วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สร้างสรรค์หลากสิ่งมิ่งอนุสรณ์

การจัดทำเหรียญกษาปณ์เพื่อเป็นที่ระลึกในงานพระศพของเจ้านายชั้นสูงของประเทศไทยนั้น เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ดำเนินการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพพระองค์เจ้าหญิงกมลสุขสวัสดิ์ ในเจ้าจอมมารดาห่วง ณ เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2419 และหลังจากนั้นก็มีการสร้างเหรียญที่ระลึกในงานพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง อีกหลายๆครั้ง

ครั้นเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2453 สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำเหรียญกษาปณ์ชนิดราคาหนึ่งบาท ด้านหลังเป็นตราไอยราพศ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เหรียญช้างสามเศียร” ผลิตในปี ร.ศ.127 มาเป็นของพระราชทานแจกในงานพระเมรุพระบรมศพ ที่มีประชาชนไปร่วมงานมากที่สุดครั้งหนึ่งของแผ่นดิน

ต่อมาในพิธีอัญเชิญพระบรมอัฐิพระพุทธ เจ้าหลวง ไปในพระราชพิธีบำเพ็ญพระบรมราชกุศลพระบรมอัฐิก็ได้มีของที่ระลึกพระราชทานรวม 3 ประการ ได้แก่ ตลับเงินคู่ซึ่งมีเหรียญช้างสามเศียรติดอยู่ที่ตลับ 2 เหรียญ พระราชทานแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลับเหรียญเงินเดี่ยวมีเหรียญช้างสามเศียรหนึ่งเหรียญพระราชทานแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อย และแผ่นเงินพระบรมศพ สำหรับพระราชทานแก่ข้าราชการฝ่ายหน้า ตามกระทรวงซึ่งมีประกาศต่อมาว่าให้ไปรับกรอบใส่เหรียญที่กระทรวงการคลัง

เหรียญที่ระลึกในงานพระบรมศพ รัชกาลที่ 5 นับเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมสูงสุด ปัจจุบันมีมูลค่าสูงมาก เพราะประชาชนนิยมแสวงหาไว้สำหรับกราบไหว้บูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่พระพุทธเจ้าหลวงพระราชทานไว้แก่ประเทศไทย และพสกนิกรชาวไทย

สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ที่จะมาถึงนี้ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการจัดทำของที่ระลึกด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านหลายต่อหลายหน่วย รวมทั้ง 3 หน่วยหลัก อันได้แก่ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดทำเหรียญที่ระลึก ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึก และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ก็ได้จัดทำตราไปรษณียากร หรือแสตมป์ที่ระลึกในขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมก็ได้จัดทำแผ่นพับ 3 มิติ โดยใช้เทคโนโลยี AR แจกแก่ประชาชน ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

เหรียญกษาปณ์ รำลึก ร.9

กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังเห็นสมควรจัดทำเหรียญที่ระลึก เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่พสกนิกรชาวไทยและนานาประเทศได้มีไว้เคารพสักการะ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติมายาวนาน 70 ปี พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันมีคุณประโยชน์ต่อ พสกนิกรชาวไทยนานัปการ พระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง และพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการ พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติ พร้อมด้วยทศพิธราชธรรมจักรวรรดิวัตร และราชสังคหวัตถุ ทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการ เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญทุกทิศานุทิศ นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติตราบจนปัจจุบัน

สำหรับลักษณะของเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 นั้น ด้านหน้า กลางเหรียญเป็นพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี บรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”

ส่วนด้านหลังกลางเหรียญมีรูปพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่เหนือลายเมฆเบื้องบนพระ เมรุมาศมีอักษร พระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังพระเมรุมาศ มีรูปแสงพระอาทิตย์แผ่รัศมีผ่านปุยเมฆ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” และข้อความว่า “วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560” ซึ่งเป็น วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กรมธนารักษ์ได้รับพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 4 เหรียญด้วยกันคือ 1.เหรียญทองคำ จำหน่ายราคาเหรียญละ 50,000 บาท 2.เหรียญเงิน จำหน่ายราคาเหรียญละ 2,000 บาท 3.เหรียญเงินคิวโปรนิกเกิล จำหน่ายราคาเหรียญละ 100 บาท และ 4.เหรียญทองแดงรมดำพ่นทราย จำหน่ายราคาเหรียญละ 3,000 บาท เหรียญทองแดงรมดำนี้มีลักษณะพิเศษ คือ มีขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 7.5 เซนติเมตร ซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสม

เหรียญที่ระลึกทรงคุณค่านี้ได้เปิดให้ประชาชนสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.-30 ก.ย.2560 ทางเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ และธนาคาร 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ และเมื่อเปิดจองแล้วก็เกิดปรากฏการณ์ไม่คาดฝันเมื่อประชาชนชาวไทยแห่กันไปจองรอคอยข้ามคืนข้ามวัน และเพียงวันแรก เหรียญเงินที่จะผลิตขึ้น 399,999 เหรียญ ก็ได้รับการจองหมดเกลี้ยง ส่วนเหรียญอื่นๆก็ได้รับการจองอย่างท่วมท้น

ทำให้กรมธนารักษ์ต้องประกาศผลิตเพิ่มรอบสอง และเปิดจองใหม่ในวันที่ 18 กันยายน 2560 ซึ่งก็มีประชาชนแห่ไปจองจนหมดเกลี้ยงอีกหลายประเภท ทำให้ยอดการผลิตเหรียญทั้ง 2 ครั้งมีดังนี้ 1.เหรียญทองคำ ราคาเหรียญละ 50,000 บาท ผลิตครั้งแรก 99,999 เหรียญ เพิ่มอีก 50,000 เหรียญ 2.เหรียญเงิน ราคาเหรียญละ 2,000 บาท ครั้งแรกผลิต 399,999 เหรียญ เพิ่มอีก 400,000 เหรียญ 3.เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท รอบแรกผลิต 39,999 เหรียญ เพิ่มอีก 40,000 เหรียญ และ 4.เหรียญที่ระลึกคิวโปรนิกเกิล ผลิตทั้งหมด 39,999,999 เหรียญ

ธนบัตรภาพทรงงานยิ่งใหญ่

ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกธนบัตรที่ระลึกชุดประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นชุดสุดท้ายในรัชกาลที่ 9 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเป็นการถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยออกเป็นธนบัตรชุด เน้นภาพประวัติศาสตร์ที่ประชาชนชาวไทยคุ้นตาและตรึงอยู่ในใจ และเริ่มจ่ายแจกให้ประชาชนได้สะสมเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจในวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ธนบัตรที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชุดนี้ ถือเป็นธนบัตรที่ระลึกชุดประวัติศาสตร์ที่จะแสดงถึงเวลาช่วง 70 ปีแห่งรัชสมัยใน ร.9 โดยออกแบบเป็นภาพชุดต่อเนื่องใน 5 ชนิดราคา ได้แก่ ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท

แนวคิดหลักของการออกแบบ จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตและยังความร่มเย็นมาสู่ประชาชนและประเทศไทยตลอดรัชสมัยของพระองค์ท่าน โดยภาพที่ปรากฏในธนบัตรชุดสำคัญนี้จะเป็นภาพที่ประชาชนชาวไทยคุ้นตา แสดงเรื่องราวตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ภาพเรื่องราวเมื่อเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติและภาพพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญมาตลอดช่วงพระชนม์ชีพ ซึ่งเป็นภาพที่ตรึงอยู่ในใจคนไทยทั้งประเทศ ให้ย้อนรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง

ทั้งนี้ ธนบัตรที่ระลึกจะมีขนาดและสี เท่ากับธนบัตรแบบที่ 16 ซึ่งเป็นธนบัตรแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คือ ชนิดราคา 20 บาท สีเขียว ชนิดราคา 50 บาท สีน้ำเงิน ชนิดราคา 100 บาท สีแดง ชนิดราคา 500 บาท สีม่วง และชนิดราคา 1,000 บาท สีเทาอมทอง และมีภาพด้านหน้าธนบัตรและลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเหมือนกับธนบัตรแบบที่ 16 แต่ภาพในธนบัตรด้านหลังจะเปลี่ยนแปลงไปตามชนิดราคา

โดยภาพด้านหลังของธนบัตรชนิดราคา 20 บาท ได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ขณะประทับ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพประธาน โดยมีภาพประกอบ คือ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่ทรงฉายพร้อมพระบรมราชชนก พระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และพระเชษฐา รวมทั้งพระราชอิริยาบถส่วนพระองค์ในช่วงที่ทรงพระเยาว์

ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ขณะทรงงาน ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา เมื่อครั้งเสด็จฯกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซานน์ เป็นภาพประธาน โดยมีภาพประกอบ คือ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชพิธีทรงผนวช การเสด็จ พระราชดำเนินเยือนนานาประเทศเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี

ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท ได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกล เป็นภาพประธาน โดยมีภาพ ประกอบ คือ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ขณะเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่ต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งภาพโครงการฝนหลวงและพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่ทรงฉายพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชโอรส และพระราชธิดาเมื่อครั้งทรงพระเยาว์

ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท ได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาพื้นที่ทุรกันดาร เป็นภาพประธาน โดยมีภาพประกอบ คือ พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการพัฒนาด้านทรัพยากรดิน น้ำ การเกษตร การแก้ปัญหาอุทกภัย ภาพกังหันชัยพัฒนา รวมถึงภาพจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ที่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในทุกๆด้าน

ธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท ได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ เมื่อครั้งเสด็จพระราช ดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช กลับไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นภาพประธาน โดยมีภาพประกอบ คือ ภาพการแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ของปวงพสกนิกร ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ภาพสะพานภูมิพล 1 และ 2 ในโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรม และภาพโครงการคลองลัดโพธิ์ ที่สะท้อนถึงความห่วงใยของพระองค์ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกร

ทั้งนี้ ที่มุมล่างด้านขวาของธนบัตรทุกชนิดราคาของชุดธนบัตรที่ระลึกชุดนี้ จะปรากฏข้อความ “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช 5 ธันวาคม 2470-13 ตุลาคม 2559”

แสตมป์ถวายความอาลัย

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ได้จัดสร้างตราไปรษณียากร หรือแสตมป์ที่ระลึกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นที่ระลึกครั้งสุดท้าย แด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนชาวไทยทั้งผอง ได้ร่วมกันเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง ตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ

การจัดสร้างไปรษณียากรชุดสุดท้ายของรัชกาลที่ 9 นี้มีทั้งสิ้น 13 แบบด้วยกัน จัดพิมพ์เป็นไปรษณียากรขนาดใหญ่เต็มแผ่นจำนวน 3 แผ่น โดย แผ่นที่ 1 เป็นไปรษณียากรขนาดใหญ่ 6 นิ้ว คูณ 6 นิ้ว ที่บรรจงนำเอาภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ที่ทรงมีพระราชอิริยาบถต่างๆกับพสกนิกรมารวมไว้ในแผ่นเดียวกัน

ในพระราชอิริยาบทนั้นๆ ทรงแย้มพระสรวลที่แสดงออกถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ และจะเป็นภาพประทับใจของพสกนิกรชาวไทยไปตราบชั่วนิจนิรันดร

ในภาพพระบรมสาทิสลักษณ์นี้ จะมีภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพระราชอิริยาบถต่างๆรวม 9 ภาพด้วยกัน และยังมีภาพพระบรม สาทิสลักษณ์พระพักตร์ข้าง เป็นภาพประกอบในไปรษณียากรแผ่นเดียวกันด้วย

ไปรษณียากรรูปแบบนี้ ไปรษณีย์ไทยจัดพิมพ์จำนวนทั้งสิ้น 3 ล้านดวง และเปิดให้ประชาชนมีโอกาสเก็บเป็นที่ระลึกในราคาดวงละ 9 บาท

แผ่นที่ 2 เป็นภาพของ พระบรมโกศ ที่ศิลปินออกแบบให้เป็นไปรษณียากรดวงใหญ่ขนาด 4.5 นิ้ว คูณ 4.5 นิ้ว เพื่อบรรจุพระยานมาศสามลำคาน และพระมหาพิชัยราชรถ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้ครบตามขัติยะราชประเพณีไทยโบราณทุกประการ

ภาพของไปรษณียากรขนาดใหญ่นี้ ยังประกอบด้วยภาพของ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นภาพประกอบใหญ่สุดในไปรษณียากรแผ่นนี้ด้วย

โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะจัดพิมพ์จำนวนทั้งสิ้น 3 ล้านดวง ราคาดวงละ 3 บาท

แผ่นที่ 3 เป็นไปรษณียากรขนาดใหญ่ 4.5 นิ้ว คูณ 4.5 นิ้ว เท่ากับไปรษณียากรแผ่นที่ 2 บรรจุภาพของ พระเมรุมาศสามมิติ พร้อม ภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ในวันที่ 22 ต.ค.2559 ที่พสกนิกรร่วมกันจุดเทียนถวายความอาลัยในการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ที่สนามหลวงตลอดทั้งวันจรดค่ำคืนแห่งความอาดูรที่ปวงชนชาวไทยทั้งปวงมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้

