วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯชิ่งแจง ปมเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก หลังเห็นคำถามสื่อ

สนช.มีมติหยวนๆ ให้สตง.สอบปปช.

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.น.จ. ไล่จี้งานกลุ่มจังหวัด ผุดอีกชุดซุปเปอร์ บอร์ด ก.บ.ภ. จัดทำยุทธศาสตร์ภาค ขับเคลื่อนเรื่องสำคัญ ทิ้งโพเดียมชิ่งตอบปมเจ้าพ่อเฟซบุ๊กปฏิเสธเยือนไทย ทีมโฆษกปัดวุ่นให้ไปถาม “สมคิด” “บิ๊กเจี๊ยบ” ย้อนถามสร้างห้องน้ำอุทยานราชภักดิ์ผิดตรงไหน “วินธัย” แจงยิบทำไว้รองรับประชาชน วงเงิน 15.9 ล้านบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก “เบญจา” และพวก ปมเอื้อ “โอ๊ค-เอม” “หมวดเจี๊ยบ” ซัดดีเอสไอละเมิดสิทธิ “โอ๊ค” สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินฯ หยวนๆให้ สตง.สอบ ป.ป.ช. หักดิบ “พิศิษฐ์” หมดสิทธิ์รีเทิร์น “พิเชษฐ” แนะ ปชป.-พท.ลั่นสัจจะไม่เอานายกฯคนนอก ยก “บิ๊กสุ” เป็นบทเรียน

หลังจากทางโฆษกเฟซบุ๊กแถลงปฏิเสธว่า นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก ไม่มีกำหนดเดินทางเยือนไทยตามที่ทางฝ่ายรัฐบาลออกมาให้ข่าว ล่าสุดทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และทีมโฆษกรัฐบาล ต่างเลี่ยงที่จะชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะจี้งานกลุ่มจังหวัด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) มีรองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนการประชุมว่า รัฐบาลและ คสช. มีแนวทางบริหารให้ระดับภาคเกิดความเข้มแข็ง อยากให้ทุกอย่างเดินหน้ารวดเร็วขึ้นกว่าเดิมจากที่วางแผนไว้ จึงต้องมีการนำร่องในทางปฏิบัติตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาอีกครั้ง หวังให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ หากปล่อยเวลาล่วงเลยไป การแก้ไขปัญหาจะ ช้าลง แต่ละภาคต้องทำให้จังหวัดมีความพร้อมพื้นฐาน ใกล้เคียงกัน สร้างความเชื่อมโยงด้วยการกำหนดแผนพัฒนาในแต่ละพื้นที่ไม่ให้ซ้ำซ้อน แบ่งเป็นคลัสเตอร์เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถการแข่งขันสู่ความมั่นคงระดับภูมิภาค การปฏิบัติในเชิงบริหารต้องเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด

ผุดอีกชุดซุปเปอร์บอร์ด ก.บ.ภ.

ต่อมา นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ร.) แถลงว่า เพื่อการบริหารงานที่รวดเร็ว ปรับกลไกสนองความต้องการประชาชน ที่ประชุมพิจารณาให้มีการแก้ไข พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ 2551 เพื่อตั้งคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาคและพื้นที่ (ก.บ.ภ.) ออกโดยคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบูรณาการการทำงานในพื้นที่แบ่งเป็น 6 ภาค ทำงานลักษณะเป็นซุปเปอร์บอร์ดที่มีความกระชับมากขึ้น จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งอีกครั้ง สำหรับงบประมาณ นายกฯให้แนวทางระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต้องนำเสนอของบฯขึ้นมาเพื่อให้ส่วนบนอนุมัติได้

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) กล่าวว่า คณะกรรมการ ก.บ.ภ. ยังมีหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ภาค ดูแนวทางขับเคลื่อนเรื่องสำคัญๆ พร้อมส่งเสริมความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน การท่องเที่ยว ฐานการผลิต เป็นต้น พร้อมติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ

ชิ่งปมเจ้าพ่อเฟซบุ๊กไม่มาไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมคณะกรรมการ ก.น.จ. เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลได้นำโพเดียมมาตั้งไว้ที่หน้าตึกภักดีบดินทร์ พร้อมแจ้งว่า นายกฯจะใช้ตึกนี้แถลงเป็นครั้งแรกหลังการประชุม ให้ผู้สื่อข่าวส่งประเด็นคำถามล่วงหน้าให้ทีมงานนายกฯ โดยหนึ่งในคำถามที่แจ้งไปมีคำถามถึงความชัดเจนกรณีที่โฆษกเฟซบุ๊กออกมาแถลงปฏิเสธว่านายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก ไม่มีแผนเดินทางมาเยือนประเทศไทยตามที่ทางรัฐบาลให้ข่าว แต่ปรากฏว่า หลังการประชุม ก.น.จ.เสร็จสิ้น ทีมงาน นายกฯได้แจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้สัมภาษณ์แล้ว โดยหลังการประชุม นายกฯได้เดินออกทางประตูด้านหลังตึกภักดีบดินทร์ กลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ออกมาเปิดเผยโปรแกรมการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของนายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และมีกำหนดการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย แต่สุดท้ายทางเฟซบุ๊กออกมาแถลงปฏิเสธ และนายสมคิดจะต้องมาร่วมประชุมด้วยนั้น ได้มีการแจ้งลาป่วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามความชัดเจนจากทีมโฆษกรัฐบาล แต่ทุกคนแจ้งว่าให้ไปสอบถามกับนายสมคิดเอง

“บิ๊กเจี๊ยบ” ย้อนถามผิดตรงไหน

วันเดียวกัน ที่อาคารโพธิญาณมหาวิชชาลัย ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ให้กองทัพบกชี้แจงความโปร่งใสการสร้างร้านค้าและห้องน้ำ ที่อุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 15 ล้านบาท ว่า ถามว่าผิดตรงไหน เรื่องการสร้างห้องน้ำกับร้านค้า ได้มอบให้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในการดำเนินการ

“วินธัย” แจงสร้างไว้รองรับ ปชช.

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ที่กองทัพบก โดยศูนย์การทหารราบเป็นผู้ดูแลนั้น ปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งสำคัญของ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพี่น้องประชาชนมาเยี่ยมชม และสักการะพระบรมรูปทุกวันจำนวนมาก บางวันมากถึงหมื่นคน ที่ผ่านมายังไม่มีระบบร้านค้า และห้องน้ำไว้บริการผู้มาเยี่ยมชม ช่วงต้นปีที่ผ่านมาทางมูลนิธิจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารร้านค้า และห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชนที่มาเที่ยวชม รูปแบบการก่อสร้างมีรูปลักษณ์ที่เหมาะสมสอดรับตามภูมิสถาปัตย์ ภายในอาคารประกอบด้วย ร้านค้า 5 ห้อง และห้องน้ำ 52 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำชาย 21 ห้อง ห้องน้ำหญิง 27 ห้อง และห้องน้ำคนพิการ 4 ห้อง ด้วยงบประมาณของทางมูลนิธิประมาณ 15 ล้านบาท ทั้งนี้ ความคืบหน้าการก่อสร้างประมาณร้อยละ 80 คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถให้บริการประชาชนได้ราวเดือน ก.พ.2561

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2559 กองทัพบก โดยศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนให้ก่อสร้างอาคารร้านค้าและห้องน้ำ วงเงินงบประมาณ 15,950,000 บาท จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการใช้งบประมาณที่แพงเกินไป

อุทธรณ์พิพากษายืนคุก “เบญจา”

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญา พฤติการณ์สรุปว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของกรมสรรพากร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อไม่ให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ต้องเสียภาษีอากรหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย และได้รับประโยชน์ที่มิควร จากการที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 83 ส่วนจำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ศาลพิจารณาคำอุทธรณ์ของจำเลยทุกประเด็นฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 5 ในอัตราโทษโดยไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนจำคุกจำเลยที่ 1-4 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 5 จำคุก 2 ปี และไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

