วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรงให้กำลังใจ ผู้ปฏิบัติ! ขอภารกิจสำเร็จ

ร.10 ทรงทราบทุกคนเหนื่อย เป็นความภาคภูมิใจในชีวิต!

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ตั้งใจทำงานอย่าง สุดความสามารถ รองสมุหราชองครักษ์ เชิญพระราชกระแสรับสั่งระบุ “ทรงทราบว่าทุกคนตั้งใจทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งถือเป็นขวัญกำลังใจที่ดีที่สุด จึงขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตเป็นเกียรติประวัติ ภารกิจสำเร็จ ไม่มีข้อผิดพลาด และมีความสุขที่ได้ถวายงาน” ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมบริบูรณ์แล้ว ขอบคุณคนไทยทุกภาคส่วนที่รวมพลังความรัก ความสามัคคี และร่วมใจกันทำความดี “เพื่อพ่อ” กระทรวงการต่างประเทศยืนยัน สมาชิกราชวงศ์ ผู้นำและผู้แทนประเทศ 32 ประเทศ ยืนยันเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ห้ามไม้เซลฟี่-เก้าอี้สามขาเข้าพื้นที่เด็ดขาด ย้ำห้าม“โดรน” บินขึ้นฟ้าวันพระราชพิธี อีกเพียงไม่กี่วัน ก็จะถึงวันที่เป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย คืองานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นวันที่คนไทยทั้งชาติสุดวิปโยค อาดูร

32 ประเทศร่วมงานพระราชพิธีฯ

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดี กรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ณ วันที่ 20 ต.ค. มีสมาชิกราชวงศ์ ผู้นำ และผู้แทนประเทศ 32 ประเทศที่ยืนยันการเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รายพระนามพระราชวงศ์ (รวม 14 ประเทศ) ดังนี้ 1.สมเด็จพระราชาธิบดี เลทซี ที่ 3 และสมเด็จพระราชินี มาซีเนต โมฮาโต ซีโซ แห่งเลโซโท 2.สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจทซุน เพมา วังชุก แห่งภูฏาน 3.สมเด็จพระราชาธิบดี ตูโปอู ที่ 6 และสมเด็จพระราชินี นานาซีเปาอู แห่งตองกา 4.สมเด็จพระราชินี ซิลเวีย แห่งสวีเดน 5.สมเด็จพระราชินี แมกซิมา แห่งเนเธอร์แลนด์ 6.สมเด็จพระราชินีมาทิลด์ แห่งเบลเยียม

สมเด็จพระราชินีสเปนเสด็จฯด้วย

น.ส.บุษฎีกล่าวอีกว่า รายพระนามที่ 7.สมเด็จพระราชินี โซเฟีย แห่งสเปน 8.เจ้าฟ้าชายเฟรเดริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก 9.เจ้าฟ้าชายฮากอน แมกนุส มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ 10.แกรนด์ดุ๊ก กิโยม ฌอง โฌเซฟ มารี รัชทายาทแห่งลักเซมเบิร์ก 11.รองสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียและสุลต่านแห่งรัฐเประ สุลต่าน นาซริน มูซซุดดิน ชาห์ อิบนี อัลมาร์ฮุม สุลต่าน อัซลัน มูฮิบบุดดิน ชาห์ อัลมักห์ฟูร์เลาะ และพระชายา 12.เจ้าชายแอนดรูว์ ดุ๊ก แห่งยอร์ก สหราชอาณาจักร 13.เจ้าชายอะกิชิโนะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น พร้อมด้วยพระชายา 14.เจ้าหญิงมาร์กาเรตา แห่งลิกเตนสไตน์

ผู้สำเร็จราชการฯออสเตรเลียก็มา

อธิบดีกรมสารนิเทศฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนรายนามบุคคลสำคัญต่างประเทศ (รวม 18 ประเทศ) มีดังนี้ 15.ประธานาธิบดีติน จ่อ แห่งพม่า และนางซู ซู ลวิน ภริยา 16.นายบุน วอลิจิด ประธานประเทศลาว 17.นายโมฮัมเหม็ด อับดุลเลาะห์ อัลฮับซี ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และนางฮาลิมาห์ ยาค็อบ ภริยา 18.เซอร์ ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ จากออสเตรเลีย และเลดี้ คอสโกรฟ ภริยา 19.นายฌูลี ปาแยตต์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากแคนาดา 20.นายโจเซฟ ไดส์ อดีตประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส 21.นายคริสเตียน วูล์ฟ อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี 22.นายดัง ติ งอก ตินห์ รองประธานาธิบดีเวียดนาม 23.สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา 24.นายบาร์นาบาส สิบูสิโซ ดีลามินี นายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์ 25.นายฌองมาร์ค เอโรต์ อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส และนาง
บริจิตต์ เอโรต์ ภริยา

