วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง


ร่องรอยของความขัดแย้งหลังจากที่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ สะท้อนไปถึงพฤติกรรม คณะผู้ร่างกฎหมายและผู้ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ ยึดหลักการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้สิทธิและเสรีภาพประชาชนอย่างสมบูรณ์ เกิดความระส่ำระสายทันที ที่จะต้องมีการ เซ็ตซีโร่ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

ระหว่าง กกต. กับ กรธ. ระหว่าง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. กับ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ฝ่ายกิจการเลือกตั้ง แสดงและสะท้อนถึงความรู้สึกที่งัดข้อกันทางทัศนคติและอคติทางกฎหมาย ได้เป็นรูปธรรม

หรือกรณีของ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรณีของ พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ย้อนแย้งในประเด็น การสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและอำนาจ สตง. โดยมีเนื้อหาให้ ผู้ว่าการ สตง.ตรวจสอบเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นนวัตกรรมที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ออกแบบให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล

เช่นเดียวกับ สตง.ที่มีอำนาจตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย กรธ.กำหนดการตรวจสอบแค่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และให้ส่งให้ประธาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่น

ย้อนเกล็ดถึงขนาดนี้ เหมือนเป็นการ ตีแสกหน้า ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรตรวจสอบการทุจริตแต่จะไม่ยอมรับการตรวจสอบ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่นได้ สตง.ก็ตรวจสอบ ป.ป.ช.ได้ด้วยเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน กรณีประเด็นการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ยังคาราคาซังโดยอ้างบทเฉพาะกาลมาตรา 108 วรรคท้าย ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. ก่อนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญใช้บังคับให้ถือว่า เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.มาก่อน ทำให้ อดีตผู้ว่าการ สตง. มีปัญหาในการลงสมัครรับการสรรหา ผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ เพราะตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ผู้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระเข้ารับการสรรหา

ทั้งนี้ อดีตผู้ว่าการ สตง.ได้อ้างคำสั่ง ม.44 ให้ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ยังสามารถลงสมัครรับการสรรหาได้อีก 1 วาระ อย่างน้อย 2 ปี โดยอดีตผู้ว่าการ สตง.ยืนยันที่จะลงสมัครผู้ว่าการ สตง.อีกสมัยอย่างแน่นอน

การจัดสรรอำนาจใน คตง.และ สตง. มีปัญหาจากภายในสู่ภายนอก ที่ สนช. และ กรธ. จะต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้น จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับการสรรหาองค์กรอิสระอื่นๆ ที่จะต้องใช้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

ถ้ายกเว้นให้พิศิษฐ์ได้ ก็ต้องยกเว้นให้กับอดีตกรรมการคนอื่นได้เช่นกัน

จะไปตีความเจตนารมณ์ของ กรธ. หรือ สนช. ว่าต้องการที่จะสกัดกั้นใครเป็นพิเศษ อย่างไร เป็นอีกเรื่อง ของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ระหว่างคนออกกฎหมายกับคนที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย ถ้าไม่เคารพซึ่งกันและกัน ก็จะกลายเป็นสงคราม มือกฎหมาย ไปฉิบ

ท้ายที่สุดก็เป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ยังจมไม่ลง ปล่อยวางไม่ได้ กลายเป็นปมในใจระหว่างกฎหมายที่มาจากอำนาจของคนเพียงคนเดียวกับกฎหมายที่มีจากอำนาจของประชาชน ฉบับไหนควรจะมีศักดิ์ศรีมากกว่ากัน

ไม่ต้องไปคิดให้เมื่อยตุ้ม.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th