วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยู่ที่รักมากพอ จะเดินหน้าต่อไหม

ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์ค่ะ ยอมรับเลยเป็นเดือนหนึ่งที่มีความรู้สึกว่าอยากให้เวลาเดินหน้าไปอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เจอหน้าใครก็ได้แต่ส่งกำลังใจกันไปมา เพราะรู้ว่าเรามีหัวใจดวงเดียวกัน เรามีพ่อหลวงองค์เดียวกัน ต่อให้เข้าใจกับเงื่อนไขของเวลา แต่ห้ามความเสียใจไม่ได้อยู่ดีคิดถึงพระองค์ท่านมากแค่ไหน ต้องเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังของการ “ให้” เหมือนที่พระองค์ท่านพระราชทานโครงการมากมายเพื่อความอยู่ดีกินดีของคนไทยทุกคน เคยฟังท่านสุเมธ ตันติเวชกุล พูดไว้ค่ะ พระองค์ท่านไม่ได้พระราชทานแต่โครงการต่างๆ เท่านั้น แต่พระองค์ท่านพระราชทานพระวรกายของพระองค์ให้คนไทยด้วย เพราะแต่ละโครงการไม่ง่าย ขนาดวันที่ประชวร พระองค์ไม่เคยถามว่าผ่าตัดแล้วจะเป็นยังไงแค่มีรับสั่งให้ติดตั้งจอคอมฯไว้ใกล้ๆ เตียงเพราะประสงค์จะทรงงานในช่วงพักฟื้น น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในฐานะประชาชนคนเล็กๆคนหนึ่ง จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด และ “ให้” ทุกครั้งที่มีโอกาส

นั่งตอบคำถามใน talktoceleb@trendvg3.com ไปเรื่อยๆ เจอเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งส่งเข้ามา อ่านแล้วลองถามตัวเองกันดูค่ะว่า ถ้าเป็นเราจะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ดี 

 “ดิฉันคบหากับแฟนคนนี้ได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับเขา...เพราะเขาดูแลฉันดีมากตั้งแต่หัวจรดเท้ามันก็เป็นแบบนั้นอย่างสม่ำเสมอมาตลอด 1 ปีเต็มทำให้ฉันรักเขาหมดใจจนไม่สามารถมีผู้ชายคนไหนจะมาแทนเขาได้อีก เราทะเลาะกันน้อยมากแทบจะไม่ทะเลาะเลย เราอายุห่างกับแฟนถึง 17 ปี คงเป็นเพราะเขาอายุมากแล้วเลยทำให้ไม่ค่อยทะเลาะกันมีอะไรกันแรกๆ ก็ป้องกันตลอด แต่หลังๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจจะป้องกัน ตอนย้ายมาอยู่กับแฟนครบรอบ 1 ปี เขาซื้อของขวัญมาเซอร์ไพรส์เลยคิดจะเก็บห้องนอนและจัดบ้านใหม่ ดันไปเจอกระเป๋า 1 ใบที่มียาอยู่ 4 กระปุกสองชนิด ชื่อเจ้าของยาก็เป็นชื่อพี่เขา ซึ่งไม่รู้ว่ายาอะไรจึงเข้าไปดูใน Google พบว่าเป็นยาต้านไวรัส HIV!!! อึ้งและช็อกไปพักหนึ่ง หลายอาทิตย์ต่อมาไปเช็กที่กระเป๋าใบนั้นอีกที สิ่งที่เห็นคือยาถูกเปิดใช้ไป 2 กระปุก มันยิ่งให้ชวนสงสัยเพราะไม่เห็นเขามีความผิดปกติใดๆ เป็นคนดูแลตัวเองดีมากเป็นคนกล้ามโตมี sixpack เหมือนคนปกติทั่วไป กะว่าจะถามพี่เขาตรงๆ ใจมันก็หวั่นๆ เก็บเรื่องนี้อยู่ 3 เดือนวันหนึ่งก็เลยถามเรื่องยานั้นขึ้นมา เขาเงียบสุดท้ายก็พูดออกมาว่าเขาติดเชื้อ HIV และกินยาต้านไวรัสนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว ดิฉันร้องไห้โฮ....เขาก็ได้แต่พูดว่าพี่ขอโทษๆๆๆๆ ที่ไม่ได้บอกตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลยจะเดินต่อดีไหม...หรือจะหยุดเพียงแค่นี้ ดิฉันควรทำยังไงดีคะ แทบจะอยากหยุดลมหายใจเลยทีเดียว” 

