วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เบนซ์–ปุณยาพร’ หวิดลาวงการฮึดสู้เพราะคำ “แม่” แย้มมีหนุ่มรู้ใจแต่ไม่พร้อมเปิดตัว?!

ทำเอาแฟนๆ ทั้งเกลียด ทั้งหมั่นไส้ “ผดาชไม” กันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว สำหรับ เบนซ์–ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ นางร้ายหน้าหวาน จากละครเรื่อง “ละอองดาว” ทางช่อง 7 สี งานนี้ สาวเบนซ์ยิ้มปลื้มกับบทบาทร้ายเต็มตัวแต่ก็อดผวาเปลือกทุเรียนไม่ได้ นอกจากจะแซ่บซี้ดขนาดไหน “คนดังนั่งคุย” คว้ามาเปิดใจอย่างหมดเปลือกกับชีวิต 13 ปีวงการมายาที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เรื่องนี้เล่นร้ายแซ่บขนาดไหน?

“แซ่บมากค่ะ เป็นเรื่องแรกที่เบนซ์ได้รับบทขนาดนี้ ที่เล่นมาทั้งหมดไม่เคยเปลืองเนื้อ เปลืองตัวขนาดนี้มาก่อน มีหอมแก้มพระเอก คือไม่ใช่แค่พระเอกอย่างเดียว มีพี่ เคลลี่ พี่แดน-ดนัย ผู้ชายทุกคนที่รายล้อม จะโดนหนูหอมแก้มหมดเลย จะเรียกว่าเสร็จหนู (หัวเราะ) คือในเรื่องละอองดาว บทของผดาชไม ต้องเล่นเป็นสไตล์ฝรั่ง ซึ่งพอเจอกันการทักทายก็จะเป็นการหอมแก้ม คาแรกเตอร์ของผดาชไมจะเป็นลักษณะนี้ค่ะ”

ตอนที่เห็นบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไร?

“ตอนที่รับบทครั้งแรกก็ไม่ลังเลเลย เบนซ์ตอบตกลงรับเล่นเลย เพราะมันเป็นบทที่ท้าทายด้วย และระยะเวลาที่เบนซ์ทำงานมา อยู่ในวงการมานาน เราก็ยังไม่เคยได้รับบทแบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นแนวเรียบร้อย ร้องไห้ ดราม่า พูดตรงๆ หนูก็เบื่อแล้ว อีกอย่างคนดูจะได้เห็นความแปลกใหม่ของเบนซ์บ้าง ในอีกบทบาทหนึ่งที่เบนซ์ไม่เคยรับ อีกอย่างเรื่องเสื้อผ้า เรียกได้ว่าชุดสั้นทุกชุด จะแต่งตัวมากกว่าคนอื่น ทำให้เห็นลุคเซ็กซี่ของเบนซ์บ้าง ที่งัดโกยมาทั้งหมด”

ถือว่าเป็นร้ายเต็มตัวเรื่องแรก?

“ใช่ค่ะ เป็นร้ายที่แต่งตัวจัดที่สุดแล้ว และนัวเนียกับพระเอกเยอะมาก ไม่เคยเล่นบทขนาดนี้มาก่อน ซึ่งมันก็จะมีฉากอยู่บนเตียงกัน ต้องฟัดกัน แต่โชคดีที่เคยร่วมงานกับอ๋อม (อรรคพันธ์) มาแล้ว เลยทำให้รู้จังหวะในการเล่น มันเลยทำให้รู้สึกว่าเล่นด้วยแล้วสบายใจ ถ้าไปเจอกับพระเอกคนอื่น เบนซ์คงรู้สึกอึดอัด เพราะกว่าจะเข้าถึงกัน กว่าจะคุ้นเคยกันเขิน ซึ่งตรงนี้เราจะไม่มีความเขินกันแล้ว อย่างซีนหอมแก้ม เบนซ์ก็จะหอมสองข้างเลยทั้งๆ ที่ในบทหอมแค่ข้างเดียว บางทีอ๋อมก็เหวอ ซึ่งเราก็บอกไม่มีอะไร ฉันหมั่นเขี้ยว (หัวเราะ) ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันเลย แกล้งกัน หยอกกันได้ ส่วนตัวเลยรู้สึกว่าตัวละครตัวนี้มีความสนุก เป็นอะไรที่ไม่น่าเบื่อ อีก อย่างมันเป็นอีกก้าวหนึ่งของเบนซ์ด้วยที่คนดูจะได้เห็นว่าเบนซ์ก็สามารถเล่นแบบนี้ได้นะ ไม่ใช่แค่ร้องไห้ เรียบร้อย อย่างเดียว”

กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมที่จะมอบเปลือกทุเรียนให้?

“ไม่ใช่แค่เปลือกทุเรียน แต่มีเปลือกลำไยแถมมาด้วย ในเรื่องเราเกาะแขนพระเอกตลอดเวลา คนดูเขาเลยรำคาญ เลยตั้งฉายาและก็เรียกเราจาก “ผดาชไม” เป็น “ผดาลำไย” และก็มีฉายาให้อีก “ตุ๊กตาผี” เพราะคาแรกเตอร์จะปากแดง สีเล็บแดงตลอด ทุกคนจะบอกว่าตุ๊กตาผีเดินมาแล้ว”

ส่วนตัวรู้สึกรำคาญนิสัยของตัวละคร ตัวนี้มั้ย?

“มีความรู้สึกรำคาญเหมือนกันนะ อย่างเวลาถ่ายละคร นักแสดงคนอื่นๆ จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแค่ 1-2 ชุด แต่ตัวของผดาชไม จะเปลี่ยนชุดประมาณ 5 ชุดต่อวัน เปลี่ยนชุดเยอะมาก”

มาพร้อมลุคเซ็กซี่คิดว่าตัวเราเซ็กซี่ขึ้นไหม?

“เวลามองกระจกหนูก็พยายามหามุมเซ็กซี่ของตัวเองนะ และอีกอย่างหนึ่งอันนี้ยังไม่เคยบอกใครเลย คือหนูไปเรียนเดินแบบมาเพื่อจะที่เล่นเรื่องนี้เลย เพราะส่วนตัวเบนซ์ไม่ใช่คนที่มีบุคลิกดีเลยอยากทำให้ตัวเองมีบุคลิกดีให้ได้ ไปเรียนเพื่อจะพัฒนา เพื่อตัวเราเอง เพื่องาน อยู่ในวงการมาสิบกว่าปีแล้ว เพิ่งจะไปเรียนเพราะเรื่องนี้เลย ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพิ่งสำนึกได้ (หัวเราะ) คือก่อนหน้านี้ เราจะกระโดกกระเดกก็พยายามฝึกฝนตัวเองเพราะถือว่าเราก็ไม่แก่เกินเรียนนะ”

ตอนนี้มีละครเรื่องอื่นล่ะ?

“ตอนนี้มีวังนางโหง กำลังจะออนแอร์ ส่วนเรื่องใหม่ รอก่อน พูดตรงๆ ว่าเราก็อายุมากขึ้น ขอดูบทนิดหนึ่งเบนซ์ ก็อยู่ในวงการมานาน มีความรู้สึกว่าอยากเลือกในสิ่งที่เราอยากเล่นจริงๆ อย่างบทแม่ก็ยังไม่พร้อมนะคะ ไม่ต้องส่งมา (หัวเราะ)” รู้สึกจะกังวลกับคำว่าบทแม่ตลอด “เรื่องอกธรณี เบนซ์ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าพอมาช่วงหลังเหมือนกับมีติดต่อ เข้ามาเยอะ มีลูกเล็ก ไม่ใช่ลูกวัยเดียวกัน ก็โอเคนะ แต่ถ้าปุ๊บปั๊บมีลูกเลยอย่าเพิ่งดีกว่า ไม่พร้อมจริงๆ เบนซ์เข้าใจว่าตัวเราเป็นนักแสดง ต้องรับได้ทุกบทบาท เบนซ์มองว่าอายุการทำงานของเบนซ์มันยังไม่ถึงที่จะไปเล่นบทแบบนั้น แล้วเรารู้สึกเหมือนว่า ถ้าเล่นไปคนดูก็ไม่เชื่อ คนก็มาด่าเราว่าเราเล่นไม่ถึง ซึ่งเราแคร์ตรงนั้นมากกว่า ซึ่งทางช่องก็เข้าใจค่ะ เขาก็จะเลือกบทให้เราดีขึ้น”

สัญญาทางช่องยังมีกี่ปี?

