วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือใบจัดทัพใหญ่ซดเบิร์นลีย์ ผีแดงส่งลูกากูบุกยิงน้องใหม่

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ หวังจะยืดสถิติชนะรวดในลีกเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกัน เมื่อจะเปิดรังเอติฮัด สเตเดียม รับคู่ปรับรองบ่อนอย่าง “เดอะ คลาเรตส์” เบิร์นลีย์ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนนี้ (เสาร์ 21 ต.ค.) เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนฯซิตี้ จะยังคงส่งทัพใหญ่เต็มสูบลงบู๊ นำโดย เควิน เดอ บรอยน์, ดาวิด ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง และเซร์คิโอ อเกวโร ส่วนเบิร์นลีย์จะส่งคริส วูด เป็นตัวความหวังในแดนหน้า เริ่มแข่ง 21.00 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต ขณะที่ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะส่งโรเมลู ลูกากู และมาร์คัส แรชฟอร์ด ลงล่าตาข่าย ในการบุกเยือนน้องใหม่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เริ่มเตะ 3 ทุ่มตรง สดทางทรูบีิอิน สปอร์ต ส่วนแชมป์เก่า “สิงห์บลู” เชลซี ที่ฟอร์มช่วงหลังไม่ค่อยดี จะเปิดรังรับ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด โดยนัดนี้เชลซีจะส่งอัลบาโร โมราตา และเอเด็น อาซาร์ ลงล่าตาข่าย เริ่มเตะ 18.30 น. สดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 คืนนี้ (เสาร์ 21 ต.ค.) มีเกมดวลแข้งรวมทั้งสิ้น 7 คู่ โดยไฮไลต์จะอยู่ที่การลงสนามของ 2 ทีมมหาอำนาจแห่งเมืองแมนเชสเตอร์อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมนำจ่าฝูง ซึ่งจะเปิดรังเอติฮัด สเตเดียม ดวลกับ “เดอะ คลาเรตส์” เบิร์นลีย์ เริ่มเตะ 21.00 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางทรูบีอิน สปอร์ต 2 ขณะที่ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง จะต้องบุกไปเยือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมน้องใหม่ เริ่มเตะ 21.00 น.เช่นกัน ยิงสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1
“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงชนิดฉุดไม่อยู่ หวังจะยืดสถิติชนะรวดในลีกเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน ในเกมที่พวกเขาจะเปิดรังรับการมาเยือนของเบิร์นลีย์ ทีมอันดับ 7 โดยเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนฯซิตี้ เตรียมจัดทัพใหญ่ลงบู๊เต็มสูบ นำโดย เควิน เดอ บรอยน์, ดาวิด ซิลวา และราฮีม สเตอร์ลิง ช่วยกันขับเคลื่อนเกมรุก คอยป้อนบอลสนับสนุน เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าตัวเป้า ทำประตู

ส่วนทางฝั่ง “เดอะ คลาเรตส์” เบิร์นลีย์ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือฌอน ไดซ์ จะส่งเจฟฟ์ เฮนดริกซ์ กับคริส วูด เป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า อย่างไรก็ตาม เทียบฟอร์มกันแล้ว “เรือใบ” แมนฯซิตี้ เหนือกว่าเยอะ แถมยังมีเกมรุกที่เฉียบคมสุดๆ ดังนั้นทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา จึงน่าจะเปิดบ้านถล่มเอาชนะเบิร์นลีย์ ได้แบบไม่ยาก พร้อมยืดสถิติชนะรวดในลีกเป็น 6 เกมติดต่อกัน และนำจ่าฝูงต่อไป

ขณะที่ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง จะยกพลบุกไปเยือน “เดอะ เทอร์เรียส์” ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ที่สนามจอห์น สมิธ สเตเดียม เกมนี้ โจเซ มูรินโญ กุนซือแมนฯยู อาจมีการปรับทัพจากชุดที่บุกไปเฉือนชนะ เบนฟิกา 1-0 ในศึกแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่จะไม่มี ปอล ป็อกบา และมารูยาน เฟลไลนี ที่ยังบาดเจ็บ ทว่ายังคงมีเฮนริก มคิตาร์ยาน, ฮวน มาตา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และโรเมลู ลูกากู เป็น 4 ทหารเสือในแนวรุก คอยป่วนแนวรับเจ้าถิ่น ส่วนเจ้าบ้านฮัดเดอร์สฟิลด์ของกุนซือเดวิด วากเนอร์

ซึ่งรั้งอันดับ 12 ของตาราง จะส่งทอม อินซ์ ทำเกมรุก โดยมีเอเลียส คาชุงกา ยืนเป็นหน้าเป้า สำหรับแนวโน้มเกมนี้ เชื่อว่า “ปิศาจแดง” แมนฯยู จะบุกมาคว้าสามคะแนนเต็ม

ทางด้าน “สิงห์บลู” เชลซี แชมป์เก่า จะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด (เริ่มเตะ 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1) เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต กุนซือชาวอิตาเลียนของเชลซี หวังจะพาทัพ “สิงห์บลู” เรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้ หลังไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ โดยจะส่งเอเด็น อาซาร์ กับอัลบาโร โมราตา ลงล่าตาข่าย ขณะที่วัตฟอร์ด ของกุนซือมาร์โก ซิลวา จะวางทอม เคลฟเวอร์ลีย์, ทรอย ดีนีย์ และริชาร์ลิสัน เป็นสามประสานแนวรุกที่แนวรับสิงห์บลูต้องระวังให้ดี

สำหรับโปรแกรมคู่อื่นที่เหลือ ดังนี้ นิวคาสเซิล พบ คริสตัล พาเลซ, สโต๊ก ซิตี้ พบ บอร์นมัธ และสวอนซี พบ เลสเตอร์ เริ่ม 21.00 น. พร้อมกันทั้ง 3 คู่ ส่วนคู่สุดท้าย เซาแธมป์ตันจะเปิดบ้านรับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เริ่มเตะ 23.30 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1