ไม่ได้ประกันส่งตัวเข้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลอุทธรณ์ฯ อ่านคำพิพากษายืนจำคุกแล้ว นางเบญจา หลุยเจริญ และจำเลยทั้งหมดได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาสู้คดี โดยศาลอาญาแผนกคดีทุจริตฯ ได้ส่งคำร้องของจำเลยทั้งหมดไปให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ กระทั่งเวลา 16.30 น. เป็นเวลาที่ศาลปิดทำการ ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งกลับมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวจำเลยทั้ง 5 คน ไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

พท.ซัดดีเอสไอละเมิด “โอ๊ค”

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่า ดีเอสไอกำลังละเมิดสิทธินายพานทองแท้หรือไม่ เหตุใดจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่ราชการให้สื่อมวลชนเผยแพร่ ซึ่งขัดกับระเบียบการให้ข่าวของดีเอสไอ และอาจเข้าข่ายนำความลับของทางราชการมาเผยแพร่ ดีเอสไอถามความสมัครใจนายพานทองแท้ก่อนหรือไม่ เพราะบุคคลย่อมมีสิทธิปฏิเสธการให้ข่าวเกี่ยวกับคดี การที่ดีเอสไอละเมิดสิทธิผู้ถูกกล่าวหาเช่นนี้ เหมาะสมหรือไม่ หรือต้องการประโยชน์ทางการเมือง น่าสังเกตว่ากรณีนี้กล้องวงจรปิดใช้การได้ดี ต่างจากกรณีที่อดีตเจ้าพนักงานที่ดินเสียชีวิตอย่างปริศนา ระหว่างถูกควบคุมตัวของดีเอสไอ ดีเอสไอควรมีคำอธิบายการปล่อยภาพดังกล่าว ไม่อย่างนั้นสังคมจะยิ่งสงสัยว่าการดำเนินคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยกับนายพานทองแท้ มีเบื้องหลังทางการเมืองหรือไม่

โวยถูกเล่นเพราะเป็นลูก “ทักษิณ”

ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวด้วยว่า ความจริงมีบุคคลและองค์กรที่ได้รับเงินโอนจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ ผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินกรุงไทย อีกเกือบ 200 ราย แต่ดีเอสไอกลับเลือกดำเนินคดีเฉพาะนายพานทองแท้และพวก เหตุใดจึงไม่สงสัยบุคคลอื่นด้วยว่าอยู่เบื้องหลังการฟอกเงินธนาคารกรุงไทยหรือไม่ เพราะในจำนวนผู้ได้รับการโอนเงิน มีผู้มีอำนาจขณะนี้รวมอยู่ด้วยหลายคน ทำไมจึงเลือกปฏิบัติ หรือว่าแค่เพราะนายพานทองแท้ ผิดที่มีพ่อชื่อทักษิณ อยากถามผู้มีอำนาจตรงไปตรงมาว่าพวกท่านมีเป้าหมายทางการเมือง โดยการหาเรื่องเล่นงานลูกชายคนเดียวของนายทักษิณใช่หรือไม่ เพราะเริ่มจากพ่อ ต่อด้วยอา และตอนนี้ถึงคิวลูกแล้วใช่ไหม

สนช.ถกร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินฯ

ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ในวาระ 2-3 มีทั้งหมด 114 มาตรา โดยที่ประชุมถกเถียงกันหนักในมาตรา 7 วรรคสาม ที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ได้แก้ไขร่างเดิมของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยตัดเรื่องการให้อำนาจผู้ว่าการ สตง. ไต่สวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ทุจริตทิ้งไป เพราะเห็นว่าเป็นการกล่าวล่วงอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ทำให้หน่วยงานอื่นล่วงรู้ความลับสำนวนไต่สวน ป.ป.ช. แต่ กมธ.เสียงข้างน้อย และ สนช.บางส่วน อาทิ นายฐิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ เชิดบุญเมือง เห็นว่าไม่ควรตัดทิ้ง เพราะเป็นการถ่วงดุลองค์กรอิสระให้เกิดความน่าเชื่อถือในความโปร่งใส