ก่อนคิดว่าจะเดินหน้าต่อหรือพอสักที หาโอกาสไปตรวจเลือดดีไหม ไม่ว่าติดหรือไม่ติด จะได้คิดรับมือหรือป้องกัน มีคนมากมายในโลกนี้มีเชื้อ HIV ก็ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี กินยาต้านเชื้อไวรัส ออกกำลังกาย และป้องกันการแพร่เชื้อมีความรักได้ใช้ชีวิตคู่ได้แค่ต้องไม่ปิดบังกัน ร่วมด้วยช่วยกันดูแลเจตนาปกปิดคืออะไร ไม่อยากเสียเราไป แต่ก็ควรให้เราได้มีโอกาสเลือก หรือแม้แต่ป้องกันตัวมองแต่เรื่องของใจ ลืมไปว่าการใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ยังไงก็ต้องตรวจเช็กร่างกายเพื่อวางแผนการสร้างครอบครัว ไม่ใช่เฉพาะ HIV แต่ยังมีอีกหลายโรคที่ควรรับมือและป้องกันเพราะถ้ามีลูกขึ้นมา เด็กไร้เดียงสาอาจต้องเจ็บป่วยจากการที่พ่อแม่ไม่ตรวจร่างกายก่อนการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งดูเหมือนหลายคนไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เลยจริงๆ ไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเอา เสียอกเสียใจ ทั้งที่เราเตรียมการได้

บางคนอาจติด บางคนอาจไม่ติดค่ะ คุยกับตัวเองให้จบก่อนจะคุยกับใครปรึกษาคุณหมอ หาข้อมูลจะคบต่อหรือจะเลิกตอนนี้เป็นประเด็นรองๆ ไปแล้วเช็กร่างกายให้เรียบร้อย ถ้าติด ก็คิดหาวิธีที่จะดูแลตัวเอง กินยาต้านไวรัสตามที่หมอสั่ง ป้องกันการแพร่เชื้อยุคนี้ HIV ไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนกันง่ายๆ เหมือนก่อน ทุกคนยังสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติแค่ไม่ประมาท 

กับเขา ถามใจตัวเองอีกทีมุมหนึ่งเขาเห็นแก่ตัวไปหน่อยที่ปกปิดเรื่องนี้ ไม่ให้เรามีสิทธิ์ในการคิดและตัดสินใจแต่เมื่อมาถึงวันนี้คงต้องเช็กความรู้สึกของเราดีๆ เรารักกันมากพอจะเดินหน้าต่อไหม รักเขามากพอจะต่อสู้ไปด้วยกัน เคียงข้างกันดูแลกายใจของกันและกันหรือเปล่า หรือพร้อมจะปล่อยมือทันทีที่รู้ว่าเรากำลังเดือดร้อนไปด้วยเพราะเขาแต่ละคนคงตัดสินใจไม่เหมือนกัน คิดทีละเรื่อง เปิดใจคุยกันอีกที เราจะรับมือกับปัญหานี้ด้วยกันยังไง มีอะไรที่เขายังไม่บอกอีกไหมย้อนหลังกลับไป เราก็ตัดสินใจไวไปรักกันชอบกันมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันเลย แม้ว่ากลับไปแก้ไม่ได้ แต่ต้องเตือนใจไว้เป็นบทเรียน ใช้ “เวลา” กับทุกความสัมพันธ์ “ดูใจ” ให้นานจะได้ไม่ต้องทรมานกับการ “ทำใจ” ภายหลัง ตอนนี้นอกจากดูใจต้องแถมดูผลเลือดด้วยแล้วเพราะไม่รู้จริงๆ ว่า คนที่เข้ามา จะพาอะไรมาให้เราบ้าง เผื่อเรื่องที่เล่าให้ฟังในวันนี้จะทำให้หลายคนฉุกคิดรักเป็นเรื่องของใจ แต่โรคภัยไข้เจ็บของร่างกายก็สำคัญ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สำคัญเกินกว่าที่เราจะละเลย 

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนมีเชื้อ HIV ใช้ชีวิตคู่ได้แต่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างใส่ใจ การป้องกันอยู่ที่รักหรือไม่รักต่อให้เราไม่ป่วยไม่มีเชื้อ ก็ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ตายช้าหรือเร็วเท่านั้น แค่ตอนอยู่ด้วยกันก่อนหมดอายุรักหรือหมดอายุขัยเราดูแลกันมากพอหรือเปล่าเท่านั้นเอง

ดีเจพี่อ้อย