วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้นธาร“คลังคำ”แสดงความอาลัย : ถวายในหลวงรัชกาลที่9

เป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนภารกิจการสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่างๆ

โดดเด่นด้านการสร้างภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น

และเชื่อมโยงสังคมให้ใช้ “คำราชาศัพท์” ได้เหมาะสมในห้วงแสดงความอาลัยแด่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”

องค์กรนี้คือต้นธารแห่ง “คลังคำ-คลังความรู้” ของศาสตร์สาขาต่างๆ ซึ่งมีปราชญ์กระจายอยู่ตามสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักศิลปกรรม ได้ค้นคว้า วิจัย บำรุงสรรพวิชา จนตกผลึก ก่อนนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ในนาม “ราชบัณฑิตยสภา”

“ราชบัณฑิตยสภา” กำลังก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆด้าน “คลังคำ-คลังความรู้” ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้อย่างไร ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ นายกราชบัณฑิตยสภา ได้แย้มความคิดและเปิดใจให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

โดยชี้ให้เห็นถึงพันธกิจสำคัญๆถึงการให้ความเห็น คำแนะนำ คำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของเอกชน ประชาชน

รวมถึงการอนุรักษ์ภาษาไทยมิให้แปรเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี ในทางที่เสื่อม คนไทยย่อมภูมิใจภาษาไทย แสดงให้เห็นถึงประเทศไทยไม่เคยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของต่างประเทศ

สิ่งที่สำคัญเราต้องพยายามกระตุ้นจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน เห็นคุณค่าของภาษาไทยและเอกลักษณ์ความรักชาติ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมต่างๆไหลบ่าเข้ามา ถ้าเด็กและเยาวชนไร้ภูมิต้านทาน ย่อมจะซึมซับสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเหมาะสมเข้าไปได้

ฉะนั้น จะต้องกระตุ้น ปลูกฝังเด็กให้เห็นว่าเราเป็นชาติที่น่าภาคภูมิใจมากในความเป็นไทยซึ่งมีภาษาลักษณะพิเศษ มีคำใช้ที่ลึกซึ้งมากกว่าภาษาอื่น

พร้อมยังทำงานเชิงรุกเดินหน้า “ราชบัณฑิตยสภาสัญจร” เปิด “แอพพลิเคชั่นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน” “แอพพลิเคชั่นอ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร” “แอพพลิเคชั่นชื่อบ้านนามเมือง” “แอพพลิเคชั่นภาษาอาเซียนฉบับราชบัณฑิตยสภา” เพื่อช่วยให้คนไทยใช้ภาษาไทยได้ง่าย เข้าถึงแหล่งอ้างอิงได้สะดวกรวดเร็วแค่ปลายนิ้ว

ปัจจุบันเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งอยู่ในความสนใจของพสกนิกรทุกคน ที่เทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจึงตั้ง “คณะกรรมการเฉพาะกิจจัดทำอธิบายคำราชาศัพท์”

มี “อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์” ราชบัณฑิต เป็นประธาน น.ส.สุปัญญา ชมจินดา เลขานุการกรมและโฆษกสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เป็นหนึ่งในกรรมการ เพื่อให้ข้อมูลและความรู้แก่นิสิตนักศึกษา ประชาชน สื่อมวลชน หรือใครก็ตามที่อยากรู้ คณะกรรมการชุดนี้พร้อมที่จะตอบคำถามด้วยความภาคภูมิใจ

ตอนนี้เราเน้นราชาศัพท์เกี่ยวกับ “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” เผยแพร่คำอธิบายผ่านรายการ “รู้รักภาษาไทย” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และเผยแพร่การใช้ราชาศัพท์ที่ถูกต้องผ่านสื่อออนไลน์ของสำนักงานราชฑิตยสภา www.royin.go.th  เฟซบุ๊กราชบัณฑิตยสภา หรือถ้าหากใครอยากทราบอะไรให้โทรศัพท์มาที่หมายเลข 0-2356-0466 ถึง 70 ในเวลาราชการ เราจะตอบได้ทันที

เช่น คำว่า “พระยานมาศสามลำคาน” ได้รับการสร้างขึ้นใหม่เมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สำหรับเชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพโดยขนบนิยมในราชประเพณี

ต่อมาในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีความอ้างถึงพระยานมาศในจดหมายเหตุครั้งนั้นว่า เจ้ากรมพระตำรวจทั้งแปดกรม แต่งตัวนุ่งสมปักลายใส่เสื้อครุยขาว ขัดกระบี่ แห่พระบรมโกศขึ้นประดิษฐานเหนือพระยานมาศสามคาน

“พระยานุมาศสามคาน” ปัจจุบันเรียกว่า “พระยานมาศสามลำคาน”

เมื่อเชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพขึ้นประดิษฐาน กางกั้นด้วยพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาล ต้องใช้เจ้าพนักงานแบกพระยานมาศขึ้นบ่าเพื่อเคลื่อนไป จำนวน 60 คน เป็น 2 ผลัด ระหว่างทาง รวม 120 คน

“พระที่นั่งทรงธรรม” เป็นอาคารทรงไทยที่ปลูกสร้างขึ้นในบริเวณที่ตั้งพระเมรุมาศสำหรับบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ

