วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นวัตกรรมขับเคลื่อนไทยสู่ครัวโลก

ประชากรโลกในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 7,600 ล้านคน จากการคาดการณ์ของ องค์การสหประชาชาติ ในปี 2050 ประชากรโลก จะเพิ่มขึ้นเป็น 9,800 ล้านคน ทั้งนี้อายุเฉลี่ยของชาวโลกจะยืนยาวขึ้น เฉลี่ยมากกว่า 65 ปี จะสูงถึงร้อยละ 81 ของประชากรโลก สวนทางกับ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีปริมาณจำกัดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร พลังงาน เป็นบริบทให้โลกได้ตระหนักและปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

อุตสาหกรรมอาหาร ถูกจับตามากที่สุด ปริมาณความต้องการอาหารทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน ดูได้จากการขยายตัวของตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์ด้านอาหารที่เติบโตเร็วมาก

ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการเป็น ครัวของโลก เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพและมีการวิจัยในการผลิตอาหารที่มีประสิทธิภาพ นำไปสู่สุขภาพที่ดีและการบริโภคที่ยั่งยืน

ยกตัวอย่าง งานมหกรรมแสดงสินค้าอาหารครบวงจรของโลก Anuga 2017 ที่ เมืองโคโลญ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีการแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ

ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้เข้าชมกว่า 160,000 คน มีผู้ร่วมงานกว่า 7,400 ราย ได้รวมเอากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับชาติเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร จาก 180 ประเทศ ที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นประเทศแถบยุโรป อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ หรือแม้แต่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งประเทศเหล่านี้มีกำลังบริโภคอย่างมหาศาล

การประกวดสินค้านวัตกรรมอาหาร โดยคณะกรรมการผู้ เชี่ยวชาญ ได้พิจารณาจากผู้เข้าร่วมประกวดกว่า 830 บริษัท จำนวนกว่า 2,000 รายการ ปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ สันในไก่ย่างถ่านเพื่อสุขภาพ ของ ซีพีฟู้ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ซีพีเอฟ บริษัทคนไทย เป็น 1 ใน 67 รายการที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีนวัตกรรมในเรื่องของความสะอาดปลอดภัย โปรตีนสูง แคลอรีและไขมันต่ำ ท่ีเกิดจากคุณภาพของวัตถุดิบที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี แม้แต่ถ่านที่ใช้ในการย่างไก่

ที่น่าสนใจ สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ซีอีโอธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ซีพีเอฟ ได้นำเสนอนวัตกรรมการ ใช้สมาร์ทโฟนสแกนคิวอาร์โค้ด บนผลิตภัณฑ์อาหาร ให้ผู้บริโภคได้ทราบข้อมูลวัตถุดิบส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ วิธีการปรุงและการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการแสดงขั้นตอนในการผลิตของโรงงานครบวงจร สามารถตรวจสินค้ากว่า 170 รายการที่วางจำหน่ายในประเทศ สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สแกนดิเนเวีย โดยมีเป้าหมายที่สามารถตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้ครอบคลุม อย่างน้อยร้อยละ 80 ภายในปี 2020

แนวโน้มของผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการผลิต เพื่อความมั่นใจและน่าเชื่อถือ เป็นการสะท้อนถึงการพัฒนาด้านนวัตกรรมที่จะก้าวสู่ความยั่งยืน และเป็นครัวของโลกอย่างสมบูรณ์ในอนาคต

ตรงตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th