รมว.กห.สหรัฐฯร่วมพระราชพิธีฯ

น.ส.บุษฎีกล่าวต่อว่า ส่วนลำดับที่ 26.นายพัค จู ซอน รองประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี 27.นายเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา 28.นายอลัน ปีเตอร์ เอส.กาเยตาโน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ 29. นายติลัก มาราปานา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา และนางสเตลลา มาราปานา ภริยา 30.นายคาวาจา มูฮัมเหม็ด อาซิฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน และนางมูซัตรัต อาซิฟ คาวาจา ภริยา 31.นายเอ็ม.เจงอัคบาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศอินเดีย 32.อาร์คบิชอป เกียมบาตติสตา ดิควอตโตร เอกอัครสมณทูตนครรัฐ วาติกันประจำสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเนปาล คาดว่ารายพระนามและรายนามจะมีเพิ่มเติมอีกในอนาคต

ทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

ที่โรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ทีมงานช่างเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ประกอบด้วย ช่างแทงหยวก ช่างประดิษฐ์ดอกไม้สดและแกะสลักของอ่อน ระดมกำลังเร่งจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน เพื่อให้เสร็จทันกำหนดในการติดตั้งบนพระเมรุมาศวันที่ 25 ต.ค. โดยทีมแทงหยวกสกุลเพชรบุรีทยอยลำเลียงกล้วยตานี 60 ต้น จาก จ.เพชรบุรี ที่ผ่านพิธีการปลูกและตัดตามจารีตช่างเครื่องสด มาพักไว้ที่อาคารโรงโขน ขณะเดียวกัน ทีมช่างดอกไม้สด นำดอกกล้วยไม้ขาวและเหลืองที่จะจัดทำดอกข่าประดิษฐ์ จำนวน 3,000 ดอก เข้าเก็บพักไว้ในห้องแอร์อาคารโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ปรับอุณหภูมิให้คงความสด ก่อนนำมากรองดอกทีละดอก ส่วนทีมช่างทำดอกไม้ไหวปาริชาตประดิษฐ์และอุบะเฟื่อง เริ่มการกรองดอกบานไม่รู้โรยย้อมสี เพื่อนำกลีบดอกบรรจงติดทีละกลีบอย่างประณีต

ช่างสุดปลาบปลื้มได้สนองงาน

นายเสนีย์ สุสุทธิ ตัวแทนช่างแทงหยวกสกุลช่าง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ทีมงานช่างแทงหยวกเพชรบุรี รวม 15 คน ได้รับมอบหมายให้แทงหยวกชั้นเรือนยอดฉัตรของพระจิตกาธาน โดยเป็นลายช่องกระจก ตามแบบแผนที่สำนักพระราชวังกำหนด แบ่งเป็น 36 แผง ชั้นละ 4 ชิ้น ความยาวตั้งแต่ 1.5-3 เมตร ส่วนกล้วยตานีจาก จ.เพชรบุรี ที่คัดสรรมานั้น ใช้เวลาปลูกเกือบ 1 ปี มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 นิ้ว ยาว 4.5 เมตร สำหรับการเตรียมความพร้อมช่างแทงหยวกเพชรบุรีทั้งหมดได้เริ่มฝึกซ้อมการแทงหยวก ตามแบบสำนักพระราชวังมากว่า 1 เดือน เพื่อให้เกิดความชำนาญ ทุกคนพร้อมทำงานนี้ด้วยความปลาบปลื้มที่สุดที่ได้สนองงานพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

ใช้ดอกไม้สื่อถึงรัชกาลที่ 9

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง กล่าวว่า แผนงานที่วางไว้เริ่มทยอยเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ช่างดอกไม้สดกำลังเริ่มแกะกลีบดอกกล้วยไม้เหลืองเพื่อนำไปทำดอกข่าที่จะมาร้อยเป็นตุ้งติ้งประดับชั้นหน้าหยวกทุกชั้นจำนวน 3พันดอก ทีมช่างอีกชุดได้เร่งทำกลีบกล้วยไม้ย้อมเหลือง 3 เฉด เพื่อกรองมาเป็นกลีบดอกปาริชาตสด ดอกไม้ในตำนานที่สื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ร้อยเป็นเถารวมทั้งหมด 16 ดอก ประดับชั้นรัดเอว บนพระจิตกาธาน ซึ่งจะเป็นจุดเด่นสำคัญของการออกแบบงานเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีนี้ เพราะขั้นตอนที่ละเอียดมากต้องใช้คนทำ มากที่สุด และใช้เวลาสั้นที่สุด โดยเฉพาะเกสรของปาริชาตสดเถานั้น ประกอบด้วยเกสร 500 เส้น ที่ต้องผ่านการเรียงเม็ดงาขาวและย้อมสี กรองกลีบดอกบานไม่รู้โรยม่วงอมแดง และทำไส้ในดอกรักซ้อนเข้าไปอีกชั้น

