วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก่ให้มีคุณค่า บ้าอย่างมีเหตุผล ตายให้โลกจดจำ ชีวิตนี้ขอทำดีถวายในหลวง ร.9

แก่ให้มีคุณค่า บ้าอย่างมีเหตุผล ตายให้โลกจดจำ ชีวิตนี้ขอทำดีถวายในหลวง ร.9

  • Share:

“บางคนหาว่าผมบ้าที่ใส่เสื้อเกราะนักรบ แต่ผมบ้าอย่างมีเหตุผล เพราะบ้ารักชาติ รักสถาบันกษัตริย์”

“อุดมการณ์ของผมคือ แก่อย่างมีคุณค่า บ้าให้มีเหตุผล ตายให้โลกจดจำ คนเราเกิดมาทั้งทีอย่าตายเปล่า ควรทำคุณงามความดีให้โลกจดจำ และผมจะทำต่อไปเท่าที่มีกำลังทำไหว”

นายอดุลย์ อิทธิปาทานันท์ ชาวกรุงเทพฯ วัย 63 ปี อดีตข้าราชการบำนาญ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นถึงเจตนารมณ์กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขณะสร้างสีสัน ขี่รถ ATV เปิดเพลงชาติ พร้อมโบกธงสะบัดไปมาให้ประชาชนที่ยืนเข้าแถวข้ามคืนนานหลายชั่วโมง หรือครึ่งค่อนวันเพื่อรอเข้ากราบพระบรมศพ ในหลวง ร.9 เป็นวันสุดท้ายเมื่อ 5 ต.ค. 60 ได้รู้สึกผ่อนคลาย

มูลเหตุให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ จงรักภักดีต่อชาติและสถาบันกษัตริย์

อุดมการณ์ที่ยึดมั่นทำมากว่า 4 ปีนั้น นายอดุลย์ได้รับแรงบันดาลใจจากคำพูดของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ว่า “คนเราเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน” กอปรกับนายอดุลย์เป็นศิษย์สำนักดาบพุทไธสวรรย์ มีใจรักและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อเกษียณอายุราชการขณะอายุ 58 ปี จึงแต่งกายคล้ายชุดนักรบพระเจ้าตากสิน ตระเวนขับรถ ATV ไปร่วมกิจกรรมงานกุศลต่างๆ ที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และเชิดชูชาติ เช่น งานเกี่ยวกับการปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติ งานวันสำคัญเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ งานสดุดีวีรชนค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี งานเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสิน งานเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวง ร.9 โดยที่ไม่มีใครเชิญ เพื่อเชิดชูวีรชนของชาติในอดีต

และรณรงค์ให้คนไทยสำนึกและระลึกว่าวีรชนของชาติในสมัยโบราณได้สร้างชาติด้วยอาวุธไทยโบราณ ช่วยกันปกป้องสถาบัน

“ตอนทำงาน เงินที่ได้ทุกเดือนก็เป็นเงินของแผ่นดิน เมื่อเกษียณอายุราชการ ได้รับเงินบำนาญและมีเวลา จึงคิดทำอะไรตอบแทนคุณแผ่นดิน ผมว่าดีกว่ามานั่งกินเงินบำนาญอยู่เฉยๆ ที่บ้าน ปล่อยตัวให้แก่ตายไปวันๆ” 

ทำดีตามที่ถนัด ใส่ชุดนักรบเพื่อเทิดทูนวีรชนของชาติ

ส่วนเรื่องการแต่งกาย และใช้รถ ATV นั้นเกิดจากความชอบส่วนตัว และไม่อยากซ้ำใคร สำหรับชุดนักรบกษัตริย์โบราณที่ใส่ ทั้งหมวก เสื้อเกราะ สนับแขนและเข่า นายอดุลย์บอกว่าซื้อมาในราคา 2 หมื่นกว่าบาทด้วยเงินเกษียณ นำมาซื้อดาบด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีการปกป้องประเทศชาติของวีรบุรุษไทยในอดีต และซื้อรถ ATV ราคา 75,000 บาท

หมดเงินไปร่วมแสน แต่ไม่เคยเสียดาย เพราะได้ทำเพื่อชาติและพระมหากษัตริย์ รู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้แต่งชุดนักรบเพื่อเทิดทูนวีรชนของชาติที่ปกป้องประเทศชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขจนถึงปัจจุบัน

ทุกคนสามารถทำความดีได้ แต่ขอให้เลือกทำที่ถนัด อย่างผมเป็นศิษย์สำนักดาบพุทไธสวรรย์ เป็นครูดาบก็เลือกทำในสิ่งที่ผมรักและถนัด” 

ห้อยรูป พ่อหลวง ร.9 ทุกครั้งเมื่อทำกิจกรรม สุดสะอื้น เมื่อย้อนเล่าความรู้สึกวันสวรรคต

ด้วยความรักและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ ในทุกครั้งที่ทำกิจกรรม สิ่งที่นายอดุลย์ไม่เคยลืมและนำห้อยคอติดตัวเสมอคือ พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ร.9 เมื่อครั้งที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง จากพระองค์ท่านเป็นรุ่นสุดท้าย

โดยนำรูปไปถ่ายเอกสาร เคลือบและติดห้อยคอไว้มา 4 ปีที่แล้ว และนั่นเป็นครั้งเดียวในชีวิตของนายอดุลย์ที่ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด พร้อมย้อนเล่าความรู้สึกและร้องไห้สะอึกสะอื้น จนเสียงพูดขาดหายไปบางช่วงด้วยความเสียใจถึงวันสวรรคตของพระองค์ท่านว่า

“ผมพอจะรู้ล่วงหน้าพระอาการของพระองค์ท่านบ้าง ก่อน 1 วัน ..(ร้องไห้สะอื้นจนเสียงพูดขาดหายอยู่ในลำคอ)....วันรุ่งขึ้นผมก็ได้ข่าวจริงๆ ครับ ....(ร้องสะอื้นจนฟังไม่ได้ความ).... รู้สึกเสียใจมาก เสียใจที่สุดในชีวิต

ผมรักพระองค์ท่านมาก แต่ไม่เคยเข้าไปกราบในพระบรมมหาราชวัง กราบที่นอกกำแพงเป็น 10 ครั้ง ด้วยชุดและอุปกรณ์ของผมเข้ากราบไม่ได้อยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ เวลาคิดถึงพระองค์ท่านก่อนเดินทางทุกครั้งก็จะนั่งนึก ขอให้พระองค์ปกป้องคุ้มครองให้ประสบความสำเร็จและปลอดภัย ผมขอมุ่งมั่นใช้วิธีทำดีตอบแทนพระองค์ท่านและคุณแผ่นดินต่อไป"

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้