ด้านบนของไปรษณียากรนี้เป็นสรวงสวรรค์ที่เหล่าพสกนิกรของพระองค์จะร่วมกันสวดถวายให้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย

ไปรษณียากรนี้จัดพิมพ์จำนวนทั้งสิ้น 3 ล้านดวง และจำหน่ายให้แก่พสกนิกรของพระองค์ในราคา 9 บาทด้วยเช่นกัน

สำหรับการเปิดจำหน่ายนั้น บริษัท ไปรษณีย์ ไทย จำกัด ได้เปิดรับจองเมื่อ 28 สิงหาคม 1 ล้านชุด ปรากฏว่าเพียงวันแรกก็มีผู้จองแล้ว 5 แสนชุด และในที่สุดก็ครบ 1 ล้านชุด อย่างรวดเร็ว จึงได้ปิดการรับจองและเตรียมจัดพิมพ์ไว้อีก 2 ล้านชุด เพื่อจำหน่ายตามที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง วันที่ 25 ตุลาคมนี้

แผ่นพับ 3 มิติอลังการ

กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำ แผ่นพับ ที่ระลึกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เออาร์โค้ด หรือเทคโนโลยีเสมือนจริง นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ในหลวง ร.9 ทั้งแผ่นพับที่สามารถดาวน์โหลดผ่านโทรศัพท์มือถือสำหรับสแกนชมข้อมูลและภาพต่างๆได้ในระบบ 3 มิติ และแสงสีเสียงพร้อมๆกัน

ทั้งนี้จะมีการจัดทำรวม 3 รูปแบบ เพื่อแจกแก่ผู้เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์จำนวน 10,300,000 ฉบับ ประกอบด้วยแบบที่ 1 ฉบับภาษาไทย จัดพิมพ์จำนวน 9,800,000 ฉบับ มีเนื้อหา 8 หัวข้อ ได้แก่ พระราชประวัติจอมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่, พระปรีชาเกริกไกรไปทั่วหล้า, พระราชกรณียกิจเพื่อปวงประชา, พระราชดำริพัฒนาเทิดถาวร, พระเกียรติยศปรากฏทั่วสากล, ดิเรกดลถวายพระเพลิงเถกิงนุสรณ์, พระเมรุมาศสูงส่งอลงกรณ์ และเจิดกำจรกำหนดการพระราชพิธี

แบบที่ 2 ฉบับภาษาอังกฤษ ยึดเนื้อหาจากฉบับภาษาไทย จัดพิมพ์ 100,000 ฉบับ แจกทูตานุทูตและชาวต่างชาติ แบบที่ 3 เนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ ทศพิธราชธรรม พระ เมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ราชรถ พระยานมาศ และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ โดยจะนำมาแจกในงานนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560 เบื้องต้นกำหนดจัดพิมพ์ 600,000 ฉบับ และจะเพิ่มเติมได้ถึง 3,000,000 ฉบับ เพื่อรองรับประชาชนที่คาดว่าจะมาเข้าชมวันละกว่า 100,000 คน

แผ่นพับในทุกแบบจะเป็นขนาดพกพาได้สะดวก เหมาะสำหรับนำไปใส่กรอบบูชา หรือนำไปสแกนด้วยโทรศัพท์มือถือที่ดาวน์โหลดแล้วให้เห็นภาพ 3 มิติ แสงสีเสียงที่เคลื่อนไหวได้ดังกล่าว นับเป็นของที่ระลึกอีกประการหนึ่งที่ได้มีการจัดทำขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณา ธิคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาลของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้จะทรงสถิตอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์


*****************


ศิลปิน : วัชระ กล้าค้าขาย

ภาพ : ราชาผู้ทรงงาน

ขนาด 55 x75 ซม. สีชอล์คบนกระดาษ

แรงบันดาลใจ : “ผมวาดภาพนี้จากความคุ้นชินกับเสื้อสูทแบบเรียบง่ายพร้อมกับสายสะพายกล้องและพระวรกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ซึ่งเป็นภาพท่ีเห็นตลอดมาในช่วงชีวิตของผม แม้่ภาพวาดภาพหน่ึงนั้นอาจไม่สามารถบรรยายความรู้สึกได้หมด แต่ก็จะทำให้เราจดจำพระองค์ในพระอิริยาบถ แบบนี้ได้ชัดเจนและตราตรึงใจมากขึ้นไปตลอดกาล”