22 ต.ค.บวงสรวงครูช่างแทงหยวก

ทั้งนี้ในวันที่ 22 ต.ค. จะมีพิธีบวงสรวงครูช่างแทงหยวก โดยเชิญพระรูปสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ในฐานะบรมครูช่างมาร่วมในพิธี เนื่องจากการออกแบบงานนี้ได้น้อมนำฝีพระหัตถ์พระองค์ที่ทรงอรรถาธิบายไว้ในจดหมาย เหตุ มาเป็นต้นแบบ ทั้งเพื่อเป็นสิริมงคลขวัญกำลังให้ช่างแทงหยวกที่จะมีทั้งสิ้น 38 คน ทั้งจากราชสำนักและตัวแทนสี่ภาค รวมทั้งคณะศิษย์เก่าโรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย ซึ่งได้น้อมนำพระกระแสรับสั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ไว้ว่า เมื่อมีงานสำคัญให้เรียกนักเรียนของพระองค์มาร่วมด้วย

เปิดตัวหนังสือจดหมายเหตุ

เวลา 09.00 น. ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือจดหมาย เหตุฉบับรองหนังสือ “พระเสด็จสู่ฟ้าราษฎร์ล้วนอาลัย” โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงได้รับมอบหมายให้รวบรวมภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว จากส่วนกลาง ต่างจังหวัดและต่างประเทศ นำมาจัดทำวีดิทัศน์ จดหมายเหตุฉบับราชการและจดหมายเหตุฉบับประชาชนเพื่อบันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวม 11 รายการ ประกอบด้วย หนังสือจดหมายเหตุฉบับหลัก 1 รายการ หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง 6 รายการ หนังสือที่ระลึก 3 รายการ และแผ่นพับที่ระลึก 1 รายการ

รวมบทกวีถวายอาลัยสุดซึ้ง

รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ ได้จัดทำจดหมายเหตุฉบับรองแล้วเสร็จ 1 รายการได้แก่ หนังสือจดหมายเหตุบทกวีนิพนธ์ที่มีชื่อว่า “พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวรรณศิลป์ ศิลปินแห่งชาติ ได้คัดเลือกบทกวีนิพนธ์แสดงความอาลัย ที่ประชาชนทั่วประเทศที่ส่งเข้ามากว่า 10,000 บท เหลือ 189 บท ทุกบทล้วนแล้วแต่มีเนื้อหาและการใช้ถ้อยคำงดงาม สมพระเกียรติ มีรูปแบบการประพันธ์ที่ถูกต้องตามหลักภาษาและฉันทลักษณ์ร้อยกรองไทย ถ่ายทอดความรู้สึกสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน ได้รวบรวมภาพประกอบกว่า 20,000 ภาพ จากช่างภาพมืออาชีพและช่างภาพจิตอาสา ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์มารวมไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าวด้วย โดยจะจัดพิมพ์จำนวน 15,000 เล่ม แจกจ่ายห้องสมุดในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และจัดทำเป็นอีบุ๊กส์ให้ประชาชนดาวน์โหลดด้วย

ประพันธ์ด้วยหัวใจและน้ำตา

“หนังสือจดหมายเหตุนี้ได้รวบรวมบทกวีนิพนธ์ที่ศิลปิน พสกนิกรไทยหลากหลายอาชีพ หลากหลายวงการ รวมถึงเด็กและเยาวชน แม้ผู้ประพันธ์บางคนไม่ได้เป็นนักเขียนหรือกวี แต่ประพันธ์ขึ้นด้วยหัวใจ น้ำตา และความรู้สึกที่เปี่ยมล้น ด้วยความโศกาอาดูรที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ในจำนวน 189 บทนั้น เลข 1 สื่อถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเอกบรมกษัตริย์ ส่วนเลข 89 เป็นพระชนมายุ 89 พรรษา สำหรับบทกลอนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจะบันทึกไว้เป็นจดหมายเหตุของชาติเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ จ.ปทุมธานี ประชาชนสามารถสืบค้นได้” นายวีระกล่าว

