วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"จักรทิพย์" ปรับด่านถาวร เสริมแนวสกัดกั้น”ยานรก”

มาตรการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด นำเทคโนโลยี เครื่องมือที่ทันสมัยปรับใช้ เปลี่ยนรูปแบบแผนการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ มาใช้สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดทั้งภายในและนอกประเทศ กดดันกลุ่มผู้ค้า ผู้ลำเลียงทุกรูปแบบ ทุกมิติ จับกุมได้ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดทุกราย

เป็นหลักการทำงาน นโยบายปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ใช้ในการขับเคลื่อนสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด มอบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบ

กว่า 2 ปี กดดันขบวนการขนลำเลียงยาเสพติดอย่างหนัก จับกุมยานรกกว่าพันล้านบาทในพื้นที่ฝั่งชายแดนภาคเหนือ ทำให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด เปลี่ยนเส้นทางลำเลียง ตบตาเจ้าหน้าที่

รูปแบบการลำเลียงยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงไป มีกลุ่มนายทุน ผู้อยู่เบื้องหลังมาเกี่ยวข้อง เป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มคนร้ายจะทำทุกวิถีทางให้รอดพ้นการจับกุม หาทางลำเลียงยาเสพติดจากโรงงานแหล่งผลิตนอกประเทศนำไปสู่กลุ่มลูกค้าประเทศที่สาม

เดิมกลุ่มผู้ค้าใช้เส้นทางลำเลียงในพื้นที่ภาคเหนือ ตำรวจเพิ่มความเข้มสกัดกั้น เปลี่ยนใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าพื้นที่ภาคกลาง ส่งต่อภาคใต้ ลำเลียงเข้าสู่ประเทศที่สาม ซึ่งมูลค่ายาเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

มีผลประโยชน์ตอบแทนมหาศาลล่อใจกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนผู้ที่รับจ้างขนลำเลียง ผู้ค้ารายย่อย ได้รับค่าจ้างที่คุ้มค่าแลกกับเสี่ยงติดคุกติดตะราง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ขณะนี้

หากตำรวจไม่พัฒนารูปแบบการทำงาน จะยากต่อการจับกุมยิ่งขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ทำแผนเสนอของบประมาณต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จัดตั้งด่านตรวจถาวรเพิ่มขึ้น ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง เส้นทางลำเลียงสำคัญ นำระบบเอกซเรย์ ไลเซนส์เพลท หรือกล้องอ่านหมายเลขทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มาตรวจจับรถต้องสงสัยลำเลียงยาเสพติด

ไม่เพียงเรื่องยาเสพติด หลายคดีสำคัญตำรวจจับกุมคนร้ายได้จาก “ไลเซนส์เพลท” หรือเครื่องอ่านป้ายทะเบียนรถ ที่กำหนดกรอบให้ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคดีโจรกรรมรถยนต์ รถหาย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ คุมงานปราบยาเสพติด ทำแผนยุทธศาสตร์สกัดกั้นการลำเลียงยานรก นำระบบไลเซนส์เพลท วางโครงข่ายดักการขนส่งยาเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ มี พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เป็นหลัก ดูแลข้อมูลการข่าวส่งต่อให้ตำรวจพื้นที่ช่วยกันสกัดกั้น ขยายผลอายัด ทรัพย์สินทุกเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รรท.ผบช.ภ.3 ชุดสืบสวน บช.ภ.3 จับกุมนายทินกร หรือโอเล่ ค่อมสิงห์ อายุ 30 ปี ชาว ต.พระทาย อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พร้อมของกลางยาไอซ์ 508 กิโลกรัม มูลค่า 1,000 ล้านบาท

คดีเริ่มที่ สภ.สีดา จ.นครราชสีมา รับแจ้งพบรถกระบะโตโยต้า มีหลังคาแครี่บอย หลบเลี่ยงไม่เข้าจุดสกัด กลับรถหลบหนีก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัด 1 กม. มีการติดตาม แต่เป็นเวลากลางคืนจึงไม่พบ ได้ประสาน สภ.ข้างเคียงสกัดจับรถยนต์ วันถัดมา สภ.บัวใหญ่ได้รับแจ้งพบรถยนต์ มีชายไทย 2 คน มีพิรุธ ตรวจสอบพบยาไอซ์ 508 แท่ง น้ำหนักแท่งละ 1 กก. อยู่ในกระสอบถุงปุ๋ย 11 ถุง ซุกซ่อนอยู่บริเวณแค็บ กระบะหลังคาแครี่บอย ก่อนตามจับนายทินกร หรือโอเล่ ค่อมสิงห์ บุคคลต้องสงสัยได้ที่บริเวณสถานีรถไฟบัวใหญ่ ขณะเตรียมตัวหลบหนี นำตัวมาสอบสวนรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายบี
ไม่ทราบนามสกุล รับจ้างจากนายทุนยาเสพติดให้ขับรถยนต์บรรทุกยาเสพติดจากจังหวัดนครพนม ไม่รู้จุดหมายปลายทาง เพราะนายทุนจะสั่งให้ขับรถยนต์ไปเส้นทางที่กำหนด ครั้งแรกรับค่าจ้าง 20,000 บาท หากทำงานสำเร็จได้รับค่าจ้างอีก 200,000 บาท สิ่งสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมคดี คือประชาชนที่แจ้งเบาะแสให้กับตำรวจ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจกับคนในพื้นที่

