วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยกินเจ แล้วคนจีนกินด้วยไหม? ไขข้อสงสัยดราม่าที่เถียงกันทุกปี

ไขข้อสงสัย เทศกาลกินเจ 2560 กับดราม่าคนจีนกินเจไหม? พร้อมตำนาน-ความเชื่อ จุดกำเนิดของเทศกาลถือศีลกินเจในประเทศไทย... 

เทศกาลกินเจ 2560 โดยจะเร่ิมตั้งแต่วันนี้ (20 ต.ค.60) ไปจนถึงวันที่ 28 ต.ค.60 ซึ่งในปัจจุบันกระแสกินเจกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย และพบว่าในทุกปีมักจะมีดราม่าตามมา อาทิ กินเจตามกระแสนิยม คนกินเจดูถูกคนไม่กินเจ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคำถามสุดฮิตที่เป็นที่ถกเถียงกันทุกปี คือ คนไทยกินเจ แล้วคนจีนกินเจหรือเปล่า?

จากข้อสงสัยดังกล่าว ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์จึงได้รวบรวมความคิดเห็นของชาวเน็ตที่มาแลกเปลี่ยนความรู้ในเว็บไซต์พันทิป โดยส่วนใหญ่ระบุว่า คนจีนไม่ค่อยรู้จักการกินเจ จะมีแต่นักบวชหรือพระที่งดรับประทานเนื้อสัตว์ เนื่องจากการกินเจเร่ิมมาจากกลุ่มคนจีนส่วนน้อยที่อพยพมาจากประเทศจีนก่อนจะแพร่หลายมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้บางแห่งยังเชื่อว่า กินเจ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม เกี่ยวกับการกินเจอีก 6 ตำนาน ดังนี้

ตำนานที่ 1

กล่าวกันว่า การกินเจเริ่มขึ้นเพื่อรำลึกถึงนักรบ "หงี่หั่วท้วง" ซึ่งเป็นทหารชาวบ้านของจีนที่ต่อสู้ต้านทานกองทัพแมนจูที่มีปืนไฟของชาวตะวันตก แต่ฝ่ายจีนไม่มี นักรบหงี่หั่วท้วงจึงประกอบพิธีกรรมนุ่งขาวห่มขาว ไม่กินเนื้อสัตว์และผักที่มีกลิ่นฉุน และท่องบริกรรมคาถาตามความเชื่อของจีน เชื่อกันว่าจะสามารถป้องกันปืนไฟได้ แต่ก็ไม่ประสบผลและพ่ายแพ้ต่อแมนจู ทำให้ชายชาวจีนถูกบังคับให้ไว้ผมอย่างชาวแมนจู สร้างความคับแค้นให้แก่ชาวจีนอย่างมาก ชาวจีนจึงรำลึกถึงนักรบหงี่หั่วท้วงด้วยการกินเจ

ตำนานที่ 2

เพื่อเป็นการประกอบพิธีกรรมเพื่อสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า “ดาวนพเคราะห์” ทั้ง 9 ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ ในพิธีกรรมบูชานี้สาธุชนในพระพุทธศาสนาสละเวลาทางโลกมาบำเพ็ญศีลงดเว้นเนื้อสัตว์และแต่งกายด้วยชุดขาว

ตำนานที่ 3

ผู้ถือศีลกินเจในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาของชาวจีนในประเทศไทย เพื่อสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์

ตำนานที่ 4 

กินเจเพื่อเป็นการบูชา “กษัตริย์เป๊ง” ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซ้อง ซึ่งได้ฆ่าตัวตายขณะที่เสด็จไต้หวัน โดยทางเรือ เมื่อมีพระชนนมายุได้ 9 พรรษา พิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้องนี้ มีแต่เฉพาะในมณฑลฮกเกี้ยนซึ่งเป็นดินแดนผืนสุดท้ายของราชวงศ์ซ้องเท่านั้น โดยชาวฮกเกี้ยนได้จัดทำพิธีดังกล่าวนี้ขึ้นด้วยการอาศัยศาสนาบังหน้าการเมือง การที่เผยแผ่มาสู่เมืองไทยได้นั้นเพราะชาวจีนจากฮกเกี้ยนนำมาเผยแผ่

ตำนานที่ 5

เกิดจากมณฑลกังไสเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองมาก ได้พ่ายแพ้ให้กับแคว้นก่งเลี้ยด ทำให้ในเวลาต่อมาชาวบ้านในมณฑลกังไสเกิดแตกความสามัคคีกัน เทพยดาเห็นว่าอีกไม่นานกังไสจะเกิดภัยพิบัติแต่จะพ้นภัยได้หากชาวบ้านสร้างผลบุญให้ตัวเอง และในคืนหนึ่งได้มีขอทานโรคเรื้อนมาขอพบเศรษฐีลีฮั้วก่ายจึงได้ให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าเดินทาง แต่ขอทานไม่ไปและได้ประกาศให้ชาวบ้านกินเจเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ผู้ใดทำตายภัยพิบัติจะหายไป เศรษฐีจึงนำมาปฏิบัติและจัดมหรสพในช่วงกินเจ และต่อมาได้มีคนศรัทธาจึงนำมาดัดแปลงให้รัดกุมและได้ทำพิธีเชิญเง็กเซียนฮ่องเต้มาเป็นประธานในพิธี

ตำนานที่ 6

มาจากแม่ของชายขี้เมาได้มาเข้าฝันบอกว่า ตายไปแล้วมีความสุขมากเพราะผลบุญจากการกินเจ ลูกชายฟังแล้วจึงอยากพบแม่จึงเดินทางไปที่เขาโพถ้อซัว เมื่อถึงเทศกาลไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมที่เขาโพถ้อซัว ชายขี้เมาจึงขอตามเพื่อนบ้านไปด้วย และได้ให้สัญญาว่าจะไม่ดื่มเหล้าและกินเนื้อสัตว์ แต่ระหว่างเดินทางชายขี้เมาได้ทำผิดสัญญา เพื่อนบ้านจึงหนีไป แต่โชคดีที่ชายขี้เมาเจอหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องการไปไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงขอตามไป จนกระทั่งถึงที่หมายชายขี้เมาได้เห็นแม่ลอยอยู่บนกระถางธูปทั้งที่คนอื่นมองไม่เห็น และระหว่างขากลับชายขี้เมาได้เจอกับลูกชายที่เกิดกับภรรยาที่เลิกกันไปแล้วยืนร้องไห้ เขาจึงรับลูกไปอยู่ด้วย ต่อมาวันหญิงสาวที่ได้เดินทางไปไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมด้วยกันได้มาขออาศัยด้วย ทั้งสามจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

โดยหญิงสาวได้ประพฤติตนเป็นดีอยู่ในศีลธรรมและถือศีลกินเจ อยู่มาวันหนึ่งนางรู้ว่าตัวเองจะตายจึงอาบน้ำแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวสะอาดก่อนสิ้นลม ชายขี้เมาเห็นหญิงสาวจากไปด้วยดีจึงเกิดความศรัทธาจึงยกสมบัติให้ลูกชายและประพฤติตัวใหม่ เมื่อตายไปจึงเกิดผลบุญเดียวกับแม่และหญิงสาว จากนั้นประเพณีกินเจจึงเร่ิมขึ้น