ราชาศัพท์บางคำตามเอกสารตั้งแต่โบราณก็ใช้ทั้ง 2 คำมาตลอด เหมือนคำว่า “กระบวน” กับ “ขบวน” ใช้สลับกันมาตลอด แต่เนื่องในราชพิธีนิยมในรัชกาลที่ 9 ใช้คำว่า “ขบวน”

บางคำเราก็ไม่สามารถตอบไปเลยได้ ก็จะให้ข้อมูลไปเบื้องต้น ก่อนตรวจสอบจากอาจารย์ในสำนักพระราชวังเพื่อข้อยุติ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาสุดท้ายจริงๆ

และยังมีราชาศัพท์หรือคำที่ประชาชนสื่อสารกันออกมาหลากหลายเกี่ยวกับการแสดงออกถึงรัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะวัยรุ่นพยายามตัดคำให้สั้นและบัญญัติคำใหม่ขึ้นมาใช้เอง

ฉะนั้นคำที่เหมาะสมแสดงให้เห็นถึงจุดหลอมรวมใจของคนในชาติ คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

ขณะที่ น.ส.สุปัญญา ชมจินดา เลขานุการกรมและโฆษกสำนักงานราชบัณฑิตยสภา บอกเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจจัดทำอธิบายคำราชาศัพท์ เริ่มทำในช่วงที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และยังมีคณะกรรมการที่จัดทำหลักเกณฑ์การใช้คำราชาศัพท์

โดยทำตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในวันที่ 14 ต.ค.59 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา รีบออกคำแสดงความอาลัยถวายแด่ “พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ขึ้นเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก เผยแพร่เป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ประชาชน สื่อมวลชน ภาครัฐและเอกชน

เช่น “เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล” “ปวงประชาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาสุดมิได้” “เสด็จสู่สวรรคาลัย ผองพสกนิกรชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์” แล้วตามด้วยคำว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” และให้ระบุชื่อบุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานต่อท้าย

แต่คำบางคำที่สังคมถามหรือมีข้อถกเถียงหาข้อยุติไม่ได้ ก็ต้องสอบถามสำนักราชบัณฑิตยสภา หน้าที่ของราชบัณฑิตต้องหาข้อยุติให้ได้ โดยปราชญ์ศาสตร์สาขาต่างๆ ถ้าเป็น “ราชาศัพท์” เราก็มีคณะกรรมการเฉพาะ

ถ้าหากเรามีคำถามและไม่มีองค์ความรู้ที่ยุติหรือยังถกเถียงกันอยู่ เราจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อหาข้อยุติด่วน โดยพยายามค้นคว้าข้อมูล หลักฐานทั้งประวัติศาสตร์ หลักฐานจากหนังสือตำราแบบแผนต่างๆ และอาจารย์ในสำนักพระราชวัง

ต้องเข้าใจว่าราชบัณฑิตไม่ได้เป็นผู้บัญญัติการใช้คำราชาศัพท์ แต่คำราชาศัพท์มีการพัฒนาการมาอย่างยาวนาน เกิดขึ้นในโรงเรียนตำรามหาดเล็ก มีตำราเป็นเล่มว่าคำนี้ใช้อย่างไรในราชสำนัก ตอนหลังก็พัฒนาการมาเรื่อยๆ แบบแผนที่เห็นชัดคือแบบแผนในรัชกาลที่ 4 ระบุเลยคำนี้ควรใช้ คำนี้ไม่ควรใช้ ไม่เหมาะสมประมาณนี้

พัฒนาการของคำราชาศัพท์ก็เกิดกับโลกกับการวิวัฒน์ของสถาบันกษัตริย์ โดยปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากขึ้น มีอะไร
ต่อมิอะไรที่กว้างขึ้น เราก็ได้เห็นพระมหากษัตริย์ทรงงานมากขึ้นๆ

โดยเฉพาะรัชกาลที่ยาวนานก็มีพระราชกรณียกิจมากมาย ประชาชนก็เห็นมาก ราชาศัพท์ก็ขยายออกไปมากก็เกิดคำใหม่ๆบ้าง ประชาชนสร้างคำใหม่ โดยเข้าใจว่าการเติมคำว่า “พระ” นำหน้าคำๆนั้นก็กลายเป็นคำราชาศัพท์แล้ว เช่น “วิสัยทัศน์” ก็เติมว่า “พระวิสัยทัศน์” ถือว่าไม่ผิด เพราะเป็นความเข้าใจของประชาชน

แต่แบบแผนคำราชาศัพท์ให้ใช้ว่า “สายพระเนตรอันยาวไกล”

เฉกเช่นคำว่า “ถวาย” ที่ประชาชนเข้าใจว่าเป็นคำราชาศัพท์ เมื่อจะไปวางดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ถ้าใช้แค่คำว่าไปวางดอกไม้จันทน์ ก็คิดว่าเป็นคำที่ใช้สำหรับบุคคลทั่วไปหรือไม่

ความจริงคำว่า “ถวาย” ใช้นำหน้าสำหรับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เป็นนามธรรม เช่น “ถวายพระราชกุศล”

การใช้ภาษาเพื่อสื่อความเข้าใจ เราไม่ไปปิดกั้น เพราะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี

แต่ตามแบบแผนถ้อยคำที่ใช้เพื่อสื่อความเข้าใจได้ง่ายที่สุด คือ...

...“วางดอกไม้จันทน์เพื่อร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ”.

ทีมการเมือง