วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขความกระจ่างเกี่ยวกับชาวโปลินีเซียโบราณ

ประติมากรรมรูปแกะสลักหินขนาดใหญ่ที่โผล่อยู่บริเวณเนินเขาบนเกาะอีสเตอร์หรือเกาะราปานูอี (Rapanui) มีชื่อว่าโมอายเป็นสัญลักษณ์ปริศนาของเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางมหาสมุทรแปซิฟิกมาช้านาน สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของชาวโปลินีเซียแต่ก็ไม่มีคำตอบชัดเจนว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นักบรรพชีวินวิทยาที่ศึกษาด้านพันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ในประเทศอังกฤษได้ค้นคว้าทางพันธุกรรมเพื่อไขความกระจ่างเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานของชนพื้นเมืองโบราณบนเกาะในอดีตที่สร้างหินแกะสลักลึกลับดังกล่าว

ทีมวิจัยได้ศึกษาพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอจากซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 5 คน ที่ขุดพบเมื่อกว่า 30 ปีก่อนที่ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์คอนติกิ กรุงออสโล ในนอร์เวย์ ระบุว่าชาวพื้นเมืองบนเกาะอีสเตอร์นั้นแต่งงานอยู่กินกับชนพื้นเมืองอเมริกาใต้ใน ช่วงปี พ.ศ.1843-2043 ก่อนที่ชาวยุโรปผู้ล่าอาณานิคมจะมาถึงเกาะแห่งนี้ในปี พ.ศ.2265 นอกจากนี้ ยังวิจัยพบการแยกตัวของคนพื้นเมืองเหล่านี้ไปอาศัยบนเกาะที่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ที่สำคัญคือไม่พบการแลกเปลี่ยนและอพยพของประชากรระหว่างเกาะอีสเตอร์กับทวีปอเมริกาใต้ตามข้อมูลที่นักธรณีวิทยา นักประวัติศาสตร์ นักพันธุศาสตร์ประชากร และนักผจญภัยหลายคนเคยกล่าวไว้

อย่างไรก็ตาม การศึกษาใหม่ครั้งนี้ นักบรรพชีวินด้านพันธุศาสตร์ยังไม่ตัดทอนข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดต่อทางวัฒนธรรมระหว่างเกาะอีสเตอร์และทวีปอเมริกาใต้ เนื่องจากมีการปรากฏหลักฐานคือมันฝรั่งหวาน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของชาวอเมริกาใต้ในแถบโปลินีเซีย ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นระหว่างชาวอเมริกาใต้และชาวโปลินีเซียก่อนที่ได้รับผลกระทบจากการล่าอาณานิคมของประเทศในยุโรป.