วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จพระเทพฯ ทรงร่วมซ้อมใหญ่ คาด 26 ต.ค. คนมานับล้าน

ในแนวราชประเพณีโบราณ เพิ่ม 4 บทเพลงกำกับขบวน คาดวันที่ 26 ต.ค.นับล้านคน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงร่วมซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ครั้งที่ 3 ที่เป็นไปตามแบบแผนราชประเพณีโบราณ มีการเพิ่ม 4 บทเพลงกำกับริ้วขบวนที่ 1 โดยการซักซ้อมราบรื่นและสง่างามสมพระเกียรติ ท่ามกลางพสกนิกรเข้ามาจองพื้นที่รอชมริ้วขบวนฯ แบบข้ามคืน ด้านรองปลัด กทม.คาดวันที่ 26 ต.ค.นี้ มีพสกนิกรหลั่งไหลเข้าพื้นที่หลักล้านคน วอน ประชาชนกระจายไปร่วมพิธีตามจุดพระเมรุมาศจำลอง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ที่ กทม.จัดไว้แทน

พสกนิกรหลั่งไหลเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงและโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อรอชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมอิสริยยศที่ 1-2-3 ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นการซ้อมเสมือนจริง ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 21 ต.ค.

ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมเริ่มตามเวลาหมายในกำหนดการวันพระราชพิธีจริง นับตั้งแต่การทำพิธีบวงสรวง อัญเชิญราชรถราชยาน ก่อนเคลื่อนออกจากโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในเวลา 04.00 น. ประกอบไปด้วยพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถพระนำ พระยานมาศสามลำคาน เสลี่ยงกลีบบัวพระนำ ราชรถปืนใหญ่ เกรินบันไดนาค กำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก กรมการขนส่งทหารบก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ และหน่วยมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ทำการฉุดชัก เคลื่อนย้ายทั้งหมดเข้าประจำการ ยังจุดที่ตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1-2-3 บนถนนมหาราช ถนนสนามไชย และในพระเมรุมาศ ซึ่งขณะที่ขบวนฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ และราชรถพระนำ ได้ผ่านกำแพงพระบรมมหาราชวัง พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก สั่งกำลังพลฉุดชัก ให้หยุดขบวนราชรถ 2 องค์สำคัญ ในจุดอันเป็นที่ตั้งภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างประตูมณีนพรัตน์กับประตูวิเศษไชยศรี เพื่อให้ทั้งหมดได้น้อมกายก้มกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนปฏิบัติหน้าที่

สมเด็จพระเทพฯ ทรงร่วมริ้วขบวน

กระทั่งเวลา 06.55 น. สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงร่วมในการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง พล.ต.ณัฐวัฒน์ อัคนิบุตร ที่ปรึกษาอนุกรรมการฝ่ายจัดริ้วขบวน พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เข้าร่วมรับเสด็จ จากนั้นได้ร่วมกำกับกำลังพลทุกภาคส่วน ให้ทำตามขั้นตอนอย่างพระราชพิธีได้ถูกต้องที่สุด เริ่มต้นจากจำลองสถานการณ์ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระพิธีสงฆ์ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้นเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เจ้าพนักงานได้ซักซ้อมการเปลื้องพระโกศทองใหญ่ บนพระแท่นสุวรรณเบญจดล แต่ได้อัญเชิญพระโกศทองใหญ่องค์จำลองที่ตั้งอยู่ประตูพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทฝั่งตะวันตก ลงมาแทน โดยใช้พระเสลี่ยงแว่นฟ้า เมื่อถึงยังเกยลา หน้าประตูสรีสุนทร มีการซักซ้อมประกอบพระโกศจำลอง ก่อนยึดฐานเข้ากับถาด แล้วเลื่อนพระโกศทองใหญ่ประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคานที่รออยู่

เพิ่มเพลงกำกับในริ้วขบวนฯที่ 1

จากนั้น เวลา 08.15 น. พระยานมาศสามลำคาน เคลื่อนออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาภิรมย์ นำหน้าโดยธงมหาราชจำลอง มี รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ทำหน้าที่ภูษามาลาประคองพระโกศจำลอง และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ทำหน้าที่ภูษามาลา คนที่ 2 ขึ้นประคองพระโกศบนพระยานมาศ ลำดับต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯยังหน้าประตูเทวาภิรมย์ ทอดพระเนตรการจัดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 และเมื่อริ้วขบวนที่ 1 ได้สัญญาณกรับให้เคลื่อนขบวน เพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนสนามไชย ผ่านถนนท้ายวัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินร่วมในริ้วขบวนฯ ในตำแหน่งแถวหลัง ถัดจากแถวเสด็จฯของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 มีการปรับการเดินในริ้ว จากเดินตามจังหวะกลองไม่มีบรรเลง มาเป็นเดินตามจังหวะการบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัย เฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ และเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2 เพลง คือเพลงใกล้รุ่ง และเพลงยามเย็น