คณะ กก.คัดเลือกทั้งน้ำตาเช่นกัน

ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง คณะกรรมการคัดเลือกบทกวีนิพนธ์ “พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย” กล่าวว่า บทร้อยกรองที่บรรจุในหนังสือจดหมายเหตุฉบับนี้ มีครบทั้งกาพย์และกลอน ฉันทลักษณ์ถูกต้อง ถ่ายทอดความรู้สึกสูญเสียของแต่ละบุคคลอย่างท่วมท้น แต่ละบทล้วนเขียนขึ้นด้วยหัวใจ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกกันทั้งน้ำตา จากการจัดทำหนังสือรวมบทร้อยกรองในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยร่ำรวยกวี ทั้งยังเป็นการรวมผลงานมีตั้งแต่กวีอายุ 90 ปี จนถึงนักเรียนชั้นประถมศึกษา สำหรับบทประพันธ์ของตนได้กลั่นออกมาพร้อมน้ำตาขณะที่รับชมข่าวขบวนรถเชิญพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลศิริราช

ความสูญเสียบรรยายไม่หมด

นายอภิชาติ ดำดี นักประพันธ์ กล่าวว่า ได้แต่งบทกวีนิพนธ์ชื่อ“ถามจันทร์” ในวันลอยกระทงปี 2559 ถือเป็นคืนแรกของวันลอยกระทงที่คนไทยจะไม่ได้เห็นในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนิน ลอยพระประทีปที่ท่าน้ำศิริราชอีกต่อไป ปีนั้นพระจันทร์กลมโตเหมือนทุกปี แต่เป็นปีที่เหงา เศร้านับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2559 เป็นต้นมา บทกวีดังกล่าวสะท้อนในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานหนัก ระยะทางเสด็จฯ เยี่ยมเยียนพสกนิกรชาวไทยปีละประมาณ 25,000 กิโลเมตร ตลอด 70 ปีครองราชย์ เป็นเส้นทางที่ยาวไกลกว่าระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ 3.6 แสนกิโลเมตร อีกทั้งทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่ร่มเย็น สำหรับบทร้อยกรอง 189 บท เป็นเพียงส่วนหนึ่งแทนความรู้สึกคนไทย ความรู้สึกสูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจบรรยายเท่าไหร่ก็ไม่มีหมด

เทิดทูนเป็นกษัตริย์ครองใจคนทั้งโลก

น.ส.สิริพร บุตรฉา นักเรียนโรงเรียนวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง กล่าวว่า ได้ร่วมกับเพื่อนแต่งบทร้อยกรอง ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจสำคัญ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ภายหลังทราบข่าวการเสด็จสวรรคต พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อนักเรียนโรงเรียนวัดสระแก้ว ด้วยการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 4.5 แสนบาททุกเดือน สำหรับเป็นค่าอาหารของนักเรียน ส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้าชาวไทยภูเขาจากทางภาคเหนือ พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองใจคนทั้งโลก ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทั่วโลกยกย่องตลอดมา

พระเทพฯเสด็จเปิดนิทรรศการ 2 พ.ย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวถึงการเปิดพื้นที่บริเวณพระเมรุมาศ ให้ประชาชนได้เยี่ยมชมภายหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี จะทรงพระกรุณาเสด็จไปเป็นประธานเปิด ในวันที่ 2 พ.ย.60 เวลา 07.00 น. โดยจะเปิดให้เยี่ยมชมจนถึงวันที่ 30 พ.ย.60 ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.ของทุกวัน ประเมินว่าจะมีผู้เข้าชมจำนวนมาก เบื้องต้นจะจัดรูปแบบการเข้าชมเหมือนกับการกราบพระบรมศพฯ มีการคัดแยกและคัดกรองบุคคล โดยแบ่งจุดคัดกรอง 5 จุด ประกอบด้วย คนไทย 3 จุด ต่างชาติ 1 จุด และผู้พิการ นักบวช 1 จุด โดยจะให้เข้าชมครั้งละ 5,000 คน ใช้เวลา 45 นาที

ชมซ้อมบัลเล่ต์มโนราห์

ในวันเดียวกันที่โรงละครแห่งชาติ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ พร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ตรวจ เยี่ยมการฝึกซ้อมการแสดงมหรสพเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เวทีที่ 3 การบรรเลงดนตรีสากลของการแสดงบัลเล่ต์เรื่องมโนราห์และการแสดงบัลเล่ต์เรื่องมโนห์ราหรือ KINARI SUITE มหรสพสมโภชในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพฯ

คนไทยเคารพศรัทธาราชวงศ์ที่สุด

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวก่อนชมการซ้อมว่า ขณะนี้ ถือว่าจบภารกิจของคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระ เมรุมาศฯ งานเสร็จสมบูรณ์ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศ โดยมีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม อำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน สิ่งเหล่านี้แสดงให้คนทั่วโลกเห็นว่า คนไทยเคารพและศรัทธาในราชวงศ์เหนือสิ่งใด ในนามของรัฐบาลขอขอบคุณผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย การจัดสร้างพระเมรุมาศถือเป็นผลงานแสดงความมุ่งมั่นและความสามัคคีของคนไทยทั่วประเทศที่ร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติ ซึ่งงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯจะเผยแพร่ไปทั่วโลก