ตั้งแต่ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ มารับตำแหน่ง รรท.ผบช.ภ.3 ได้เน้นงานด้านมวลชน รับแจ้งเหตุ งานบริการบนโรงพัก การมีส่วนร่วมของประชาชน และวางระบบด่านสกัดกั้นในพื้นที่ 8 จังหวัด บช.ภ.3 ในจุดที่ใช้เป็นเส้นทางลำเลียง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เป็นการบูรณาการร่วมกัน อุดช่องโหว่เส้นทางขนลำเลียงยาเสพติดภาคอีสาน

บช.ภ.3 มีข้อมูลการลักลอบขนยานรกจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทาง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนใน ลักลอบเข้ามาแนวแม่น้ำโขง เส้นทาง จังหวัดนครพนม มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร กาฬสินธุ์ เข้ามาในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ต้องเน้นด่านถาวร ที่มีเครื่องมือที่ทันสมัยช่วยตรวจสอบสกัดกั้นยาเสพติดที่ซุกซ่อนมากับรถผัก รถขนของที่มีการอำพรางมา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ตัวหลักงานปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า “แต่ก่อนการลำเลียงยาเสพติดมักพบในพื้นที่ภาคเหนือ หลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ปรับแผนเพิ่มการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดฝั่งชายแดนภาคเหนือ เน้นให้ตำรวจประสานข้อมูลการข่าว ทำให้กลุ่มนักค้ายาเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงอ้อมผ่านมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทน โดยข้ามมาจากประเทศลาว แต่ประเทศลาวไม่ใช่แหล่งผลิต มีปลายทางลำเลียงออกไปทางทะเลภาคใต้ ผ่านไปยังประเทศมาเลเซีย และกระจายไปสู่ประเทศอื่นๆ อาทิ ออสเตรเลีย ไต้หวัน เมื่อยาเสพติดถูกลำเลียงไปประเทศที่สามแล้ว จะทำให้มีมูลค่าเพิ่มถึงหมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของชาติทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เน้นหนักลงมา ทุกหน่วยต้องทำจริงจังและต่อเนื่อง”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “อาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดมีรูปแบบแนวทางที่ปรับเปลี่ยนไปเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม แต่คนร้ายมักเป็นกลุ่มเดิมๆ เช่น กลุ่มว้าใต้ กลุ่มว้าเหนือ 5–7 กลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สกัดกั้นการลำเลียงมาโดยตลอด คนร้ายเบี่ยงเส้นทางเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการขนยาเสพติดที่มีจำนวนมากๆ มีจุดอ่อนและจุดแข็ง สำคัญที่สุดคือแพ็กเกจที่ห่อยาเสพติดที่ใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ ปัญหายาเสพติดนำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทราบเป็นระยะ ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามหามาตรการเฝ้าระวังมาโดยตลอด ขณะนี้ได้ของบประมาณจัดตั้งด่านตรวจถาวรเพิ่มขึ้น นำระบบเอกซเรย์ ไลเซนส์เพลท มาตรวจจับรถต้องสงสัยลำเลียงยาเสพติด และอาชญากรรมอื่นๆ เพื่อให้ตำรวจมีเครื่องมือที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและการแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาล”

“โมเดลด่านถาวร” ระบบเอกซเรย์ ไลเซนส์เพลท อ่านป้ายทะเบียนรถ มาช่วยสกัดกั้นกลุ่มผู้ค้าลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด และภาพรวมคดีอาชญากรรม เป็นนโยบายที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบ วางแผนระยะยาว ขับเคลื่อนงานยาเสพติดให้เกิดผลยั่งยืน

คาดหวังให้ปริมาณยาเสพติดทุกประเภทลดจำนวนลง.

ทีมข่าวอาชญากรรม