วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชอบเข้าคลินิกความงามเป็นประจำ

โดย ครูเคท

มีสาวสวยคนหนึ่งอายุยังไม่ถึงเลขสาม เข้ามาขอรับคำปรึกษากับครูเคทว่าตัวเองสงสัยว่าจะมีพฤติกรรมเสพติดศัลยกรรมเสียแล้ว เพราะเริ่มตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เธอเริ่มไปฉีดโบท็อกซ์เพื่อลบตีนกา ซึ่งอายุน้อยขนาดนี้ ให้มันมีตีนกาบ้างก็น่ารักดีนะคะ แต่เธอบอกว่าตีนกาของเธอมันเป็นร่องลึก ทำให้เธอดูแก่ จากนั้นเธอก็เริ่มเห็นว่าแก้มของเธอมันใหญ่ไป ก็เลยไปฉีดสลายไขมัน แล้วก็ตามด้วยโบท็อกซ์ตามกรอบหน้า เพื่อทำให้หน้าเรียว นั่งมองความสวยของตัวเองได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเห็นว่าร่องจมูกของเธอทำให้เธอดูแก่ ว่าแล้วก็ไปฉีดฟิลเลอร์เข้าไปอีก เธอไม่พอใจผลลัพธ์เพราะดูหน้าสองข้างไม่เท่ากัน เธอก็ต้องไปฉีดแก้ไข แล้วก็พบว่าฟิลเลอร์กระจายตัวไม่เท่ากันสองข้างอีก ก็ต้องไปฉีดซ่อมอีก สรุปว่าเธอเข้าออกคลินิกความงามเป็นประจำ เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง มากว่า 2 ปีแล้ว ที่เธอเข้ามาพูดคุยกับครูเคทก็เพราะว่าเธอรู้สึกว่าเธอมีปัญหาเรื่องความรัก พอคบกับใครได้ไม่นานเขาก็ตีตัวออกห่าง เธอรู้สึกว่าเธอเป็นคนจืดๆ ไม่มีจุดเด่นสะดุดตา เธอตัดพ้อว่าเธอเกิดมาหน้าตาไม่ดี จึงหาแฟนยาก ตอนนี้เธอเริ่มท้อ เพราะรู้สึกว่าหน้าตาเธอมันมีจุดบกพร่องไปหมด ตลอดเวลาที่ครูเคทนั่งฟังปัญหาของเธอ ก็มองหน้าเธอไปด้วย อยากจะบอกว่าเธอหน้าตาน่ารัก ผิวขาว ตาโต สไตล์ดาราเกาหลีที่กำลังอินเทรนด์เลย ไม่เห็นว่าเธอจะไม่สวยตรงไหน

มองดูพฤติกรรมอย่างนี้แล้ว ท่าทางเธอคงจะเริ่มเสพติดศัลยกรรมเข้าแล้ว คนหนุ่มสาวในปัจจุบันนิยมเสริมความงามด้วยการฉีดสารอะไรต่างๆ เข้าไปในร่างกายเพื่อให้ดูดีทันใจ ความจริงถ้าทำครั้งสองครั้งเพื่อให้ตัวเองดูดีก็เป็นเรื่องปกตินะคะ แต่ถ้าหากทำแล้วทำอีก ทั้งตำแหน่งเดิมและหาตำแหน่งใหม่ที่รู้สึกว่าเป็นจุดบกพร่องไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ส่องกระจกก็จะจับผิดหาจุดบกพร่องของตัวเองเสมอๆ เงินทองที่หามาได้ถูกนำมาใช้จ่ายค่าความงามมากกว่าค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เช่น กินบะหมี่สำเร็จรูปทั้งเดือนเพราะจะเก็บเงินไปทำจมูก เป็นต้น อย่างนี้เรียกได้ว่ามีอาการเสพติดศัลยกรรม หรือเป็นโรคไม่ชอบร่างกายของตนเอง (body dysmorphic disorder) แล้วล่ะค่ะ สาเหตุอาจเกิดจากการชอบเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น และมักเห็นจุดด้อยของตนเอง และส่วนใหญ่มักจะคบเพื่อนที่มีพฤติกรรมชอบเปรียบเทียบเหมือนๆ กัน บางคนไม่รู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง บางคนเชื่อว่าตนเองมีข้อบกพร่องเพราะคนในบ้านมักจะล้อเลียนจุดบกพร่องของเธอบ่อยๆ บางคนติดไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบสุดๆ จนอยากมีรูปร่างหน้าตาเหมือนไอดอล ก็เลยไปฉีดนู่นนี่เพื่อทำให้ตัวเองเหมือนไอดอลของตนมากที่สุด

วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด คือการหันกลับมามองตนเองในมุมใหม่ ยอมรับทั้งข้อดีและข้อด้อยของตนเอง รวมทั้งหัดมองผู้อื่นให้เห็นว่าเขาเองก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเรา ที่มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ในโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ การเปรียบเทียบกันด้วยการใช้ไม้บรรทัดที่บิดเบี้ยวของตัวเองทำให้ตัวเองไม่มีความสุข หากอยากเด่น ลองหันมาเด่นด้วยความรู้ความสามารถ (ซึ่งแน่นอน คนที่ไม่ภูมิใจในตัวเองก็จะบอกว่าตัวเองไม่มีความสามารถอะไรเลย เพราะความสามารถนั้นมาจากการเปรียบเทียบกับคนอื่น) ลองมองความสามารถจากความชอบของตนเองดูบ้าง ไม่ใช่จากความชอบหรือความคาดหวังของคนอื่น และความชอบนั้น เป็นความชอบส่วนบุคคล เปรียบเทียบกันไม่ได้ เมื่อเปรียบเทียบกันไม่ได้ก็ไม่เกิดความทุกข์ และเมื่อไม่ทุกข์ ความชอบก็จะเป็นพลังขับให้ลงมือทำสิ่งที่ชอบ แล้วก็เกิดทักษะหรือเทคนิคเฉพาะตน (เปรียบเทียบกันไม่ได้อีก)

คนเรามีรสนิยมต่างกัน ชอบอะไรไม่เหมือนกัน แต่ถ้าทุกคนพยายามปรับเปลี่ยนหน้าตาจนคล้ายกันไปหมดแล้ว โลกเราคงหน้าเบื่อเอามากๆ เลยค่ะ เหมือนดาราละครในบ้านเรา ทุกวันนี้หน้าตาก็เหมือนกันไปหมด ถ้าไม่ได้ดูทุกวันก็เริ่มจำกันไม่ได้แล้วว่าใครเป็นใคร พ่อแม่ให้มาอย่างไร ก็จงภูมิใจเถอะค่ะ เพราะเราไม่เหมือนใคร

ใครมีปัญหาญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 08-1458-1165 หรือเข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ครูเคท