จัดขบวนครบตามราชประเพณี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 นำหน้าด้วยตำรวจม้า รายล้อมไปด้วยนอกจากเครื่องสูงประกอบพระบรมราชอิสริยยศ มีเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ ซึ่งในวันพระราชพิธีจริง สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศ นั่งอ่านพระอภิธรรมนำ ต่อด้วยแถวตอนสำคัญผู้อำนวยการริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.สำนักนายกฯ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เข้าร่วม ตามด้วยราชองครักษ์อัญเชิญธงมหาราช พระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระโกศทองใหญ่จำลอง มหาดเล็กเชิญเครื่องทองน้อย นาลิวันพราหมณ์ แถวตอนสำคัญที่สุดคือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นำหน้าด้วยธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยราชพระครุฑพ่าห์ จำลอง ตามวันพระราชพิธีจริง ปิดท้ายด้วยวงโยธวาทิต และรถพระที่นั่งของทุกพระองค์ที่ร่วมในริ้วขบวนฯ

ริ้วขบวนฯ ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 ถึงวงเวียน รด.หน้าวัดพระเชตุพน ซึ่งเป็นที่ตั้งของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระยะทาง 817 เมตร สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จขึ้นประทับบนพลับพลายก เจ้าพนักงานเทียบพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระโกศจำลองลงสู่เกรินข้างพระมหาพิชัยราชรถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลงจากพลับพลายก ทอดพระเนตรการซ้อม ในขั้นตอนที่สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงทอดผ้าท้ายเกริน พระสงฆ์สดับปกรณ์ไปถึงจนเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน และเคลื่อนริ้วขบวนฯพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 ไปยังพระเมรุมาศผ่านถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินนอก ระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นริ้วขบวนฯ ที่ยิ่งใหญ่อลังการสมพระเกียรติสูงสุด

นอกจากจะใช้กำลังคนเข้าร่วมเกือบ 3 พันคน เมื่อตั้งริ้วขบวนฯจะมีความยาวถึง 1 กม.แล้ว การเดินยังใช้จังหวะการเดินเปลี่ยนสูงตาม เพลงพญาโศกลอยลม เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ทั้งนำหน้าด้วยวงดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศ นักเรียนนายร้อยสามเหล่าทัพ ราชรถพระนำน้ำหนัก 4 ตัน ใช้กำลังพลฉุดชัก 80 นาย พระมหาพิชัยราชรถ หนัก 13.70 ตัน กำลังพลฉุดชัก 331 นาย นอกจากนี้ยังมีแถวเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์อื่นๆ ตามด้วยพระราชวงศ์ ข้าราชบริพาร ราชสกุล ตลอดจนองค์กร หน่วยงานต่างๆ ฯลฯ ปิดท้ายขบวนทหารตามจาก ร.1 พัน.1 ร.11 รอ.