แต่งกายเหมือนแสดงจริง

นางสาวชนินทร์วดี ชมภูทิพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต ผู้ควบคุมเวทีที่ 3 กล่าวว่าการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการซ้อมใหญ่องค์ที่ 1ดุจหยาดทิพย์ชโลมหล้า ผู้แสดงจำนวน 267 คน มีวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ศิลปินรับเชิญจากวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา วิทยาลัยนาฏศิลป์ สมาชิกวง RBSO รวมทั้งนักร้องประสานเสียง นักแสดงบัลเล่ต์ โดยนักบัลเล่ต์สวมใส่เครื่องแต่งกายที่ใช้แสดงจริงในวันที่ 26 ต.ค. และทดสอบระบบแสง เสียง ฉากประกอบภาพกราฟฟิก อาทิ ภาพป่าหิมพานต์ พระราชวัง น้ำตก เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เวทีจริง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยกำหนดเข้าสถานที่จริงวันที่ 21 ต.ค.

ปรับปรุงการแสดงให้สมบูรณ์ที่สุด

“ในช่วงสุดท้ายจะมีการฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบ โดยวันที่ 21 ต.ค. จะซ้อมการแสดงครบทั้ง 7 องค์ของเวทีที่ 3 รวม 48 บทเพลงพระราชนิพนธ์ แต่มีการขยายเป็นภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็น 80 บทเพลง การซ้อมจะตัดตอนออกบางส่วน เพื่อทดสอบระบบเสียง เนื่องจากซ้อมในโรงละครต่างจากการซ้อมเวทีมหรสพกลางแจ้ง จะต้องปรับปรุงการแสดงให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนับสนุนดนตรีสากลของไทยให้ทัดเทียมสากล” นางสาวชนินทร์วดีกล่าว

การแสดงบัลเล่ต์สุดตระการตา

นายสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ผู้กำกับการแสดงบัลเล่ต์เรื่องมโนราห์ หรือ KINARI SUITE ในเวทีที่ 3 การบรรเลงดนตรีสากล กล่าวว่า การฝึกซ้อมบัลเล่ต์มีความสมบูรณ์แบบแล้ว ครั้งนี้เป็นการแต่งตัวเหมือนจริง โดยทีมงานได้จัดทำชุดการแสดงใหม่ใช้เทคนิคต่างๆให้ดูสวยงาม เช่น นกยูงจะสามารถกระตุกรำแพนหางได้ งูสามารถเลื้อยอย่างเป็นธรรมชาติ กินรีเป็นสีทอง ใช้ขนนกจริงๆ ย้อม 7 สี ตามแบบจิตรกรรมบนพระระเบียงคต วัดพระแก้ว และยังใช้ผ้าทำเป็นสายน้ำที่ไม่เคยทำมาก่อนสูงกว่า 1 เมตร อีกทั้งยังนำการแสดงหนังใหญ่และโขนมาร่วมแสดง มีการประดิษฐ์ท่าเต้นใหม่ทั้งหมดแต่ยังคงเอกลักษณ์ท่าเต้นเก่ามาใช้ ร่วมด้วย การแสดงครั้งนี้ยังอัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ได้พระราชนิพนธ์ไว้ และเคยจัดการแสดงมาแล้วปี 2505 ที่สำคัญการแสดงครั้งนี้ยังได้เพิ่มดอกดาวเรือง และหญ้าแฝก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

เผยเส้นทางปิดการจราจร

เวลา 13.30 น. ที่ศูนย์สื่อมวลชนฯ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) แถลงข่าวเรื่องการปิดการจราจร การอำนวยความสะดวก และการดูแลประชาชนที่เข้าชมพิธีซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเสมือนจริงในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ปิดทุกทิศรอบสนามหลวง

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 21 ต.ค. มีการซ้อมใหญ่เสมือนจริงริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1, 2, 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มปิดการจราจรระดับที่ 1 ใน 18 เส้นทางรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 20 ต.ค. จากนั้น วันที่ 22 ต.ค. ปิดการจราจรเพิ่มเติมในระดับที่ 2 ใน 27 เส้นทาง โดยทิศเหนือปิดถึงแยก จปร. ทิศใต้ปิดถึงแยกปากคลองตลาด ทิศตะวันออกปิดถึงแยกหลานหลวง ทิศตะวันตกปิดถึงแยกอรุณอัมรินทร์ เพื่อใช้พื้นที่ซ้อมริ้วขบวนฯ ที่ 6 ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าการซ้อมจะเสร็จสิ้น

