วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สานต่อพระราชปณิธาน สร้างฝายชะลอน้ำสู่ความยั่งยืน

ผู้บริหารเอสซีจีผู้ร่วมโครงการฯ และตัวแทนชุมชน จ.ขอนแก่น ร่วมใจโครงการ “เอสซีจีรักษ์น้ำ TheJourneyสานต่อที่พ่อทำสร้างฝายทั่วไทย”.

โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9 ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความอยู่ดีกินดีของประชาชนมีมากมาย ล้วนเป็นการต่อยอดจากโครงการตั้งต้นในการจัดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น

ถึงวันนี้ผู้บริหารเอสซีจี(SCG)ได้ร่วมปลุกแรงบันดาลใจเยาวชนและชุมชนสานต่อพระราชปณิธานของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ด้วยกิจกรรม “เอสซีจีรักษ์น้ำ TheJourney สานต่อที่พ่อทำสร้างฝายทั่วไทย”

นับเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธาน ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยได้นำตัวแทนชุมชน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไปศึกษาเรียนรู้ชุมชน ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างฝายชะลอน้ำที่ จ.ลำปาง

อีกทั้งยังได้เรียนรู้แนวทางการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ จากศูนย์การศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการในยุคแรกๆ ที่มีการสร้างฝายธรรมชาติเพื่อเก็บกักน้ำบริเวณผิวดินเอาไว้จากน้ำและขยายผลสู่ป่าจากพื้นที่ที่เคยแห้งแล้ง และถูกแผ้วถางทำลายก็กลับฟื้นคืนสู่ธรรมชาติสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่ปี

การเรียนรู้สู่การริเริ่มจากการจุดประกายสู่การระเบิดภายในใจจนถึงการเดินทางตั้งต้น “รักษ์น้ำ TheJourney” ที่ จ.ลำปาง สู่การกลับมาลงมือทำขยายผลสู่บ้านเกิดในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย



เริ่มต้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการร่วมสร้างฝายชะลอน้ำเป็นครั้งแรกในพื้นที่ โดยความร่วมมือของตัวแทนชุมชนและเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ นับเป็นการริเริ่มการเตรียมความพร้อมรับปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก รวมถึงปัญหาน้ำแล้งในภาคใต้ซึ่งเริ่มเป็นปัญหาในพื้นที่แล้ว

จากนั้นเดินทางต่อไปที่ชุมชนบ้านเขามุสิ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ร่วมกันพลิกพื้นที่ป่าชุมชนที่เคยแห้งแล้งเนื่องจากการตัดไม้รวมถึงประสบปัญหาน้ำท่วมได้เริ่มสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริเป็นการขยายผลสร้างฝายชะลอน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่เดิมเพื่อช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นของป่าชุมชน

นายเดือนคงมณีผู้ใหญ่บ้านบ้านเขามุสิเล่าว่าในระยะเวลาไม่กี่ปี หลังจากการสร้างฝายชะลอน้ำชุมชนเราสมบูรณ์ขึ้นมากชีวิตป่าคืนกลับมาป่ามีความชุ่มชื้น และอุดมสมบูรณ์มีผลผลิตจากป่าชาวบ้านมีรายได้เสริม จากการเก็บหน่อไม้เห็ดโคนผักหวานไปขายตามฤดูกาลหรือกินกันในครัวเรือน ผลคือสามารถลดรายจ่ายลงได้จากเคยยากจนไม่พอกินไม่พอใช้ ตอนนี้ชาวบ้านก็ออมมากขึ้นเราพึ่งพาตัวเองได้อย่างมั่นคง

ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้นำและผู้ใหญ่ในชุมชนที่ร่วมมือร่วมใจกันสร้างฝายชะลอน้ำแต่เมล็ดพันธุ์นี้ ได้ถูกปลูกลงไปในใจของยุวชนที่มาร่วมสร้างฝายได้เรียนรู้สำนึกรักธรรมชาติ และถ่ายทอดชักชวนเด็กรุ่นใหม่ในพื้นที่อีกด้วย

กิจกรรมโครงการฯเดินทางต่อไปที่ จ.ขอนแก่น ณ พื้นที่ตำบลม่วงหวานอ.น้ำพองเป็นพื้นที่น้ำขาดน้ำแล้งชาวบ้านอาศัยน้ำตามฤดูกาลทำให้ในช่วงฤดูแล้งมีน้ำ ไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรจากการร่วมเดินทางไปกับ “รักษ์น้ำTheJourney” ตัวแทนชุมชนจึงได้รับความรู้ความเข้าใจและจุดประกายการทำฝายชะลอน้ำเป็นครั้งแรก

นายประสาทจันทรวิเศษผู้ช่วยกำนันหมู่ 2 บ้านสระกุด ต.ม่วงหวาน เผยว่า เมื่อไปเห็นพื้นที่ จ.ลำปาง ที่เคยเป็นเขาหัวโล้นแห้งแล้งสามารถกลับเป็นพื้นที่สีเขียวได้ทำให้อยากให้ป่าบ้านตนมีความอุดมสมบูรณ์มีความชุ่มชื้นชาวบ้านจะได้ไปหาของป่าและมีรายได้เสริม

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ และจากนี้ตนก็จะรวมพลังชุมชนหาแนวร่วมต่อไป” นายประสาทกล่าว

การเดินทางของ “รักษ์น้ำTheJourney” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆที่เอสซีจีมุ่งมั่น“สานต่อที่พ่อทำ”น้อมนำแนวพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9สนับสนุนการจุดประกายชุมชนต่างๆในประเทศไทยอีกทั้งยังส่งเสริมสร้างความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชนเสริมความเข้มแข็งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไปอีกด้วย

โครงการฯ นี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้ให้ความสนใจและได้ไปร่วมกับผู้บริหารเอสซีจีสร้างฝายชะลอน้ำร่วมกับเยาวชนและชุมชนด้วย

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจีแพคเกจจิ้ง กล่าวว่า เอสซีจี ได้น้อมนำแนวพระราชดำริการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาดำเนินงานร่วมกับชุมชนภายใต้โครงการ “เอสซีจีรักษ์น้ำเพื่ออนาคต” ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมและขยายผลการดำเนินงานไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศ

ในปี2560ได้เดินหน้าสืบสานพระราชปณิธานการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริเอสซีจีได้ขยายผลการสร้างฝายชะลอน้ำไปสู่จังหวัดขอนแก่นกาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช ด้วยการจัดกิจกรรม “รักษ์น้ำ TheJourney” สานต่อที่พ่อทำสร้างฝายทั่วไทย”ขึ้น

“เราชักชวนชุมชนในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดเดินทางไปเรียนรู้การสร้างฝายชะลอน้ำจากประสบการณ์จริงของชุมชนต้นแบบ และจุดกำเนิดฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจนำมาปรับใช้ดำเนินงานแก้ปัญหาเรื่องน้ำในบ้านเกิดของตนเอง ตามแนวพระราชดำริที่ทรงเน้นให้ชุมชนเข้มแข็งช่วยตัวเองได้และอยู่ได้อย่างยั่งยืน” นายธนวงษ์กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

จากแนวพระราชดำริ และโครงการพระราชดำริหลายพันโครงการฯ หากทุกคนน้อมนำและสายต่อพระราชปณิธานของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาปฏิบัติและใช้แก้ปัญหาเชื่อว่าประชาชนชาวไทยจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน.


ทีมข่าวภูมิภาค