วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองปราบซิว 3 สาวไต้หวัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใส่วิกปลอมกดเงินตู้เอทีเอ็ม

ตร.กองปราบจับเพิ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ลวงเหยื่อทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มได้ผู้ต้องหาสาว 3 ราย ค้นห้องพักเจอวิกใส่ผม 6 อัน คาดใช้อำพรางตัวในการกดเงิน สารภาพเมื่อเดือนก.ค.เพิ่งหลอกเหยื่อ 1.7 ล้าน ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 ต.ค.60 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป.มอบหมายให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนง สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวไต้หวัน ประกอบด้วย 1. น.ส.เฉิน อี้ โชว (Miss Chen Yi-Hsui) อายุ 27 ปี 2. น.ส.เซ ยู่ หัน (Miss Hsieh Yu-Han) อายุ 44 ปี และ 3. น.ส.เซ ยู่ ชุน (Miss Hsieh Yu-Chun) อายุ 22 ปี สองแม่ลูก ในข้อหา “ร่วมกันใช้ มีไว้ เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” จับได้ที่ปากซอยลาดพร้าว 87 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้รับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สายงานป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าพบพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่โทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชน โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขอตรวจสอบบัญชีธนาคาร เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จะถูกหลอกให้ไปทำธุรกรรมหน้าตู้เอทีเอ็ม เพื่อโอนเงินไปให้ผู้ต้องหา ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ธนาคารยังพบผู้ต้องสงสัยออกตระเวนกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง ในย่านถนนลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมเป็นต้นมา

อย่างไรก็ดี หลังจากชุดสืบสวนได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว จึงวางแผนสืบสวนติดตาม กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงสาวชาวต่างชาติ 3 คน ทั้งหมดมีพฤติการณ์ยืนรอที่หน้าตู้เอทีเอ็มเป็นเวลานาน และมีการกดเงินสดออกมาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มรออยู่ ก่อนแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น พบบัตรเอทีเอ็มธนาคารต่างๆ รวม 7 ใบ เงินสดกว่า 340,000 บาท สลิปธนาคารต่างๆ 23 ใบ จากนั้นได้ขยายผลตรวจยึดบัญชีธนาคารโดยพบว่ามียอดเงินเหลืออยู่กว่า 700,000 บาท นอกจากนี้ยังได้นำกำลังไปค้นที่ห้องพักของผู้ต้องหา พบวิกใส่ผม 6 อัน จึงเก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนก.ค.ได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินมา 1.7 ล้าน ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ส่วนวิกผมที่พบในห้องพักอ้างว่านำมาเพื่อซื้อไปขายต่อ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ โดยคาดว่าวิกผมดังกล่าว น่าจะนำไปใช้ในการอำพรางตัวในการกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยหลายครั้ง โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังพบความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนและไต้หวัน ที่เคยจับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้ด้วย โดยคาดว่าน่าจะยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลการจับกุม จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รับไว้ดำเนินคดีต่อไป.