ให้ ปชช.เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่จะเดินทางมาชมริ้วขบวนฯ เราไม่ได้เตรียมรองรับเรื่องที่จอดรถไว้ให้ จึงขอความร่วมมือให้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อเข้ามายังจุดคัดกรอง 9 จุด ได้แก่ 1.บริเวณแยกสะพานมอญ 2.ท่าช้าง 3.มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ 4.แม่พระธรณีบีบมวยผม 5.ถนนกัลยาณไมตรี 6.แยกสะพานช้างโรงสี 7.แยกวัดพระเชตุพนฯ 8.ท่าพระจันทร์ และ 9.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งมาก่อนก็ได้เข้าก่อน หากประชาชนรอบในล้นแล้ว ประชาชนที่มาทีหลังจะต้องรับชมอยู่รอบนอกเท่านั้น

ร.10 ทรงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

นายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า จากการประชุมร่วมของ กอร.พระราชพิธีฯ โดย พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ รองสมุหราชองครักษ์ ได้เป็นผู้เชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้แก่ตนเอง พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เชิญพระราชกระแสรับสั่งมาว่า “ทรงทราบว่าทุกคนตั้งใจทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งถือเป็นขวัญกำลังใจที่ดีที่สุด จึงขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นเกียรติประวัติ ภารกิจสำเร็จ ไม่มีข้อผิดพลาดและมีความสุขที่ได้ถวายงาน”

ห้ามไม้เซลฟี่-เก้าอี้สามขาเข้าพื้นที่

นายพรพิทักษ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมร่วม กอร.พระราชพิธีฯ มีมติเพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาชมริ้วขบวนฯ ในวันที่ 21 และ 26 ต.ค. โดยเป็นพื้นที่สนามหญ้าริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ได้แก่ ตั้งแต่ประตูเทวาภิรมย์ ถนนมหาราช ถนนท้ายวัง มาจนถึงถนนสนามไชย เพื่อรองรับประชาชนให้มากที่สุด อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ ได้มีข้อห่วงใยเรื่องการใช้ไม้เซลฟี่ อาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความรำคาญแก่ประชาชนที่มาชมริ้วขบวนฯ รวมถึงเก้าอี้สามขา เพื่อให้ตัวเองได้นั่งชมริ้วขบวนสูงกว่าประชาชนคนอื่น ที่ประชุมจึงขอความร่วมมือให้งดการนำอุปกรณ์เหล่านี้เข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจและไม่ปล่อยให้อุปกรณ์เหล่านี้ผ่านจุดคัดกรอง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่การซ้อมเสมือนจริง

คืนสีทีวีเพื่อชมความงามริ้วขบวน

นายพรพิทักษ์กล่าวต่อว่า ตามที่ กสทช. มีคำสั่งให้คืนสีโทรทัศน์ทุกช่องตามเดิมตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 19 ต.ค. มาจากมติของ กอร.พระราชพิธีฯ เพราะต้องการให้ประชาชนได้รับชมภาพความสวยงามพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพได้อย่างเต็มอิ่มและไม่ให้เศร้าโศกไปมากกว่านี้ แต่ในส่วนรายการโทรทัศน์ต่างๆก็ตามข้อปฏิบัติเดิม ขณะเดียวกัน มีมติเห็นชอบให้สื่อมวลชนนำภาพของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจไปออกอากาศคู่ขนาน ได้ในสื่อของตัวเอง อย่างเช่นการไลฟ์สตรีมสดได้ แต่ถ้าหากมีการแสดงความเห็นไม่เหมาะ หรือมีการกดอันไลค์ สื่อมวลชนที่ออกอากาศนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง

ย้ำห้ามใช้ “โดรน” วันพระราชพิธี

นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ (กพท.) ได้ออกประกาศเรื่องการใช้ “โดรน” ว่า ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.ซึ่งมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยโดรนเข้าไปในเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในเขตปริมณฑลและในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงเขตพื้นที่โดยรอบรัศมี 9 กิโลเมตรเป็นเขตเมือง เขตหมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมอยู่อย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตาม กฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

