วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทลงโทษของการลักทรัพย์ในยามเกิดอุทกภัย

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องของน้ำท่วมอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยครับ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครก็ได้รับผลกระทบแล้ว ในบางพื้นที่ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และต้องขนย้ายทรัพย์สินขึ้นบนที่สูง บางพื้นที่จำเป็นต้องยกทรัพย์สินออกมาวางนอกเคหสถาน นอกร้าน นอกบ้าน และอาจจะหนีกันไม่พ้น คือ เรื่องของทรัพย์สินหาย หรือถูกโจรกรรมทรัพย์สิน หรือการหลงลืมของเจ้าของทรัพย์สิน วันนี้จึงขอนำตัวบทกฎหมาย ที่กำหนดโทษไว้ในเรื่องของการลักทรัพย์ในช่วงที่มีอุทกภัย ซึ่งมีบทลงโทษที่หนักกว่าการลักทรัพย์ในยามปกติ เนื่องจากการลักทรัพย์ในยามเกิดอุทกภัยเป็นการซ้ำเติมผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๒) มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท 

โดยปกติ การลักทรัพย์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ มีโทษจําคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท แต่ผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษหนักขึ้นไปอีก หากการลักทรัพย์นั้นเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) ถึง (๑๒) วรรคสอง หรือ วรรคสาม ตามลำดับ

มาตรา ๓๓๕ ผู้ใดลักทรัพย์ 

(๑) ในเวลากลางคืน 
     

(๒) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใดๆ 
  
   
(๓) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ 
     

(๔) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้ 
    
 
(๕) โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ 
  
   
(๖) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน
 
     
(๗) โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป 
  
   
(๘) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้นๆ 
   
  
(๙) ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณะ 
 
    
(๑๐) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ 
   
  
(๑๑) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง 
  
   
(๑๒) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น


ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท 


วรรคสอง ถ้าการลักทรัพย์เป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท 


วรรคสาม ถ้าการลักทรัพย์เป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท 

นอกจากนี้ในการขนย้ายทรัพย์สินนั้น อาจจะมีการหลงลืมทรัพย์สินทิ้งไว้ในบริเวณที่นำทรัพย์สินมาพักไว้ เพื่อรอให้น้ำลดระดับลง ทั้งนี้ กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ไว้ สำหรับผู้ที่สามารถเก็บทรัพย์สินหายได้ โดยผู้ที่สามารถเก็บทรัพย์สินหายได้ไม่สามารถนำทรัพย์สินดังกล่าวไปเป็นของตนเองได้เลยทันทีนะครับ เนื่องจากกฎหมายกำหนดหน้าที่ให้กับผู้ที่เก็บทรัพย์สินหายได้ไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๑๓๒๓ บุคคลเก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย ต้องทำอย่างหนึ่งอย่างใดดั่งต่อไปนี้ 

(๑) ส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ของหายหรือเจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้น หรือ 
  
   
(๒) แจ้งแก่ผู้ของหายหรือเจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นโดยมิชักช้า หรือ 
 
    
(๓) ส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นภายในสามวันและแจ้งพฤติการณ์ตามที่ทราบอันอาจเป็นเครื่องช่วยในการสืบหาตัวบุคคลผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้น 

แต่ถ้าไม่ทราบตัวผู้ของหาย เจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินก็ดีหรือบุคคลดั่งระบุนั้นไม่รับมอบทรัพย์สินก็ดี ท่านให้ดำเนินตามวิธีอันบัญญัติไว้ในอนุมาตรา (๓) 

ทั้งนี้ ท่านว่าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายต้องรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ด้วยความระมัดระวังอันสมควรจนกว่าจะส่งมอบ 

ผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้สามารถเรียกร้องเงินรางวัลได้จากเจ้าของทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๒๔ ผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย อาจเรียกร้องเอารางวัลจากบุคคลผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นเป็นจำนวนร้อยละสิบแห่งค่าทรัพย์สินภายในราคาสามหมื่นบาทและถ้าราคาสูงกว่านั้นขึ้นไปให้คิดให้อีกร้อยละห้าในจำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายได้ส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ให้เสียเงินอีกร้อยละสองครึ่งแห่งค่าทรัพย์สินเป็นค่าธรรมเนียมแก่ทบวงการนั้นๆ เพิ่มขึ้นเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากรางวัลซึ่งให้แก่ผู้เก็บได้แต่ค่าธรรมเนียมนี้ให้จำกัดไว้ไม่เกินหนึ่งพันบาท 

     
ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในมาตราก่อนไซร้ท่านว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิจะรับรางวัล  

นอกจากนี้ หากผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๒๓ แล้ว และเจ้าของทรัพย์สินไม่มาเอาภายในหนึ่งปีกรรมสิทธิ์ย่อมตกแก่ผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้ มาตรา ๑๓๒๕ 
 

สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ประสบอุทกภัยทุกท่านให้ผ่านพ้นวิกฤติอุทกภัยไปได้ด้วยดี และอย่าได้มีความเดือดร้อนเพิ่มเติมนอกเหนือจากอุทกภัยเลยนะครับ 

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์