พระองค์โสมฯทรงร่วมซ้อมริ้วขบวนฯที่ 3

ทั้งนี้ เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 เคลื่อนมาถึงท้องสนามหลวง ในเวลาประมาณ 11.00 น. ราชประเพณีอัญเชิญพระบรมโกศสู่พระเมรุมาศ เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือทันทีที่พระมหาพิชัยราชรถ เข้าจอดที่ทางเข้าหน้าพระเมรุมาศ เจ้าพนักงานจะนำเกรินบันไดนาคเข้าเทียบ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฉุดชักราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า เข้าเทียบเกรินเพื่ออัญเชิญพระบรมโกศจำลองลงมาประดิษฐานยังราชรถปืนใหญ่ เสร็จสิ้นแล้วจึงฉุดชักราชรถปืนใหญ่ส่วนหลังเข้าประกอบกับส่วนหน้าที่จอดรอในพระเมรุมาศ ก่อนเข้าตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 แล้วเวียนอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย 3 รอบ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชราชวัลลภ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทิ นัดดามาตุ คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จฯ เข้าร่วมในริ้วขบวนฯ เมื่อสิ้นสุดแล้วราชรถปืนใหญ่เทียบเกยพระเมรุมาศ เพื่อเลื่อนอัญเชิญพระโกศจำลองขึ้นสู่พระจิตกาธาน จึงปิดม่านพระวิสูตร และซ้อมประกอบพระโกศจันทน์ เสร็จสิ้นการฝึกซ้อมใหญ่ ซึ่ง พล.ต.ณัฐวัฒน์ อัคนิบุตร ที่ปรึกษาอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวน ในฐานะผู้ควบคุมการฝึกซ้อม กล่าวว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้อาจมีข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆบ้าง แต่ถือว่ามีความสมบูรณ์ และพร้อมสำหรับการประกอบพระราชพิธีสำคัญในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ 26 ต.ค.แล้ว

คนแห่มารอตั้งแต่กลางดึก

สำหรับบรรยากาศการเข้ามารอชมการซ้อมริ้วขบวน ในครั้งนี้ ของเหล่าพสกนิกร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 21 ต.ค. ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาเฝ้ารอเพื่อเข้าชมการซ้อมริ้วขบวนดังกล่าวอย่างเนืองแน่น กระทั่งเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่เปิดจุดคัดกรองรอบท้องสนามหลวงทั้ง 9 จุด ประกอบด้วยบริเวณแยกสะพานมอญ ท่าช้าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถนนกัลยาณไมตรี แยกสะพานช้างโรงสี แยกวัดพระเชตุพนฯ ท่าพระจันทร์ และใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ โดยแต่ละจุดมีประชาชนพากันมาต่อแถวกันยาวเหยียด ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปภายในจะต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะ และต้องโชว์บัตรประชาชนก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางเข้าทุกจุดหนาแน่นไปด้วยประชาชนรอต่อคิวเป็นแถวยาว อาทิ จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม ประชาชนมาต่อแถวกันตั้งแต่เวลา 03.00 น. ซึ่งกว่าจะถึงเวลา 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดจุดคัดกรอง ท้ายแถวก็ยาวไปจนถึงแยกคอกวัว และเมื่อเปิดจุดคัดกรอง ประชาชนต่างรีบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระเพื่อผ่านเข้าไปจับจองพื้นที่ และระหว่างนั่งรอชมต่างก็หยิบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาชูไว้เหนือศีรษะ ส่วนคนที่ไม่มีก็หยิบธนบัตรขึ้นมาถือไว้ด้วยความเทิดทูน

อากาศร้อนเป็นลมระนาว

ส่วนที่หน้ากระทรวงกลาโหม ยาวตลอดไปจนถึงศาลหลักเมือง ประชาชนเข้ามาจับจองทางเท้าจนเต็มพื้นที่ โดยส่วนใหญ่มารอต่อคิวกันแบบข้ามคืนเช่นกัน ทำให้บางช่วงเจ้าหน้าที่ต้องเปิดรั้วบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อรองรับประชาชนที่ทยอยเข้ามาเพิ่ม เช่นเดียวกับที่หน้าทำเนียบองคมนตรี ประชาชนจำนวนมากที่ผ่านจุดคัดกรองจุดที่ 1 สะพานมอญ และเดินเข้าจับจองพื้นที่บริเวณวังสราญรมย์ หน้าทำเนียบองคมนตรี จนเต็มพื้นที่ ซึ่งไม่ต่างจากบริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พสกนิกรจำนวนมากนำแผ่นพลาสติก เสื่อมาปูจับจองพื้นที่ เพื่อรอชมการซักซ้อมริ้วขบวน โดยแถวประชาชนยาวไปจนถึงบริเวณด้านหน้าโรงละครแห่งชาติ แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้จุดนี้และอีกหลายจุดประชาชนที่ต่อแถวรอมีอาการเป็นลมหน้ามืดไปหลายสิบราย แพทย์และพยาบาล รวมทั้งจิตอาสา ต้องนำน้ำดื่ม แอมโมเนีย มาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียน และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเวลา

น้ำตาคลอยามเห็นพระโกศฯ

ขณะที่บริเวณประตูเทวาภิรมย์ ถนนมหาราช และถนนท้ายวัง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สวมชุดดำไว้ทุกข์ เข้ามาจับจองพื้นที่ทั้งสองฝั่งบนทางเท้าของถนนมหาราช กระทั่งเวลา 08.00 น. ริ้วขบวนได้อัญเชิญพระโกศทองใหญ่จำลอง ออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางด้านประตูเทวาภิรมย์ เข้าร่วมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ 1 ที่ตั้งรออยู่บริเวณถนนมหาราช โดยมีสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ พระราชดำเนินมาทอดพระเนตร ก่อนที่จะเสด็จฯ ร่วมกับริ้วขบวน ซึ่งทันทีที่ริ้วขบวนเคลื่อนไปตามเส้นทางถนนมหาราช ประชาชนที่อยู่ทั้งสองข้างทางต่างโน้มตัวลงก้มกราบพระโกศทองใหญ่จำลองอยู่ในริ้วขบวน บางรายถึงกับน้ำตาคลอเบ้า เมื่อเห็นพระโกศทองใหญ่จำลอง นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ขบวนเคลื่อนไปตามถนนมหาราช เข้าสู่ถนนท้ายวัง มีประชาชนบางรายนำกล้องถ่ายรูปที่ติดเลนส์ซูมออกมาถ่ายภาพริ้วขบวน เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นได้เข้าตักเตือนถึง 3 ครั้ง แต่ยังคงมีผู้ฝ่าฝืนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเชิญตัวออกนอกพื้นที่จำนวน 4 ราย

เปิดให้ประชาชนได้ชมใกล้ชิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การซ้อมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูเหล็กกลางท้องสนามหลวงให้ประชาชนเดินเรียงแถวเข้าสู่บริเวณริมรั้วราชวัติ พระเมรุมาศ ฝั่งทิศตะวันออก ตรงข้ามศาลฎีกา พร้อมกันนี้ ได้มีการเปิดรั้วเหล็กกั้น เพื่อให้ประชาชนนั่งเฝ้าฯรอรับเสด็จขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สอง ข้างทางถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกศาลหลักเมือง จนถึงถนนเส้นกลางทางเข้าพระเมรุมาศ จนจบริ้วขบวนที่ 2 ยังความดีใจให้กับประชาชนที่ได้มีโอกาสเข้าไปชมริ้วขบวนอย่างใกล้ชิด และเมื่อพระมหาพิชัยราชรถผ่านมาถึงจุดเลี้ยวเข้าถนนเส้นกลางสนามหลวง ซึ่งมีทหารกองเกียรติยศมาตั้งแถวรอรับ ประชาชนต่างพากันก้มลงกราบด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อคนไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ และเมื่อเงยหน้าขึ้นหลายคนมีน้ำตาคลอด้วยความอาลัย

จู่ๆฝนโปรยปรายคลายร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อพระมหาพิชัยราชรถได้เคลื่อนเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงตรงกับพระเมรุมาศ ได้เกิดสายฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย พร้อมกับเมฆได้พัดบดบังดวงอาทิตย์และมีลมพัดโชยมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทำให้อากาศจากที่ร้อนกลับเย็นลงจนรู้สึกได้ ซึ่งประชาชนที่อยู่ในท้องสนามหลวงต่างยกมือไหว้พระโกศทองใหญ่จำลอง พร้อมกับกล่าวว่าเป็นเพราะพระบารมีของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ห่วงใยพสกนิกรกลัวว่าจะร้อน ทำให้มีลมพัดบรรเทาอากาศร้อนลง กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. เมื่อการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และพระราชพิธีต่างๆ เสร็จสิ้น และขณะที่ประชาชนทยอยเดินทางกลับ ก็ได้เกิดฝนลงมาอีกครั้ง ทำให้บรรยากาศในพื้นที่โดยรอบที่ร้อนอบอ้าวมาร่วมครึ่งวัน ลดอุณหภูมิคลายร้อนลง แต่บริเวณรอบสนามหลวงก็ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งปักหลักอยู่รอชมพระเมรุมาศ และถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก

พบ “น้ำดื่ม-สุขา” ยังไม่เพียงพอ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ที่เข้ามาตรวจดูบริเวณข้างศาลหลักเมือง ที่เป็นจุดจอดรถแพทย์ฉุกเฉิน ว่า มาประเมินสถานการณ์ เบื้องต้นพบว่าการแจกจ่ายอาหารไม่มีปัญหา แต่น้ำดื่มพบว่ายังไม่เพียงพอ จึงต้องมีการกำหนดจุดแจกน้ำเพิ่มเติม ส่วนเรื่องรถสุขายังพบว่าไม่สามารถเข้าในพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก อาจเตรียมรถสูบสิ่งปฏิกูลให้มีการสูบออกบ่อยขึ้น หลังจากนี้จะนำข้อปัญหาต่างๆกลับไปหารือเพื่อหาทางแก้ไข ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิง คาดการณ์ว่าประชาชนที่จะเข้ามากรุงเทพฯ น่าจะมีประมาณ 3-5 ล้านคน ทั้งนี้ ตนเข้าใจดีว่าความรู้สึกอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้จริงๆ ก็อยากให้ประชาชนไปร่วมพิธีตามจุดต่างๆ ของพระเมรุมาศจำลอง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ที่ กทม.จัดไว้

ถึงร้อนและรอนานก็ไม่ท้อ

อย่างไรก็ดี เมื่อสอบถามพสกนิกรที่เข้ามาชมการซ้อมขบวนฯในครั้งนี้ แม้บางรายต้องมานอนรอกันข้ามคืนแต่ก็ไม่ท้อเพราะต่างบอกว่ารู้สึกได้ถึงความสง่างามสมพระเกียรติอย่างมาก อาทิ นางสุชาดา โตสิตระกูล อายุ 48 ปี จากสมุทรปราการ ที่กล่าวว่า มารอตั้งแต่เวลา 01.00 น. แม้จะเป็นวันซ้อมเสมือนจริงแต่มีความตั้งใจที่จะมาแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เช่นเดียวกับนางดนวรรณ เถาสุวรรณ อายุ 49 ปี ชาวนนทบุรี ที่บอกว่ามาตั้งแต่ตี 4 เป็นครั้งแรกของชีวิตที่มาชมริ้วขบวนประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งริ้วขบวนมีความสง่าสมพระเกียรติ และไม่อยากให้ถึงวันที่ 26 ต.ค.นี้เลย รู้สึกสะเทือนใจ เหมือนกับชาวไทยทุกคน เพราะยังรักและอาลัยพระองค์ ไม่มีอะไรที่จะมาทดแทนพระองค์ได้ ด้านนางภัทธนันท์ โอระนำ อายุ 45 ปี ชาว จ.ชลบุรี กล่าวว่า เดินทางมากับสามีและลูกสาว 2 คน ออกจาก จ.ชลบุรี ตั้งแต่ตีสาม ขณะที่เห็นริ้วขบวนน้ำตาไหล รู้สึกเสียใจเหมือนคนไทยทุกคน ได้ยืนอยู่ตรงนี้ก็ดีใจถึงแดดร้อนแต่ทนได้เพราะพระองค์ทรงทำอะไรมากมายให้แก่ปวงชนคนไทย

ผู้เคยถวายงานขอร่วมส่งเสด็จ

ขณะที่นายสำรวย กล่ำคลัง อายุ 76 ปี อดีตผู้อำนวยการกรมพัฒนาที่ดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้เคยถวายงานรับใช้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กล่าวว่าเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว แม้ตนป่วยต้องนั่งรถวีลแชร์ แต่ตั้งใจมาส่งเสด็จในหลวง ร.9 เป็นครั้งสุดท้าย เพราะไม่แน่ใจว่าในวันที่ 26 ต.ค.จะเข้ามาได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2535-2544 เคยถวายงานในหลวง ร.9 ในเรื่องหญ้าแฝก และได้ศึกษาเรื่องคุณภาพของดินจนมีความรู้พัฒนาดินในจังหวัดได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต นอกจากนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งให้นำความรู้ที่มีไปดูแลช่วยเหลือคนอื่นให้ดีที่สุด

สุขที่ได้ทำดีถวายในหลวง ร.9

ส่วนนางภัค ศักดิ์สกุลเดช อายุ 64 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากจังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.เพื่อมาจองที่ชมริ้วขบวนในวันที่ 21 ต.ค.ซึ่งเป็นวันซ้อมเสมือนจริง เพราะในงานวันพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ ตนเป็นจิตอาสาพระราชทาน ประจำที่ลานพระบรมรูปทรงม้า คงไม่มีโอกาสได้เข้ามา ตั้งใจจะมานอนเฝ้าบริเวณหน้าจุดคัดกรองฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถนอนได้ จึงไปอาศัยนอนที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และมาเข้าจุดคัดกรองตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผมตั้งแต่ตี 3 ซึ่งตนได้เป็นคนแรกที่ผ่านจุดคัดกรองเข้ามาจับจองพื้นที่ชมริ้วขบวนสมความตั้งใจ ส่วนในวันงานพระราชพิธีตั้งใจจะไปเก็บขยะบริเวณลานพระบรมรูป เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมาเก็บขยะที่สนามหลวงแล้ว รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำความดีถวายพระองค์ท่าน

