วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นเวลานาน เพราะพ่อแม่คิดว่าเด็กโกหก

โดย ครูเคท

ได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์นักจิตวิทยาสังคมสงเคราะห์ จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ท่านหนึ่ง ที่ทำงานคลุกคลีกับเยาวชนและให้ความช่วยเหลือเยาวชนที่ประสบปัญหาต่างๆ เช่น ตั้งครรภ์ในวัยเรียน และเยาวชนถูกล่วงละเมิดทางเพศ เธอบอกว่าเด็กที่ประสบปัญหาดังกล่าวมีเพิ่มมากขึ้นและมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ แม้หน่วยงานภาครัฐจะยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อเยียวยาสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของเด็กอย่างดี แต่เมื่อเด็กๆ กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงของเขา นั่นก็คือครอบครัวของเขา เขากลับถูกทำร้ายจิตใจด้วยการถูกพ่อแม่ผู้ปกครองกระหน่ำซ้ำเติมในความผิดพลาดในอดีตที่เขาก่อ หรือแม้แต่ความผิดที่เขาไม่ได้ก่อ คือเขาตกเป็นเหยื่อ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองกลับยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กไม่ได้ และพยายามยัดเยียดข้อหาว่าเด็กเป็นผู้กระทำผิด

มีหลายเคสที่เด็กถูกข่มขืนแล้วตั้งครรภ์ เมื่อได้รับการเยียวยาทั้งกายและใจจากบ้านพักเด็กและครอบครัวแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้าน พ่อแท้ๆ กลับปฏิเสธทั้งลูกและหลานในครรภ์ ตัดพ่อตัดลูกกันก็มี และเคสที่เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศแบบติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็มักจะเกิดจากบุคคลในครอบครัวนั่นเอง เช่น พ่อเลี้ยง ปู่ ตา พี่ชายต่างมารดา น้า อา ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะล่วงละเมิดเด็กทีละนิด แล้วขู่ว่าห้ามบอกใคร เมื่อเห็นว่าเด็กไม่บอกใครก็จะย่ามใจล่วงละเมิดต่อไปเรื่อยๆ แต่เมื่อเด็กทนทุกข์ไม่ไหวและรวบรวมความกล้า ไปบอกพ่อหรือแม่ของตน กลับถูกพ่อแม่หาว่าเด็กจินตนาการเอาเอง หรือไม่ก็โกหกเพื่อเรียกร้องความสนใจ มิหนำซ้ำมักจะถูกลงโทษเอาเสียด้วย จึงทำให้เด็กต้องทนทุกข์ทรมานใจ โดยไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดเป็นเวลายาวนาน

สาเหตุว่าทำไมผู้ใหญ่จึงไม่เชื่อเด็ก มักเกิดจากความกลัวในใจของผู้ใหญ่ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เช่น หากผู้ละเมิดเป็นพ่อเลี้ยง เมื่อลูกสาวไปบอกแม่ แม่ก็ไม่กล้าทำอะไรพ่อเลี้ยง เพราะกลัวว่าตนจะต้องสูญเสียสามีของตนไป บางรายพยายามปฏิเสธความจริงเพราะยอมรับไม่ได้ว่าลูกถูกคนที่พ่อแม่ไว้ใจละเมิด พ่อแม่อาจรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนเองและรู้สึกเจ็บปวด จึงปฏิเสธความจริงเพื่อลดความเจ็บปวดในใจของตนเอง โดยไม่ทันได้ฉุกคิดว่าเด็กที่ถูกพ่อแม่ปฏิเสธ ไม่รับฟังจะเจ็บปวดมากกว่าตนกี่ร้อยพันเท่า บางรายไม่เชื่อลูกเพราะในใจลึกๆ อาจจะกำลังกลัวปัญหา ไม่อยากเผชิญปัญหา จึงปฏิเสธปัญหานั้นออกไป

ดังนั้น การจะช่วยเหลือเด็ก แม้อาจจะยังไม่รู้ว่าเด็กพูดจริงหรือพูดโกหก ให้เชื่อเด็กไว้ก่อน แล้วค่อยๆ รับฟังเด็กอย่างสงบ ค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่าเด็กพูดจริงหรือโกหก จะได้หาทางช่วยเหลืออย่างถูกต้องต่อไป ในกรณีที่รู้ชัดว่าเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง พ่อแม่ต้องควบคุมสติและความโกรธให้ดี อย่าระเบิดออกมา สิ่งแรกที่ควรทำคือปลอบใจเด็กก่อน อย่าซักถามในเชิงตำหนิเด็ก เช่น ทำไมปล่อยให้เขาทำอย่างนี้ ทำไมไม่สู้ ทำไมไม่ร้องให้คนช่วย ฯลฯ คำถามเหล่านี้ไม่ได้ช่วยทำให้เด็กสบายใจขึ้น ในทางตรงกันข้าม กลับเป็นการตอกย้ำลงไปในจิตใต้สำนึกของเด็กว่า เด็กเป็นคนผิดเสียเอง เมื่อเติบโตขึ้น เด็กเหล่านี้มักจะมีปัญหาไม่เห็นคุณค่าในตนเองและดูถูกตนเอง พ่อแม่ควรพูดคุยด้วยเสียงอ่อนโยนปลอบประโลม ให้เด็กค่อยๆ เล่าเรื่องราว จากนั้นควรยืนยันให้เด็กมั่นใจว่าไม่ใช่ความผิดของเด็ก คนที่ทำผิดต่างหากจะต้องถูกลงโทษ พ่อแม่และเด็กจะช่วยกันให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้คนกระทำผิดได้รับการลงโทษ และพ่อแม่จะปกป้องลูก ยืนอยู่ข้างลูก

หากใครมีปัญหา โทรปรึกษาศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เลยค่ะ

ใครมีปัญหาญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือเข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer  และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ครูเคท