วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไมจึงก๊อบปี้สินค้าไทย


ผมใช้เวลา 5 วัน ตั้งแต่วันอังคารจนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมาเดินทางด้วยรถยนต์จากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบาง และกลับมาเวียงจันทน์อีกรอบโดยใช้เส้นทางเป็นวงกลม ไม่ซ้ำทางเดิม

เกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา การค้าชายแดนระหว่างไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมามีมูลค่าสูงมาก และการค้ากันเองระหว่างประชากรของประชาคมอาเซียนก็เพิ่มขึ้นจนหลายคนเชื่อว่า หากมีการเรียนรู้เรื่องของชายแดนและเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียนอย่างมีระบบและนำมาใช้พัฒนากฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ก็จะเป็นประโยชน์มาก

ประโยชน์สูงสุดจะเกิดกับพ่อค้าและผู้ประกอบการจังหวัดชายแดน รวมทั้งชาวบ้านร้านถิ่นที่ปลูกและผลิตผักสด ผลไม้สด วัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรและสินค้าจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ไทยเป็นประเทศผู้ผลิต เพื่อนบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค เพื่อนบ้านจึงพยายามสร้างด่านราชการที่ถูกกฎหมายเพื่อจัดระเบียบ เก็บภาษี ดูแลด้านความมั่นคง ฯลฯ แต่ทางฝั่งไทยราชการบางหน่วยกลับทำเรื่องช่องหรือด่านชายแดนไม่สุด และบางท่านละเลยไม่ปฏิบัติตามนโยบายของทุกรัฐบาลที่ส่งเสริมการค้าชายแดน เพื่อให้มีเม็ดเงินกระจัดพลัดพรายและกระจายรายได้ให้ประชาชน

สมัยก่อนที่ยังไม่มีด่านหรือจุดผ่อนปรนที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ราชการหลายหน่วยได้ผลประโยชน์จากการค้าชายแดนใต้ดินเยอะ ใครไม่จ่ายก็จะโดนอ้างโน่นอ้างนี่กันจนสินค้าประเภทพืชผักผลไม้ของชาวบ้านเน่าเสีย เดือดร้อนทั้งคนไทยผู้ส่งสินค้าและผู้นำเข้าจากเพื่อนบ้านที่รอรับสินค้าไทยไปขายต่อ

เดี๋ยวนี้สินค้าไทยไม่ได้ขายเฉพาะในประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดกันกับเราเท่านั้นนะครับ แต่ผู้นำเข้ายังนำสินค้าไทยส่งออกต่อไปยังประเทศที่ 3 ทว่าหลายครั้งมีความไม่สะดวกที่ชายแดนไทย เอาสินค้าออกไปยาก ขณะที่ความต้องการสินค้าไทยมีสูง จึงต้องมีการปลอมแปลง

ที่ก๊อบปี้กันมากที่สุดก็คือ พวกเครื่องดื่มชูกำลังของไทยและซอสพริกประเภทต่างๆ ผมเคยถามคนที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการปลอมสินค้า ว่าทำไมท่านต้องปลอมหรือก๊อบปี้ ฝ่ายโน้นตอบว่า เพราะการนำเข้าจากทางฝั่งไทยยุ่งยาก พอสินค้าไทยขาดตลาดก็ต้องพึ่งคนจีนที่เก่งทางการปลอมแปลงมาช่วย

เดินทางมาครั้งนี้ ผมมีโอกาสดูสายพานดึงเครื่องรถอีแต๋นที่ชาวนาใช้ดึงเข้ามาในแปลงเกษตร และหัวเทียนรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งการส่งออกยุ่งยาก ทางจีนจึงอาสาปลอมแบรนด์ไทยและปลอมได้เหมือนมาก ในที่สุดของปลอมพวกนี้กลับไปขายกันในตลาดไทยซะด้วยซ้ำ

การขาดวิสัยทัศน์ของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอตามชายแดนบางท่านทำให้คนไทยขาดโอกาสมาก

การเปิดจุดผ่อนปรนหรือการขยายการผ่อนปรนเป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทยที่มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าผู้ว่าฯ ไม่มีวิสัยทัศน์เสียแล้ว การค้าชายแดนของประชาชนก็ยุ่งยาก ชาวบ้านรากหญ้าก็ไม่มีรายได้

ท่านที่มีอำนาจทางดุลพินิจในการอำนวยความสะดวกในการส่งออกอีกพวกหนึ่งก็คือศุลกากร อธิบดีกรมศุลกากรได้มอบให้นายด่านมีอำนาจอนุมัติสินค้าตามความจำเป็นตามมาตรา 5 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากรเป็นการส่งออกนอกทางอนุมัติตามจุดผ่อนปรนต่างๆ ดุลพินิจของนายด่านจึงอาจจะเป็นความเป็นความตายของประชาชนตามชายแดน นายด่านบางท่านอาจจะมีดุลพินิจอำนวยความสะดวกให้ส่งออกได้สัปดาห์ละ 7 วัน ตามที่พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นต้องการ นายด่านบางท่าน อาจจะมีดุลพินิจว่า พวกเอ็งส่งออกไปแค่สัปดาห์ละ 2-3 วันก็พอ ทำให้สินค้าต้องตกค้างอยู่ตามชายแดน บางทีถึงขนาดเน่าเสีย

นักธุรกิจของประเทศเพื่อนบ้านไม่มีสินค้าไทยขาย ก็ไปขอให้จีนทำสินค้าปลอม

ผมมีโอกาสคุยกับผู้นำเข้าชาวลาวบางคน ได้ข้อมูลว่า พ่อค้าจีนและพ่อค้าเวียดนามต่างอยากขายสินค้าให้ลาว แต่คนลาวกลับอยากใช้สินค้าไทย ผู้นำเข้าชาวลาวบอกว่า บ่เข้าใจว่าฝ่ายไทยเป็นหยัง บ่อยากขายของไทย

ปัจจุบัน สินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ ทำได้เฉพาะนักธุรกิจส่งออกรายใหญ่ เจ้าหน้าที่ราชการไม่กล้าหือกล้าอือกับนักธุรกิจใหญ่เหล่านั้นดอกครับ เงินที่เข้าประเทศก็กระจุกอยู่กับพ่อค้ารายใหญ่ไม่กี่บริษัท แต่การค้าชายแดนนั้นช่วยกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนคนรากหญ้าเป็นเม็ดเงินมหาศาล

ทว่า ทุกวันนี้ ยังมีความไม่สะดวกเยอะไปหน่อย.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com