“สัญญาสิ้นสุดปีนี้ค่ะ เดือนธันวาคม ตอนนี้กำลังรอดูก่อนว่าจะเอาไงต่อ เพราะเบนซ์เองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ ทางช่องก็ได้มีการเรียกคุยแล้วค่ะ เบนซ์ก็บอกไปว่า เบนซ์ขอพิจารณาอีกที เพราะขอดูละครเรื่องใหม่ก่อนว่าทางช่องจะส่งมาเป็นบทอะไร ตอนนี้ละครก็มีแล้วค่ะ แต่ว่ายังบอกชื่อเรื่องไม่ได้เพราะยังอยู่ในกระบวนการขั้นตอนอยู่”

ใจเราอยากรับอิสระหรือว่ายังรักบ้านหลังนี้อยู่?

“บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เบนซ์อยู่ตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เบนซ์ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ เป็นบ้านที่เบนซ์รักมากที่สุด ถือว่าให้กำเนิด ทำให้เรามีวันนี้ มีเงิน มีงาน ก็ช่อง 7 นี่แหละ ต้องดูทางช่องด้วยว่า เขายังให้ความสนใจในตัวเรารึเปล่า ถ้าเขายังมีความรู้สึกว่านักแสดงคนนี้ยังสามารถที่จะถ่ายทอดผลงานของช่องได้ เบนซ์ก็ยินดีที่จะอยู่ค่ะ”

เบนซ์อยู่วงการมา 13 ปี วงการนี้ให้อะไรเรา สอนอะไร ให้บทเรียนอะไร?

“วงการสอนทุกอย่าง อันดับแรกคือความอดทนในการทำงาน สอนถึงมิตรภาพที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ค่ายละคร สิ่งรอบตัว ทำให้เราได้เห็นมุมมองการทำงานของแต่ละคน ว่าเป็นแบบไหน มันเหมือนกับตัวเราไม่คิดว่าเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง จะเข้ามาอยู่ในวงการนี้ได้ถึง 13 ปี ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าตัวเองจะได้มาเป็นนักแสดง เมื่อก่อนยังคิดเลยว่า เราเล่นละครได้เหรอ เบนซ์โดนด่าทุกวันเลยนะ ตอนที่เล่นละครเรื่องแรก คือ เรื่องอกธรณี โดนด่าทุกวัน เป็นบทที่ยากมาก เหมือนเราเป็นตัวถ่วงของทุกคน จนมีความรู้สึกว่าไม่เอาแล้ว ตัดสินใจหันหลังวงการบันเทิงเลยนะ พอบอกกับแม่แม่พูดมาคำหนึ่งว่า ไม่คิดเหรอว่าคนอื่นเขาอยากเป็นนักแสดงเยอะแยะ เขาดิ้นรนประกวด แต่เธอได้มาอยู่ตรงจุดนี้แล้ว เธอกลับไม่คว้าไว้ เธอโง่มาก คือคำว่าโง่จากปากแม่นี่แหละ ฟังแล้วก็แบบโง่เลยเหรอ (หัวเราะ) ไม่นะ ฉันไม่ได้โง่นะ คำนี้ของแม่ทำให้เบนซ์มีความรู้สึกว่า เราต้องเอาชนะให้ได้ เบนซ์เลยกลับมาอีกรอบหนึ่ง หลังจากนั้นฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนทุกคนจะรู้เลยว่าเบนซ์จะพูดกลางไม่ชัด เบนซ์ก็ต้องมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านออกเสียงทุกวัน ตอนนั้นอาดาว (ดวงดาว จารุจินดา) เป็นโค้ชให้เบนซ์ ก็มีไปเรียนแอ็กติ้ง อ่านทุกวัน แล้วคิดว่าฉันต้องทำได้ จนเราทำได้สำเร็จ ซึ่งเราก็รู้สึกดีใจ เราชนะความกลัวในใจของเราด้วย ตอนแรกเราคิดตลอดว่าทำไม่ได้หรอก แล้วแปลกมาก ถ้าเราพูดว่าเราทำไม่ได้ มันก็จะทำไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าเราพูดว่าทำได้ เราก็ทำได้ คำว่าโง่ของแม่เลยทำให้พลิก ชีวิตและอยู่จนมาได้ถึงทุกวันนี้”

