วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Leatherface ต้นกำเนิดฆาตกรหน้ากากหนังมนุษย์

ทุกตำนานย่อมมีที่มา! โดยเฉพาะกับฆาตกรโรคจิตที่มีการฆ่าสุดสะเทือนขวัญด้วยเลื่อยไฟฟ้าในหนังระดับขึ้นหิ้งอย่าง The Texas Chainsaw Massacre ครั้งนี้กลับมาในชื่อว่า Leatherface หรือในชื่อไทยว่า สิงหาสับ 2017 ที่ภาคนี้จะกลับไปเล่าจุดกำเนิดของผู้สวมหน้ากากหนังมนุษย์ แน่นอนว่ามันมาพร้อมความเพี้ยน และสยดสยอง ที่คนสายอ่อน ไม่ขอแนะนำให้ไปดู!

หลายคนอาจจะงงว่า สิงหาสับ คืออะไร

สิงหาสับ หรือหนัง The Texas chainsaw Massacre นั้น มีที่มาที่ไปในสร้าง โดยอิงเรื่องราวชีวิตของ เอ็ดเวิร์ด ธีโอดอร์ กีน ฆาตกรโรคจิตชาวอเมริกัน ที่ขอไม่ไปเล่ารายละเอียดในชีวิตของเขาในที่นี้ แต่เพราะเขาเริ่มต้นในการเป็นวายร้ายครั้งแรกในเดือนสิงหาคมนั่นเอง ซึ่งหนังก็ถูกสร้างและฉายครั้งแรกเมื่อปี 1974 โดยผู้กำกับและเขียนบท โทบี ฮูเปอร์ (เขาเพิ่งเสียชีวิตในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง) ที่สุดท้ายหนังฉบับนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานภาพยนตร์และเป็นต้นแบบของหนังประเภทไล่ล่าจากฆาตกรโรคจิต ที่มีออกมาให้เราได้ดูเยอะแยะในทุกวันนี้


Leatherface เล่าเรื่องราวของครอบครัวซอว์เยอร์ ที่นำโดย “เวอร์น่า” แม่ที่มีท่าทางเหมือนเสพยาเกินขนาดอยู่ตลอดๆ เวลา ที่เธอรักและพร้อมจะสอนลูกของเขา เจด ซอร์เยอร์ ให้รู้จักการฆ่าและทรมานคน! จนกระทั่ง เจด ได้ลวงลูกสาวของ “ฮัลล์ ฮาร์ทแมน” นายอำเภอจอมโหดแห่งรัฐเท็กซัสมาฆ่า มาสังหาร ความแค้น แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ทำให้เจดถูกส่งเข้าสถานบำบัดผู้ป่วยทางจิตกอร์แมน เฮ้าส์

เวลาผ่านไป 10 ปี ด้วยเหตุจลาจลในสถานบำบัด ผู้ป่วยโรคจิตที่หลายคนเป็นระดับตัวอันตรายทั้งนั้นก็ได้หลุดออกมา หนึ่งในนั้นก็คือ เจด พร้อมด้วย "ลิซซี่ ไวท์" สาวน้อยพยาบาลน่ารักที่ถูกจับเป็นตัวประกัน บนเส้นทางหลบหนีการไล่ล่าของทางการ และการตามล้างตามเช็ดของนายอำเภอจอมโหด จะนำไปสู่ฆาตรกรหน้ากากหนังมนุษย์ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ปล่อยให้คนดูไปหาคำตอบเอาเอง


ความน่าสนใจของหนัง Leatherface ฉบับกึ่งรีเมกกึ่งภาคเริ่มต้นนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การเล่าเรื่องที่มาของหนึ่งในตัวละครวายร้ายที่คลาสสิก/ที่สุดตัวหนึ่งของโลกภาพยนตร์เท่านั้น แต่มันยังเป็นการเปลี่ยนบทบาทของเจ้าหน้ากากหนังมนุษย์จากผู้ล่าให้เป็นผู้ถูกล่าบ้าง

หนังใช้ช่วงวัยเด็กของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ… เด็กก็เหมือนผ้าขาว ที่ผู้เลี้ยงดูจะแต่งแต้มสีสันอะไรลงไปก็ได้ แน่นอนว่าเมื่อเด็กค่อยๆ โตขึ้น สติปัญญาของเขาจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของเขาเอง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าสถาบันครอบครัวคือสิ่งสำคัญมากและพอให้เดาอนาคตได้ว่า เบ้าหลอมที่ชื่อว่า “ครอบครัว” นี้จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นคนแบบใด ในหนังแม้มีรายละเอียดตรงนี้เพียงสั้นๆ แต่มันก็สะท้อนอะไรหลายๆ ออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด จะยกเว้นก็แค่ ดูจนจบแล้วเรายังไม่อาจหาเหตุผลใดๆ ออกมาได้เลย ว่าทำไมตระกูลซอว์เยอร์ถึงมีพฤติกรรมวิปริตจนเอามาสอนลูกสอนหลานแบบนี้


Leatherface เวอร์ชั่นนี้มีความเป็นหนัง Road Movie ที่ตัวละครนั้นเติบโตจากการเดินทาง ที่ครั้งนี้ไม่ใช่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี แต่เป็นการเติบโตเพื่อมาฆ่า เราจะได้เห็นเส้นทางการเติบโตของหน้ากากมนุษย์ ซึ่งตลอดทางเต็มไปด้วยฉากชวนแหวะ ภาพอันน่าสะอิดสะเอียน แม้แต่ฉากเซ็กซ์ที่น่าจะทำให้คนดูรู้สึกได้เบรกภาพความรุนแรงบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นฉากเซ็กซ์ที่อุบาทว์ที่สุดฉากหนึ่งตั้งแต่ดูหนังมาในชีวิต

หนังมีหลายฉากที่เป็นการคารวะหลายๆ เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ทั้งหมด ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เท่านั้นที่จะอิน และที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยก็คือ “ฉากเลื่อยสังหาร” เสียงเปิดเครื่อง และเสียงใบเลื่อย หนังเรื่องนี้ได้ฟินกันแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของหนังมีความบกพร่องอยู่เยอะพอสมควร ทั้งการกระทำของตัวละครที่ดูไม่ค่อยมีเหตุมีผล การหาทางออกให้กับเรื่องที่ง่ายเกินไป การปูให้คนดูรู้สึกว่าเหมือนเล่นปริศนาและให้คาดเดาว่าใครคือหน้ากากหนังมนุษย์ตอนโต ก็ถูกนำเสนอออกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ลงท้ายแล้ว Leatherface อาจจะเป็นการกลับมาอีกครั้ง ที่ดีแต่ยังไม่ดีที่สุด


ฉากความรุนแรงต่างๆ อยู่ระดับผู้ชมอายุ 20 ปีขั้นไป ฉะนั้นสายอ่อนขอให้บอกผ่านหนังเรื่องนี้ไปเลย แต่หากใครที่เริ่มมาสนใจของหนังประเภทนี้ มีประสบการณ์กับหนังประเภทนี้มาบ้าง Leatherface ก็คือความ “ท้าทาย” ครั้งใหม่ที่อยากให้ลองไปพิสูจน์กันที่โรงภาพยนตร์ แต่กับสายแข็งหรือแฟนหนังเรื่องนี้ ขอสรุปให้เลยว่าฉากรุนแรงต่างๆ ในเรื่องนี้ไม่อาจทำอะไรจิตใจคุณได้แน่นอน

ขอมอบ 3 ดาว ให้กับความสยดสยองของภาคล่าสุดนี้

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13