วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติโชว์หลักฐาน ยันเจ้าคุณนิมิตร วัดสวนดอก คนไทย ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น

ญาติและเพื่อนมหานิมิตร วัดสวนดอก เขียงใหม่ ที่ตกเป็นข่าวฉาว ถูกร้องเรียนว่าเป็นชาวพม่า สวมบัตรคนตายที่ชัยภูมิ รวมตัวออกมายืนยันว่าพระราชรัชมุนี เป็นคนไทย เกิดในตระกูลใหญ่ บรรพชาที่วัดท่าตอน มีเพื่อนเป็นพันโท เรียนหนังสือด้วยกันมา...

เช้าวันที่ 21 ต.ค. ที่ศาลารวมใจพระอารามหลวงวัดท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มญาติพี่น้องของ พระราชรัชมุนี หรือมหานิมิตร เจ้าอาวาสวัดสวนดอก อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ชาว จ.ชัยภูมิ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเชียงใหม่ ให้ตรวจสอบเรื่องมีการสวมสิทธิ์ หรือสวมบัตรประชาชน ของเด็กชายดวงดี เวียงดินดำ ซึ่งเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปี 2538

ในวันนี้ทางญาติของทางพระราชรัชมุนี ที่มีภูมิลำเนาเกิดในตำบลท่าตอน และพื้นที่หลายหมู่บ้านในอำเภอแม่อาย ได้มารวมตัวกันในบริเวณศาลารวมใจ พร้อมกับนำหลักฐานเป็นแผนผังลำดับเครือญาติ ตลอดจนภาพถ่ายของเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน โดยในแผนผังเครือญาติพระราชรัชมุนี อยู่ในตระกูลมหาวัน ต้นตระกูลคือนายมหาวัน นางใส่ ปัจจุบันมีลูกหลานรวมกัน 159 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่อาย มีทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนักการเมืองท้องถิ่น พระราชรัชมุนีนั้นเป็นบุตรของนายนายนามแสง นางอิ่ง ยอดคำ เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน ดังนี้

1.นางศรีนวล มูลเมือง อายุ 63 ปี ถือบัตรประจำตัวอยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน 2.นายนาม เสียชีวิต 3.นางเป็ง นันแก้ว อายุ 58 ปี ถือบัตรประจำตัวอยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน 4.นางจันฟอง ปัญญาเรือง อายุ 55 ปี ถือบัตรประจำตัวอยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน 5.นายนิมิตร ยอดคำ หรือ พระราชรัชมุนี ที่กำลังตกเป็นข่าว 6.นายชาญชัย หรือคนทั่วไปเรียกหนานจิ่ง ศรีวชิรพันธ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน 7.นายวรวิทย์ เสียชิวิต 

สำหรับนายชาญชัย คนที่ 6 ของครอบครัวนั้นอดีตที่ผ่านมาเคยเป็นพระเปรียญธรรม 7 วัดไตรมิตร กรุงเทพมหานคร อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน อดีตเลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน และอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน ยังมีพันโทบุญโรจน์ กองแก้ว ผู้บังคับกองร้อยรบพิเศษที่ 3 กองพันรบพิเศษที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นชั้นเรียนมหานิมิตร ขั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อปีพุทธศักราช 2519 และชั้นเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 เมื่อปีพุทธศักราช 2523 ที่โรงเรียนเพียงหลวง 1 เดิมคือโรงเรียนบ้านท่าตอน โดยที่โรงเรียนเพียงหลวง 1 ได้รับพระราชทานเป็นโรงเรียนในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา

พันโทบุญโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีกระแสที่สื่อต่างๆ ว่าเจ้าคุณนิมิตร หรือพระราชรัชมุนี เป็นบุคลคลไร้สัญชาติ หรือพม่าพลัดถิ่น ตนในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นชั้นเรียนกันตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึง 6 ขอยืนยันว่าท่านเป็นคนบ้านท่าตอน สมัยนั้นในอดีตที่ผ่านมาปัญหาการทำบัตรประจำตัวประชาชน ได้บ้างไม่ได้บ้าง แถมยังมีที่ว่าการอำเภอถูกไฟไหม้

“เจ้าคุณนิมิตร นั้นมีญาติพี่น้องร้อยกว่าคน หลักฐานภาพถ่ายที่นำมาให้ดูนี้ก็ชัดเจนแล้ว ภาพถ่ายมีคนรู้จักมีเจ้าตัวยืนยันได้ ผมขอยืนยันว่าท่านเป็นคนไทย ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น หรือคนไร้สัญชาติ” พันโทบุญโรจน์ กล่าว