ต่างชาติทึ่งในพระอัจฉริยภาพ

ขณะที่นายโรเบิร์ต แบรรเดส อายุ 70 ปี ชาวอเมริกัน กล่าวว่า เดินทางมาจากเมืองซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้ว 40 ครั้ง ทราบว่าในหลวง ร.9 ทรงงานเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่ดี ก่อนหน้านี้เคยสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงรักพระองค์ท่านมาก แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสคนไทยอย่างถ่องแท้ จึงเข้าใจว่าคนไทยเทิดทูนพระองค์มาก ที่บ้านของตนในซานฟรานซิสโก ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ร.9 ติดไว้ด้วย นอกจากพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาแล้ว ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพมากมายหลายด้าน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยถึงรักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9

กสทช.สั่งทีวีเคร่งครัดข้อกำหนด

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการซ้อมใหญ่ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ครั้งที่ 3 ผ่านพ้นไปเรียบร้อย ปรากฏว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทุกช่อง เรื่องการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขอให้ทีวีทุกช่องปฏิบัติตามข้อกำหนดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) อย่างเคร่งครัด รวมถึงการถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆด้วย

ทั้งนี้ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศ ไทย ได้ขอความร่วมมือ งดการเผยแพร่ภาพสัญญาณพิธีซ้อมใหญ่เสมือนจริง พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในวันที่ 21 ต.ค.2560 โดยมิให้ทีวีนำสัญญาณการทดสอบถ่ายทอดสดในการซ้อมไปออกอากาศโดยทีวีดิจิทัล สามารถนำภาพดังกล่าวไปใช้ได้เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีในวันที่ 26 ต.ค.2560 เป็นต้นไป ดังนั้น ทุกช่องทีวีจะไม่สามารถนำภาพ พิธีซ้อมเสมือนจริงไปออกอากาศได้

คนแห่ชมอุโมงค์ดอกไม้เพื่อพ่อ

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ปากคลองตลาด กทม. พลตรีคุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายมนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ในฐานะประธานโครงการ “ดอกไม้เพื่อพ่อ” และร้านค้าชุมชนปากคลองตลาด ร่วมกันจุดเทียนถวายความอาลัย และเปิดถนนอุโมงค์ดอกไม้เพื่อพ่อ เนรมิตถนนจักรเพชร ตั้งแต่ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 เชิงสะพานพุทธ จนถึงหน้า สน.พระราชวัง ความยาว 400 เมตร จัดซุ้ม 6 ซุ้มดอกไม้ ที่มีความสวยงามตระการตา แสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยเปิดให้ชมในวันที่ 21-27 ต.ค.นี้ ซึ่งมีประชาชนสนใจมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างเนืองแน่น

หลอมรวมใจไทยผ่านดอกไม้งาม

ทั้งนี้ นายมนัสกล่าวว่า กิจกรรม “ดอกไม้เพื่อพ่อ” มี 6 ซุ้ม ในแต่ละซุ้มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับในหลวง ร.9 เป็นการหลอมรวมดวงใจคนไทย ตั้งแต่ดอกไม้จากยอดดอย เครือข่ายดอกไม้ทั่วประเทศ ดอกไม้สดนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก นับเป็นกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยจากการรวมประชารัฐในทุกภาคส่วน ด้านนายวิริยะ คงกิจถาวร กรรมการบริษัท นานาพรรณฟลอร่า จำกัด กล่าวว่า จากเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2559 ชุมชนชาวปากคลองตลาด ได้แสดงความไว้อาลัยจัดซุ้มดอกไม้ประดับพระบรม ฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะทุกคนอยากมีส่วนร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีในแนวทางที่ถนัด ผ่านไป 1 ปี ความรู้สึกเศร้าโศกยังไม่จางหาย จึงเกิดดอกไม้เพื่อพ่อครั้งนี้ขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน

ซ้อมมหรสพสมโภชบนเวทีจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำวันเดียวกัน ที่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ทั้ง 3 เวที ได้แก่เวทีที่ 1 การแสดงหนังใหญ่ และโขนหน้าจอ เรื่องรามเกียรติ์ เวทีที่ 2 การแสดงละคร อิเหนา และมโนราห์ ส่วนเวทีที่ 3 เป็นการบรรเลงวงดุริยางค์สากล จากกรมดุริยางค์สามเหล่าทัพ และกองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ นายชวลิต สุนทรานนท์ ประธานจัดการแสดงมหรสพสมโภชในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กล่าวว่า ได้นำคณะนักแสดงเข้าพื้นที่จริง เพื่อซักซ้อมการแสดงครบทั้ง 3 เวที เป็นครั้งแรก เนื่องจากเวทีมหรสพสมโภชทุกเวทีมีขนาดใหญ่มาก มีระยะใกล้กัน และมีจำนวนนักแสดงที่มากมาย จึงต้องกำหนดตำแหน่งของผู้แสดง ทดสอบระบบและความดังของเสียง ไม่ให้รบกวนกันมากเกินไป

ตัดสิทธิสื่อ 3 สำนักทำผิดข้อตกลง

นอกจากนี้ มีรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้ประชุมชี้แจงกับเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ภายหลังการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศว่า พบประชาชนมารอเข้าประตูจำนวนมาก โดยเฉพาะทางจุดคัดกรองประตูพระแม่ธรณีบีบมวยผม ทำให้มีปัญหาความล่าช้า จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งหมด บอกประชาชนได้ทราบถึงจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด เพื่อเป็นการกระจายคน และในวันจริงประชาชนจะเริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์จะต้องให้ข้อมูลประชาชนให้มากที่สุด เพื่อลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงกรณีพบสื่อ 3 สำนัก ถ่ายทอดสดการซ้อมริ้วขบวนฯ ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ขอความร่วมมือไว้ในการประชุมแต่ละครั้ง ทาง กอร.พระราชพิธี จึงมีมติไม่ให้สื่อสำนักดังกล่าวทำข่าวในวันที่ 22 ต.ค. ซึ่งเป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 4-6 และจะคืนสิทธิให้หลังจากประชุมร่วมในวันที่ 24 ต.ค.นี้ เพื่อให้ทำงานในวันพระราชพิธีจริงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสามารถมาใช้บริการศูนย์สื่อมวลชนได้ แต่ไม่ สามารถขึ้นอัฒจันทร์ทำข่าวได้

พระราชทานกระเช้าขนม

ด้านการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สำนักพระราชวังระดมทีมช่างราชสำนัก เจ้าพนักงานฝ่ายใน และตัวแทนช่างฝีมือจากสี่ภาคให้มาเข้าร่วมงานที่โรงโขนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนกองราชเลขานุการในพระองค์ฯ อัญเชิญกระเช้าขนม 12 กระเช้า พระราชทานให้ทีมช่างเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน โดยมีนางพัฒนา เกตุกาญจโน ผอ.โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เป็นผู้แทนรับมอบ สร้างความปลาบปลื้มปีติในคณะช่างเป็นล้นพ้น

เปิด บก.ทบ.ให้คนถวายดอกไม้จันทน์

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.นิรันดร ศรีคชา ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก (กร.ทบ.) ว่ากองทัพบกเป็น 1 ใน 16 จุด ที่ติดตั้งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ที่ กทม.จัดทำขึ้น จึงได้ตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่ 10 กว่าหลัง บริเวณสนามฟุตบอล ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พร้อมติดตั้งจอแอลซีดีขนาดใหญ่ เพื่อ รับสัญญาณถ่ายทอดสดจากมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยจะเปิดประตูด้านหน้า บก.ทบ.ให้ประชาชนเข้ามาภายใน ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. วันที่ 26 ต.ค. แต่จะเริ่มพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในเวลา 09.00 น. โดย ทบ.จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก รวมถึงเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ไว้คอยบริการประชาชนที่มาร่วมพิธีฯ ตลอดทั้งวัน ซึ่งสามารถรองรับประชาชนที่หมุนเวียนมาถวายดอกไม้จันทน์ได้ 1.5 แสนคน โดยเตรียมดอกไม้จันทน์ไว้ประมาณ 1.5 แสนดอก