองค์เทพ หรือสิ่งที่เป็นความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับหลักทางศาสนา ออกทุกวัด ว่า ไม่เป็นความจริง ความจริงคือการดำเนินงานภายในของคณะสงฆ์ ที่พิจารณาว่าสิ่งใดถูกต้องเหมาะสม นายกฯรับทราบข้อมูลว่า มหาเถรสมาคมมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าคณะทุกเขตใน กทม. และทั่วประเทศ เรื่องการห้ามติดแผ่น ป้ายโฆษณาพระเครื่องวัตถุมงคล ด้วยการโฆษณาสรรพคุณอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ โดยไม่คำนึงถึงหลักธรรมคำสอน จึงต้องสอดส่องดูแลการโฆษณาจัดสร้างพระบูชา วัตถุมงคล ให้มีการเผยแผ่ธรรมะอย่างถูกต้อง นายกฯเน้นย้ำว่ากรณีดังกล่าวเป็นดุลพินิจของคณะสงฆ์ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักธรรมคำสอนและพระวินัย โดยแต่ละวัดจะพิจารณารื้อถอน ทุบทำลายรูปปั้นหรือเทวรูปที่อยู่ภายในวัด รวมทั้งงดจำหน่ายพระบูชาและวัตถุมงคลเอง ส่วนของพุทธศาสนิกชนเชื่อว่าส่วนใหญ่เข้าใจและยอมรับได้

จี้ “สมคิด” แจงปมเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก

อีกเรื่อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีโฆษกเฟซบุ๊กแถลงปฏิเสธการเดินทางมาเยือนประเทศ ไทย ซึ่งมีคิวจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังแถลงยืนยัน ด้วยตัวเอง ว่า นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้บริหารเฟซบุ๊ก จะมาประเทศไทย และจะเข้าพบในวันที่ 30 ต.ค.ว่า คงต้องถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หลังจากหายป่วย ว่ามีปัญหาในการติดต่อสื่อสารอย่างไร ถือเป็นการเสียเครดิตอย่างมาก ไม่แน่ใจว่ามีการยืนยันกันแต่แรกหรือไม่ เพราะเฟซบุ๊กเป็นบริษัทเทคโนโลยีสมัยใหม่ คงไม่อยากมีภาพสนับสนุนแนวทางที่ไม่น่าจะใช่ทิศทางของคนรุ่นใหม่ นโยบายรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซิงเกิลเกตเวย์ และการควบคุมข้อมูลในเฟซบุ๊ก ยังตรงข้ามกับแนวทางของเฟซบุ๊กในการปกป้องและส่งเสริมเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะปฏิเสธการมาเยือนในครั้งนี้

เย้ยหน้าแตกหนนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

นายพิชัยกล่าวอีกว่า หากยังจำกันได้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายสมคิดเสียเครดิต ก่อนหน้านี้ นายแจ๊ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบามาเยือนไทยหลายหน และ นายสมคิดก็ไปเยือนจีน แต่สุดท้ายกลับไปเลือกประเทศ มาเลเซียเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า ทั้งที่ภูมิศาสตร์ประเทศไทยเหมาะสมมากกว่า ต่อมารัฐบาลแถลงแก้เก้อว่า นายแจ๊ก หม่า จะลงทุนในไทยมากกว่าที่มาเลเซีย นับเป็นการเสียเครดิตซ้ำซ้อน ถ้าประเทศไทยมีการปกครองที่เป็นที่ยอมรับ คงไม่เสียโอกาสเช่นนี้ ดังนั้น การกลับสู่ระบอบการปกครองที่เป็นที่ยอมรับโดยเร็ว จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะทำให้ประเทศ ไทยก้าวหน้าต่อไปได้