วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นายกฯ' มั่นใจบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตอบโจทย์ความต้องการปชช.ตรงจุด

'นายกฯ' มั่นใจบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตอบโจทย์ความต้องการปชช.ตรงจุด รับมีปัญหาบ้าง แต่อย่าเอาปัญหาเฉพาะมาย้อนแย้ง จนทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด พร้อมวางอนาคตทำตลาดประชารัฐต่อยอด

...

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 20 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 300 บาทไปก่อนและเป็นค่าเดินทาง 1,500 บาท โดยมีผู้ลงทะเบียนฯ ผ่านคุณสมบัติกว่า 11 ล้านราย และได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรม ผูกโยงการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นกว่า 300 รายการก่อน ราคาต่ำกว่าตลาดร้อยละ 20 โดยอย่าไปมองว่าเขาจะได้ประโยชน์ แต่เขาก็มีคนงาน มีผู้อยู่ในสถานประกอบการอีกมากมาย ระดับล่างก็เป็นพี่น้องเราทั้งสิ้น เขาก็ได้มีเงินเดือน ส่วนการซื้อร้านค้าทั่วไปต้องรออีกระยะ วันนี้ซื้อร้านธงฟ้าที่มีอยู่ 6,000 แห่งทั่วประเทศไปก่อน ปัญหาของเราก็คือเรื่องการติดเครื่องรับการ์ด ตอนนี้ก็เร่งดำเนินการอยู่ เป้าหมายของเราก็คือ แต่ละตำบลต้องมีร้านธงฟ้า อย่างน้อย 1 แห่ง ในอนาคตอันใกล้จะขยายให้ได้ 18,000 แห่ง


"การดำเนินการในระยะแรก อาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง ก็ต้องช่วยกันปรับปรุงแก้ไขมีอะไรก็แจ้งมา ถ้าหากว่าเราเอาเฉพาะปัญหาแล้วมาย้อนแย้งกันไปมาว่าอย่างโน้น อย่างนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด ก็กลับไปที่เดิมใหม่ ก็ลองคิดดูแล้วกัน โครงการใหญ่อย่างนี้ ที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน ไม่เคยแยกคนออกมาได้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นรายละเอียดในการปฏิบัติย่อมจะมาก หลายหน่วยงานก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน เป็นผู้บริโภค บัตรสวัสดิการนี้ เป็นเพียงแนวทางหนึ่งเท่านั้นของรัฐบาลในปัจจุบัน เพื่อจะแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยแบบมุ่งเป้าและยั่งยืน เน้นตอบสนองความต้องการประชาชนให้ตรงจุด ตอบโจทย์ให้ตรงประเด็น บางคนอาจจะบอกว่า ไม่ตรงๆ ก็มีตรงอยู่บ้าง มากกว่าไม่ตรง" นายกฯ กล่าว


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพราะเราชี้ชัดเป้าหมายของเราลงไป วางโครงสร้างฐานข้อมูลกลางภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และกำหนดมาตรการ เพื่อให้ความช่วยเหลือไม่ซ้ำซ้อน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา จึงจะเป็นการบริหารจัดการต่อปัญหาของผู้มีรายได้น้อยได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง ระยะต่อไปจะทำโครงการต่างๆ เชื่อมโยงตลาดชุมชนตลาดเดิมๆ ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยอีกทางหนี่ง สร้างโอกาสให้กับเกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าโอทอป ผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ได้มีพื้นที่ขายสินค้าแต่ต้องไปดูว่าจะผูกยึดโยงได้ยังไง ที่พี่น้องเรียกร้องกันมาก็ต้องไปหาวิธีการ ส่วนการกระจายรายได้ การสร้างความเข้มแข็ง การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชน รัฐบาลกำลังพิจารณา กำหนดนโยบาย หาแนวทางส่งเสริมในการจัดตั้ง “ตลาดประชารัฐ” ทุกพื้นที่ 


อย่างไรก็ตาม รูปแบบการช่วยเหลือในอนาคตนั้น จะเป็นมากกว่าการให้สวัสดิการ โดยจะส่งเสริมอาชีพ การฝึกทักษะแรงงาน หรือการเพิ่มศักยภาพของแรงงาน ก็มีแนวความคิดในการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้มีรายได้น้อยไม่ว่าจะอยู่ในวัยแรงงาน หรือวัยชรา ที่มีความพร้อมทำงานตามขีดความสามารถ และตามความสมัครใจ สำหรับเข้าโครงการอบรมเสริมความรู้.