วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ขอตามรอยเบื้องพระยุคลบาท’ ใช้ความวิริยอุตสาหะ ยึดหลักสามัคคีในการดำเนินชีวิต

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึง ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า “ผมได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ครั้งแรกในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพเมื่อต้นปี 2540

ครั้งนั้น พระองค์มีพระราชกระแสรับสั่งถามผมในหลาย ๆ เรื่อง ตั้งแต่การปฏิบัติของผมในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในกิจการธนาคาร ไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย และการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งผมได้กราบบังคมทูลตามข้อมูลที่ธนาคารได้ศึกษาและรวบรวมไว้ในขณะนั้น

เรื่องต่าง ๆ ที่มีรับสั่งถามนั้น ล้วนมีนัยสำคัญต่อประเทศชาติและประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงคำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนอยู่ตลอดเวลา

พระราชจริยวัตรดังกล่าว เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งในด้านการใฝ่หาความรู้ และการคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมที่เราสามารถน้อมนำมาปฏิบัติได้ ซึ่งไม่เพียงจะเกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ด้วย

พระองค์ได้พระราชทานแนวคิดที่เราสามารถนำมาปรับใช้ทั้งในการดำเนินชีวิตและการทำงานในหลาย ๆ เรื่อง และมี 2 เรื่องที่ผมยึดถือมาตลอด เรื่องแรกคือ ความสามัคคี ที่ได้พระราชทานไว้เกือบ 40 ปีแล้ว แต่ยังคงทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ และเป็นหนึ่งในค่านิยมประจำองค์กรของเรา

“เรื่องความสามัคคี และความวิริยอุตสาหะนี้
เป็นสิ่งที่ผมและองค์กรของเรา
ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งในยามปกติ
และยามวิกฤติ เราจะร่วมกันระดมความคิด
และลงมือทำคนละไม้คนละมือ จนประสบความสำเร็จ”


โดยเราเน้นการทำงานร่วมกันแบบทีมเวิร์ก มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ องค์กรเจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง

อีกเรื่องหนึ่งคือ ความวิริยอุตสาหะ หรือ การมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จ พระองค์ไม่เพียงแต่พระราชทานแนวคิด เรื่องนี้ไว้ในหลาย ๆ โอกาส รวมทั้งพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก หากยังทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่างผ่านโครงการพระราชดำริต่าง ๆ กว่า 4,000 โครงการ

เรื่องความสามัคคี และความวิริยอุตสาหะนี้ เป็นสิ่งที่ผมและองค์กรของเรา ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งในยามปกติ และยามวิกฤติ เราจะร่วมกันระดมความคิดและลงมือทำคนละไม้คนละมือ จนประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยการคิด วิเคราะห์ ใคร่ครวญ ถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนตลอด 70 ปี

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงหลักคิด และแนวทางการดำเนินชีวิตที่ได้พระราชทานไว้ในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์และสามารถน้อมนำไปปฏิบัติ ให้เกิดผลได้จริง และที่สำคัญคือ เราต้องช่วยกันถ่ายทอด ให้คนไทยรุ่นต่อ ๆ ไป ได้น้อมนำไปปฏิบัติด้วย ซึ่งจะทำให้พระองค์ทรงสถิตอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป”

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า นายชาติศิริ โสภณพนิช
คณะผู้บริหาร และพนักงาน
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)