ขณะที่นายทัศนพล ก่ำบุตร อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 2 ตำบลท่าตอน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านห้วยมะเฟือง หมู่ 2 ออกมายืนยันพร้อมให้ข้อมูลเพื่อคลายข้อสงสัยว่า เดิมท่านเป็นคนบ้านร่มไทย หมู่ 14 บวชเรียนที่วัดท่าตอนซึ่งในเวลานั้นยังไม่ได้เป็นพระอารามหลวง เป็นรุ่นพี่มีความคุ้นเคยกัน และอยู่หมู่บ้านเดียวกัน คลุกคลีกับทางญาติของท่านเจ้าคุณนิมิตรมาตลอด ตนขอยืนยันว่าเจ้าคุณนิมิตร มิได้เป็นต่างด้าว หรือพม่าพลัดถิ่นแต่อย่างใด เป็นคนในตระกูลเก่าแก่ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมาแต่ดั้งเดิม

นายอนันต์ มูลวอ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 ตำบลท่าตอน อดีตพระมหาอนันต์ เปรียญ 8 มหาวิทยาลัยเดลลี กล่าวว่าพระมหานิมิตร หรือพระราชรัชมุนี เป็นสามเณรบวชที่วัดท่าตอน ในเวลานั้นยังไม่ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง การศึกษาของลูกศิษย์ลูกหาทางหลวงพ่อจะส่งไปเรียนที่เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงรายเป็นรุ่นแรก จากนั้นไปต่อยังในกรุงเทพมหานคร กลับมาจึงมาตั้งสำนักเรียนที่วัดท่าตอน โดยมหานิมิตรเองนั้นจบเปรียญธรรม 9 เป็นรุ่นแรกของวัดท่าตอน

ส่วนประเด็นที่สื่อระบุว่าพระเทพมังคลาจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระราชรัชมุนี หรือมหานิมิตร นั้นตนขอยืนยันว่าผู้ที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของสามเณรนิมิตร ในเวลานั้นคือพระครูณานพิสิทธิ์ หรือพระครูวิลาส ขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดปัณนาราม (ต้นหนุน) เจ้าคณะอำเภอแม่อาย ตนเองเป็นพระกัมมะวาจาคู่สวดร่วมกับพระมหาจรูญ จันทร์มาลัย เปรียญธรรม 9 นพระอนุศาสนาจารย์ และขอยืนยันว่าตนเป็นคนสอนภาษาบาลีให้กับมหานิมิตร จนได้เปรียญธรรม 4-5 และเดินทางไปศึกษาจนเปรียญธรรม 9 ที่วัดราชสิงขรที่ตนเป็นอาจารย์ใหญ่เวลานั้น จนจบเปรียญธรรม 9 วัดบางคอแหลม หรือวัดยานนาวาขอย้ำอีกครั้งว่า ผู้ที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระราชรัชมุนี ไม่ใช่พระเทพมังคลาจารย์ตามที่สื่อบางสื่อกล่าวถึงแต่อย่างใด เพราะขณะนั้นตนเป็นพระคู่สวด ร่วมกับพระมหาจรูญ จันทรมาลัย เปรียญธรรม 9 องค์แรกของวัดท่าตอน

ด้านนายสมเจตน์ ชัยราช หรืออดีต พระมหาสมเจตน์ เปรียญธรรม 9 ปัจจุบันเป็นผู้ดูแล และที่ปรึกษามูลนิธิสมพร บ้านท่าตอน เป็นอีกคนหนึ่งที่ขอยืนยันว่า ตนเองเป็นพระบวชรุ่นเดียวกับพระเทพมังคลาจารย์ ที่วัดท่าตอน เห็นมหานิมิตรมาตั้งแต่เด็ก และขอยืนยันท่านเป็นคนไทย ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น หรือคนไร้สัญชาติ สื่อลงข่าวใหญ่โต ลองมาดูแผนผังเครือญาติที่มีอยู่ร่วม 200 คนบ้าง 

“ทุกคนที่มาในวันนี้ มาเพื่อยืนยันว่ามหานิมิตร หรือพระราชรัชมุนีเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เกิดที่บ้านท่าตอน มีการศึกษา มีภาพ และเอกสารการบรรพชา ใบสุทธิมายืนยันได้จบโรงเรียนบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สอบไล่ได้ชั้นประถมปีที่ 6 เมื่อ 15 มีนาคม 2525จบ และยังมีเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นนายทหาร มีญาติที่เคยเป็นนัการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งญาติสนิทที่เป็นผู้นำหมู่บ้าน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ส่วนในเรื่องสวมตัวหรือสวมบัตรเป็นเรื่องที่จะต้องสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อไป เน้นย้ำอีกครั้ง" นายสมเจตน์กล่าว.