ถกเครียดปมให้ สตง.สอบ ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่ กมธ.เสียงข้างมาก อาทิ พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ ยืนกรานให้ตัดทิ้ง โดยอ้างว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจ ป.ป.ช. ในการไต่สวนคดี นายกล้านรงค์ จันทิก กมธ.เสียงข้างมาก และอดีตกรรมการ ป.ป.ช. อภิปรายยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไม่ได้อยู่เหนือการตรวจสอบ ยังถูกตรวจสอบได้ถ้าทุจริต สามารถยื่นเรื่องต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ ที่ผ่านมามีคดีที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ถูกยื่นฟ้องต่อศาลกรณีทุจริตถึง 25 คดี และที่ผ่านมา ป.ป.ช.ยังเคยลงมติลงโทษเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ระดับซี 9 ด้วยการไล่ออกจากตำแหน่งมาแล้ว แสดงให้เห็นว่า ป.ป.ช.ถูกตรวจสอบได้ และมั่นใจว่าผู้บังคับบัญชาไม่มีใครกล้าปกป้องเจ้าหน้าที่ทุจริต เพราะจะมีโทษเป็นสองเท่า ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากเกรงว่าจะเกิดความโน้มเอียงเรื่องความเที่ยงธรรม สามารถยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ ป.ป.ช.ได้อีกทาง

สุดท้ายหยวนๆพบกันครึ่งทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราดังกล่าวมีการถกเถียงกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ที่สุด กมธ.เสียงข้างมากยอมปรับเนื้อหามาตรา 7 วรรคสาม เป็นในกรณีที่ผู้ว่าการ สตง. ตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดินแล้วมีหลักฐานเชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุจริตต่อหน้าที่ให้แจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบ และให้ผู้ว่าการ สตง. มีอำนาจไต่สวนเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่ ป.ป.ช.กำหนด แต่ต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า การดำเนินการของผู้ว่าการ สตง. กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สามารถแจ้งให้ผู้ว่าการ สตง. ยุติการไต่สวนเบื้องต้น เพื่อส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป และที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขดังกล่าว จากนั้นที่ประชุมสนช.ได้พิจารณาในมาตราที่เหลือจนครบ 114 มาตรา

ดับฝัน “พิศิษฐ์” คัมแบ็กสู่อำนาจ

ต่อมาเวลา 18.00 น. เริ่มพิจารณาในส่วนของบทเฉพาะกาล มาตรา 107 ยังคงให้ประธานและกรรมการ คตง. ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป ส่วนมาตรา 108 มีการแก้ไขให้ผู้ว่าการ สตง.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่ร่าง พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับให้ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในวรรคท้ายของมาตรา 108 กำหนดให้ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. ถือว่าขาดคุณสมบัติไม่สามารถกลับมารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง.ได้อีก โดยหลังจากที่ประชุมพิจารณาเรียงตามมาตราจนครบ 114 มาตราแล้ว ลงมติเห็นชอบทั้งร่างฯในวาระ 3 ด้วยคะแนน 170 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง4 โดยจะส่งร่างกฎหมายให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และ กรธ. พิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะทำให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง. รวมถึงอดีตผู้ว่าการ สตง.ทุกคน ไม่สามารถเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการ สตง.รอบใหม่ได้อีก

“พิเชษฐ” แนะ ปชป.-พท.ลั่นสัจจะ

วันเดียวกัน นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศโรดแม็ปเลือกตั้ง พ.ย.2561 ว่า ความจริงไม่อยากพูดช่วงนี้ แต่เห็นว่าต่อไปการเมืองต้องวางรากฐานให้แข็งแรง นักการเมืองต้องจับมือกันเพื่อร่วมมือแก้ปัญหา เคยพูดหลายครั้งแล้วว่ารูปการณ์จะออกมาเเนวๆนี้ เมื่อดูจากรัฐธรรมนูญใหม่ที่เอื้อให้มีนายกฯคนนอก เมื่อถามว่า เมื่อรู้อยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญเอื้อให้มีนายกฯคนนอก นักการเมืองจะเร่งให้มีเลือกตั้งเพื่ออะไร เป็นไปได้หรือไม่ว่า 2 พรรคใหญ่เพื่อไทย และประชาธิปัตย์ จะประกาศจุดยืนไม่เอานายกฯคนนอก นายพิเชษฐตอบว่า ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เป็นไปได้หรือไม่ แต่ถ้าเป็นตนจะทำอย่างนั้น คือประกาศก่อนเลือกตั้งไม่เอาคนนอก แต่ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยจะเอาอย่างไร