เรื่องราวความรักบ้างไม่ค่อยพูดถึงเลย?

“ยังค่ะ ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้เปิดด้วย เพราะเหมือนตัวเบนซ์เอง เบนซ์อยากให้มันพร้อมจริงๆ ว่าคนนี้ใช่ แล้วค่อยเปิด ไม่อยากจะเป็นลักษณะฉาบฉวย แบบพอเปิดตัวแล้วเลิก เปิดเลิก ทีนี้จะดูว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี (หัวเราะ)” จริงๆการที่เราเปิดเผยมันก็เป็นการวัดใจผู้ชายด้วยนะว่าเขาพร้อมที่จะยอมรับในความเป็นตัวเรามั้ย? “ส่วนตัวเบนซ์กลัว แล้วเป็นคนชอบพึ่งไสยศาสตร์ด้วย ดวงบอกว่าอย่าเพิ่งเปิดเดี๋ยวงานจะตก ทีนี้ก็ไม่เปิดเลยค่ะ (หัวเราะ) อีกอย่างตอนนี้กำลังจะทำธุรกิจของตัวเองตอนนี้ทำงานหาเงินก่อน ความรักเป็นรอง เอางานก่อน ทำให้แม่สบายก่อนค่ะ”

คนที่ คุยอยู่ เขาเข้าใจเรา เข้าใจการทำงานมากน้อยแค่ไหน?

“ก็เข้าใจ เขาโตกว่าเรา และก็ไม่ใช่คนในวงการค่ะ คนในวงการหนูไม่เอา (หัวเราะ) ไม่ใช่คนในวงการไม่ดีนะ คือดี แต่เรากลัวมากกว่า เพราะไม่ว่าจะพระเอก ตัวร้าย หล่อหมดเลยอ่ะ แล้วเจอผู้หญิงสวยๆ แล้วหนูยังไงล่ะ ตายแน่ๆ แล้วเบนซ์เป็นคนขี้หึงอีก เรียกว่าพังกับพังแน่นอน เลยเลือกคนนอกวงการดีกว่า สบายใจกว่า อีกอย่างเขาก็ไม่ได้มาสนใจงานในวงการของเราด้วย ซึ่งเขาก็โอเค เบนซ์คุยกับเขามาสักพัก หลายปีแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดละกัน รอก่อน อยากอยู่แบบนี้ชิวๆ สบายๆ ไม่ได้ต้องอัพรูปสวีตอะไร”

มองเรื่องชีวิตคู่ เรื่องแต่งงานยังไงอีกนานขนาดไหน?

“จริงๆเบนซ์เป็นคนไม่ฟิกเรื่องแต่งงานนะ เมื่อก่อนเคยตั้งไว้ว่าอายุ 35 ปี พอเราอายุมากขึ้น พอเห็นเพื่อนที่เขาแต่งงานไปแล้วมีปัญหา เราก็กลัว เบนซ์เป็นคนขี้กลัวเรื่องแบบนี้ด้วย รู้สึกว่าถ้ามันไม่พร้อมจริงๆ อย่าเพิ่งแต่งเลย มันเหมือนชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขดีแล้ว ถ้าเราไปผูกมัดกับใครคนใดคนหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นทุกข์ แล้วต้องเลิกกัน หย่ากัน ก็ต้องทุกข์มากกว่าเดิม งั้นขอให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยแต่งดีกว่า”.

ทีมข่าวบันเทิง