กทม.พร้อมดูแล ปชช.ร่วมพิธี

นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ได้อำนวยความสะดวกประชาชนที่จะมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งจุดบริการอาหารและน้ำดื่มทั่ว กทม. 119 จุด บริการด้านสุขา แบ่งเป็นจัดรถสุขาเคลื่อนที่ 70 คัน และตู้สุขา 150 ตู้ รวมถึงได้ขอความร่วมมือไปยังวัด โรงเรียน ภาคเอกชนเพื่อขอใช้สุขา ขณะนี้ตอบรับมาแล้ว 65 แห่ง รองรับได้ 5,500 ห้องสุขา ที่พักประชาชน ได้ขอความร่วมมือวัด โรงเรียน ศูนย์ เยาวชนในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่พักคอยระหว่างงานพระราชพิธี มีจำนวนทั้งหมด 164 แห่ง รองรับประชาชนได้ 27,210 คนต่อวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ 1555 รวมถึงเว็บไซต์ www.prbangkok.com กทม.ได้เตรียมดอกไม้จันทน์ไว้ 13 ล้านดอก คาดว่าเพียงพอแจกประชาชนในวันพระราชพิธี

คนแห่แลกกระปุกออมสินรถจี๊ป ร.9

ที่ รพ.ศิริราช ประชาชนจำนวนมากอุ้มลูกจูงหลาน นำกระปุกออมสินของตัวเองที่หยอดเงินไว้เต็มกระปุกมาต่อแถวขอแลกกระปุกออมสิน สัญลักษณ์อุปกรณ์ทรงงาน รัชกาลที่ 9 ที่เป็นกระปุกรถจี๊ปพระราชพาหนะ ที่เปิดให้แลกวันที่ 20 ต.ค. เป็นวันสุดท้าย หลังจากโครงการออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ ที่ รพ.ศิริราช เปิดให้ร่วมสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ได้เปิดให้แลกกระปุกออมสินวิทยุสื่อสารเป็นแบบแรก ในวันที่ 28 ก.ค.-20 ส.ค. ตามด้วยกระปุกออมสินกล้องถ่ายรูปเป็นแบบที่ 2 ในวันที่ 21 ส.ค.-20 ก.ย. และกระปุกออมสินพระราชพาหนะทรงงาน เป็นแบบที่ 3 ในวันที่ 21 ก.ย.-20 ต.ค. ซึ่งกระปุกทุกแบบมีคนต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึกจำนวนมาก โดยเฉพาะกระปุกพระราชพาหนะซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความลำบากที่ทรงใช้เยี่ยมพสกนิกรในถิ่นทุรกันดาร มีจำนวน 6 หมื่นชิ้น

ย่าอุ้มหลานยืนรอแลกกระปุก

นางม่วย นามสบาย อายุ 65 ปี ชาวบ้านห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุ้ม ด.ญ.วิรินทร์นารา วิริยะศักดิ์ หลานสาวอายุ 1 ขวบ 8 เดือน ยืนรอแลกกระปุก กล่าวว่า อยากได้กระปุกรถจี๊ปทรงงานเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ ที่ทรงทำให้หมู่บ้านห้วยมงคลเจริญถึงทุกวันนี้ ต่างจากในอดีตที่ลำบากมากแต่พระองค์ก็ทรงฝ่าความทุรกันดารเสด็จฯเยี่ยมประชาชนจนรถจี๊ปตกหล่มโคลน จนเป็นที่มาของการพระราชทานความช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการพัฒนาถนนห้วยมงคล เป็นโครงการในพระราชดำริเป็นแห่งแรกของประเทศ หลานสาวชอบรถจี๊ปมาก จึงเอากระปุกที่สอนหลานหยอดออมเงินไว้ประมาณ 1 พันบาท มาแลกเก็บไว้

ซ้อมโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม

วันเดียวกัน เวลา 18.00 น. กรมศิลปากร ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นำคณะนักแสดง ซ้อมการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรมโดยเป็นการแสดงโขนชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ รำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยการแสดงโขนตอนนี้มีผู้แสดงประกอบด้วยนาฏศิลป์ สำนักการสังคีต นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศ 12 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมทั้งผู้พากย์ เจรจา ผู้บรรเลง ขับร้อง จำนวนเกือบ 300 คน

นายกฯยืนยันงานพระบรมศพพร้อม

ช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า การเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มีความพร้อมบริบูรณ์แล้ว ทั้งกิจกรรมสำคัญ สถานที่ และการบริหารจัดการต่างๆ คงจะเหลือเพียงการซ้อมใหญ่เสมือนจริงริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯทั้ง 6 ริ้วขบวนอีกครั้งในวันที่ 21-22 ต.ค. และช่วงสัปดาห์หน้า จะมีพระประมุข พระราชวงศ์ และประมุขแห่งรัฐจำนวนมากจากทั่วโลกเสด็จพระราชดำเนิน และเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในวันที่ 26 ต.ค.

ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำดีเพื่อพ่อ

นายกฯกล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนชาวไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี รักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อย และการไว้อาลัย ทุกคนต้องช่วยกันดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เฝ้าระวังความปลอดภัยในทุกสถานที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีขอบคุณจิตอาสา ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ทุกภาคส่วนที่ร่วมใจกันทำความดีเพื่อพ่อ ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้ เป็นการรวมพลังความรักความสามัคคีคนในชาติครั้งสำคัญเพื่อถวายแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นวาระสุดท้าย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชื่นชม ทรงขอบใจทุกคน

6 พันคนระดมทำซุ้มดอกไม้

ที่ปากคลองตลาด ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. ค่ำวันเดียวกัน มีประชาชน จิตอาสาและชุมชนปากคลองตลาดกว่า 6 พันคน ระดมนำดอกไม้สดจากทั่วประเทศมาร่วมกันจัด “ดอกไม้เพื่อพ่อ” ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีการปิดถนนจักรเพชรด้านหน้าปากคลองตลาดตั้งแต่หน้าลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ถึงหน้า สน.พระราชวัง จัดทำเป็นซุ้มอุโมงค์ดอกไม้ที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลกรวม 6 ซุ้ม เพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 21 ต.ค.

สื่อให้คนทั่วโลกรู้จักดอกไม้ไทย

นายชัยวัสส์ หรือโจ้ ปัญจภักดี ผู้ออกแบบซุ้มดอกไม้ทั้ง 6 ซุ้ม กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้รับเลือกเป็นผู้ออกแบบซุ้ม “ดอกไม้เพื่อพ่อ” โดยดอกไม้ที่ใช้ในงานนี้ ส่วนใหญ่ใช้ดอกไม้เศรษฐกิจของประเทศไทย งานครั้งนี้นอกจากนำเสนอให้เฉพาะคนในประเทศแล้ว ยังต้องการให้ต่างชาติเห็นว่าไทยมีอุตสาหกรรมดอกไม้และส่งออกดอกไม้ไปยังต่างประเทศจำนวนมาก ดอกกล้วยไม้ถือเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงอยากนำเสนอสื่อออกไปให้คนทั่วโลกได้เห็น ใช้เวลาออกแบบซุ้มดอกไม้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง

จัด 6 ซุ้มล้วนมีความหมาย

นายชัยวัสส์เผยอีกว่า สำหรับซุ้มที่ 1 ชื่อซุ้ม “คนไทย” เป็นไฮไลต์ของงานอุโมงค์ดอกไม้จัดทำผืนผ้าปลิวไสวความยาว 89 เมตร ตามพระชนมพรรษาในหลวงร.9 ประดับด้วยดอกไม้สีขาวโดยส่วนปลายของผืนผ้า จะค่อยๆกลายมาเป็นสีของธงชาติไทย เพื่อสื่อความหมายว่า มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาคล้ายดังผ้าสีขาวบริสุทธิ์ ต่อเมื่อได้มาอาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของร.9 ซุ้มที่ 2 ชื่อซุ้ม “สายฝน” (The rain) เป็นการนำดอกบัวมาออกแบบเป็นลำธารที่มีฝนโปรยปรายลงมา แสดงถึงความชุ่มชื้นที่ร.9 มอบให้กับประชาชนตลอดเวลา ที่เลือกดอกบัว เพราะแรงบันดาลใจมาจากยายตุ้มที่ถือดอกบัว 3 ดอก เพื่อรอคอยรัชกาลที่ 9 และพระองค์ก็ทรงโน้มพระวรกายลงมารับดอกไม้จากยายตุ้ม พร้อมทรงแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน

ใช้ดอกรักทำเป็นดอกดารารัตน์

ซุ้ม 3 ชื่อซุ้ม “ตามรอยเท้าพ่อ” มาจากโครงการต่างๆที่ ร.9 ทรงช่วยทำให้คนไทยอยู่ดีกินดีมีชีวิตที่ดีขึ้น ใช้ดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่ร.9 ทรงให้ประชาชนปลูก ออกแบบซุ้มเป็นเนินเขา พื้นดินแตกระแหง แต่เมื่อร.9 เสด็จมาพัฒนากลับกลายเป็นพื้นที่ชุ่มชื้น ซุ้มที่ 4 ชื่อซุ้ม “บ้าน” (Home) นำดอกดารารัตน์มาเป็นต้นแบบในการออกแบบ เป็นบ่วงดอกไม้ห้อยลงมาจากอุโมงค์ โดยใช้ดอกรักถักทอให้เป็นดอกดารารัตน์ ทำขึ้นมาทั้งหมด 77 ดอก สื่อความหมายเป็นตัวแทนของทุกจังหวัด เป็นแผนที่ประเทศไทยห้อยจากหลังคาของอุโมงค์