วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู

ภาพพระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนัก ใช้ชีวิตสมถะและใกล้ชิดราษฎร ถือเป็นภาพคุ้นชินมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ และกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ประชาชนชาวไทยลุกขึ้นทำความดี เพื่อเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

หนึ่งในคุณธรรมสำคัญที่ทรงยึดถือปฏิบัติเสมอมาคือ “ความกตัญญู” โดยเรื่องราวของ “พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู” ได้รับ การบันทึกและถ่ายทอดสู่สาธารณชนครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อบอกเล่าความประทับใจที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติต่อ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ด้วยหัวใจกตัญญูกตเวที

“อันที่จริงเธอก็ชื่อภูมิพล ที่แปลว่า กำลังของแผ่นดิน แม่อยากให้เธออยู่กับดิน” พระราชดำรัสดังกล่าวของ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ถึงความ หมายของพระนาม “ภูมิพล” สะท้อนได้ดีถึงความตั้งพระทัยที่จะอบรมเลี้ยงดูพระราชโอรสให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ทรงสอนให้รักประชาชนและแผ่นดิน ไทยยิ่งชีพ

ภายหลังในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชปรารภถึงสิ่งที่ “สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี” เคยรับสั่งว่า “เมื่อฟังคำพูดนี้แล้วก็กลับมาคิด ซึ่งแม่ก็คงจะสอนเรา และมีจุดมุ่งหมายว่า อยากให้ เราติดดินและอยากให้ทำงานให้แก่ประชาชน”

ความรักของ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้รับการถ่ายทอดเป็นตัวอักษรในหลายโอกาส ดังความตอนหนึ่ง ที่ทรงนิพนธ์ถึงสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่แม่มีต่อลูกว่า

“ลูกของหม่อมฉัน หม่อมฉันรักอย่างดวงใจ และหม่อมฉัน ตั้งใจอยู่เสมอที่จะนำลูกไปในทางที่ถูกที่ดีสำหรับจะเป็นประโยชน์ แก่ตนเอง ญาติ และบ้านเมือง ตัวหม่อมฉันเองทำประโยชน์อะไรให้ชาติบ้านเมืองได้ไม่มาก แต่ถ้าได้ช่วยลูกๆให้ได้รับการอบรมและเล่าเรียนในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองแล้ว หม่อมฉันก็รู้สึกอิ่มใจเหมือนกัน...หม่อมฉันไม่เคยอยากได้ยศศักดิ์แต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่หม่อมฉันต้องการก็คือ มีโอกาสอบรมลูกให้เป็นคนดี จะได้ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้”

คำว่า “คนดี” ในความหมายของ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ได้มีรับสั่งกับผู้สื่อข่าวพิเศษประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตีพิมพ์ลงใน “วงวรรณคดี” ฉบับเดือนตุลาคม 2490 ว่า...“คนดีของฉันรึ จะต้องเป็นคนที่ไม่พูดปด ไม่สอพลอ ไม่อิจฉาริษยา ไม่คดโกง และไม่มีความทะเยอทะยาน อย่างบ้าๆ แต่พยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีในขอบเขตของศีลธรรม”

“สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี” มักจะทรงนิพนธ์จดหมายด้วยลายพระหัตถ์ถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 อยู่เนืองๆ ครั้งหนึ่งทรงแสดงความ ยินดีกับความสำเร็จในการเสด็จฯเยือนสหรัฐอเมริกา ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2503 ความว่า...“เล็ก พรุ่งนี้ท่านขจรจะมาหาแล้วจะเดินทางไป U.S.A วันเสาร์ แม่ก็เลยถือโอกาสเขียนมา 2-3 คำ ตาม TV และหนังสือพิมพ์รู้สึกว่า visit ของเล็ก และสิริ มี success มาก แม่ไม่ต้องบอกว่าแม่พอใจดีใจอย่างไร มันเป็นธรรมดาของแม่ที่ได้เห็นลูกทำอะไรดีก็ fiere มาก และแม่ดีใจสำหรับบ้านเมืองมากเหมือนกัน...”

“พ.อ.พิเศษ ทองคำ ศรีโยธิน” บันทึกไว้ในหนังสือพระมหากษัตริย์ยอดกตัญญูว่า ลูกๆทุกคนย่อมรู้กันอยู่แล้วว่าความหวังของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้นมี 3 ความหวังคือ 1) ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้ 2) ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา 3) เมื่อถึงยามต้องตายวายชีวา หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ ความหวังของแม่ทั้ง 3 ความหวัง ในหลวงทรงปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นแบบอย่างน่ายกย่อง ไม่ว่าสมเด็จพระบรม ราชชนนีจะเสด็จฯไปแห่งหนใด ในหลวงจะทรงประคองอย่างใกล้ชิดตลอดทาง

ก่อนสมเด็จพระบรมราชชนนีจะสิ้นพระชนม์ได้ปีเศษ ขณะทรงมีพระชนม พรรษา 93 พรรษา ราชเลขาส่วนพระองค์บอกเล่าว่า ในหลวงเสด็จฯจากพระตำหนัก จิตรลดาฯไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน ไปเสวยพระกระยาหารค่ำกับสมเด็จพระบรมราชชนนี โดยทุกครั้งที่เสด็จฯไปเฝ้าสมเด็จพระบรมราชชนนี ในหลวงจะทรงเข้าไปกราบที่ตัก แล้วสมเด็จพระบรม ราชชนนีก็จะทรงดึงพระราชโอรสเข้ามากอดและหอมแก้มเสมอ

ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงพระประชวรประทับรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ในหลวงเสด็จฯไปเยี่ยมช่วงตี 1 ตี 2 ทุกวัน และประทับอยู่ด้วยจนถึงตี 4 จึงเสด็จฯกลับ คราวหนึ่งทั้งสองพระองค์ทรงพระประชวรและประทับรักษาพระองค์อยู่ที่ศิริราชในเวลาเดียวกัน เมื่อในหลวงทรงเปิดประตูออกมาเห็นพยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จพระบรมราชชนนีผ่านหน้าห้อง จึงรีบเสด็จออกมาแย่งพยาบาลเข็นรถ พร้อมรับสั่งว่า “แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้”

ในวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ในหลวงทรงเฝ้าสมเด็จพระบรมราชชนนีจนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าอยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่งแม่หลับ จึงเสด็จฯกลับ พอเสด็จฯไปถึงวัง ทรงได้รับโทรศัพท์กราบทูลว่า สมเด็จพระบรม ราชชนนีสวรรคตแล้ว ในหลวงทรงรีบเสด็จฯกลับไปยังศิริราช ตรงเข้าไปคุกเข่ากราบลงที่พระอุระของสมเด็จพระบรมราชชนนี พระพักตร์ตรงกับ พระหทัย รับสั่งแผ่วเบาว่า “ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย” พระองค์ทรงซบพระพักตร์นิ่งอยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยขึ้น พร้อมน้ำพระเนตรไหลนอง เมื่อทรงเห็นหวีปักอยู่ที่พระเกศาของสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงจับหวีค่อยๆหวีพระเกศา หวีให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่

เมื่อเรามีพระเจ้าอยู่หัวเป็นตัวอย่างของ “สุดยอดลูกกตัญญู” ประชาชนชาวไทยก็ควรซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติ และเดินตาม รอยในหลวง รัชกาลที่ 9 เริ่มต้นทำหน้าที่ของลูก กตัญญู ทำหน้าที่ของคนดี ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมพื้นฐานสำคัญ ที่จะนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต.

ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