ยกบทเรียนนองเลือดสมัย “บิ๊กสุ”

“ก็เเล้วเเต่เขา แต่บทเรียนก็มี ทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ คล้ายกับวังวนอดีตสมัย “บิ๊กสุ” พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ ที่มีคนคัดค้านนายกฯคนนอก ผมเคยเห็นว่ามีกองทัพประชาชนตะโกนว่า “บิ๊กสุ” ออกไป สาเหตุการนองเลือดคนตายไปเยอะเเยะมาจากอะไรทุกคนรู้ดี คำตอบคือ พล.อ.สุจินดาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และเสียสัตย์” นายพิเชษฐกล่าว

“วิรัตน์” กัดติดขบวนแห่ “หญิงหน่อย”

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีคนพรรคเพื่อไทยออกมาปกป้องคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ขึ้นขบวนรถแห่ดอกดาวเรือง ว่าคนเราเมื่อทำผิดก็ควรรับผิด ไม่ใช่ให้ใครออกมาตีโพยตีพายแทน ดูตามรูปการณ์แล้วการแจกต้นดาวเรืองไม่กี่ร้อยต้น ไม่ต้องใช้รถตำรวจนำ หรือไม่จำเป็นต้องมีขบวนรถแห่ที่มีทั้งป้ายชื่อสกุลระบุชัดเจน และในรูปที่ปรากฏนอกจากคุณหญิงสุดารัตน์แล้ว ยังมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย

มท.1โยน ปภ.ชงซื้อจับความเร็ว

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการอนุมัติให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาเพื่อใช้ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ว่า เรื่องนี้คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนขอรัฐบาลซื้อเพราะเครื่องมือไม่เพียงพอ เพื่อใช้ในถนนชุมชน หรือถนนสายรอง ที่มีสถิติการเสียชีวิตมาก รัฐบาลก็อนุมัติ ส่วนซื้อเท่าไรตนไม่ทราบ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ตน ต้องถาม ปภ. ตนมีหน้าที่นำความต้องการของผู้เสนอไปเสนอ ครม. เมื่อ ครม.อนุมัติมา ผู้ที่รับผิดชอบก็ไปจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดซื้อ ได้ถามผู้เกี่ยวข้องว่าทำไมเราต้องซื้อ ไม่ให้ตำรวจซื้อ คำตอบคือในพื้นที่ถนนรอง ด่านรองต่างๆสามารถยืมไปใช้ได้ แต่ถ้าเป็นตำรวจไม่ให้ยืม

ปลัด มท.เต้นแจงแค่เสนอแผน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าราคาเครื่องตรวจจับ ความเร็วแบบพกพามาราคาสูง ว่า ก่อนจัดซื้อจัดหาต้องสืบราคา ต้องดูจากหลายบริษัท และดูการซื้อจากอดีต ราคาต้องสมเหตุสมผล ขึ้นอยู่กับสมรรถนะเครื่อง แต่ไม่ได้ซื้อให้ตำรวจ ซื้อให้ทุกส่วนราชการและท้องถิ่น เครื่องนี้จะอยู่ทุกจังหวัด แต่ละอำเภอ แต่ละส่วนงานมาขอใช้ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการซื้อ ต้องเป็นระบบเปิดโดยการอีบิดดิ้ง ขณะนี้เพียงเสนอว่ามีความจำเป็น และคนที่เสนอให้ซื้อคือมูลนิธิเมาไม่ขับ องค์กรเครือข่ายต่างๆ จะเชิญบริษัทต่างๆเข้ามาประมูลเสนอขายเยอะๆ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