วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเทพเสด็จฯ บวงสรวงเครื่องสด ซึ่งใช้ประดับ 'พระจิตกาธาน' (คลิป)

ประดิษฐานพระบรมโกศ ร.9 ถือว่าเป็นหัวใจ ‘พระเมรุมาศ’


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯบวงสรวงการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับสั่งถามถึงทีมงานกว่า 300 คน จาก 4 ภาค ที่ร่วมกันถวายงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ พล.อ.ธนะศักดิ์ชื่นชมไทยทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจในการก่อสร้างพระเมรุมาศ รวมทั้งสื่อที่ช่วยกันเสนอข่าวตั้งแต่ต้นจนก่อสร้างเสร็จ ส่วนนั่งร้านพระเมรุมาศรื้อออกหมดแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมเชิญ 25 ช่างภาพบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ กอร.พระราชพิธีฯห้ามใช้กล้องเลนส์ซูมและขาตั้งกล้อง เตือนประชาชนพกน้ำ อาหาร ยา ติดตัว และแต่งกายสุภาพ ขณะขบวนเคลื่อนผ่านให้สำรวม งดเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ตำรวจห้ามนำพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมฉายา สาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 9 และพระเมรุมาศ พิมพ์เสื้อขายอย่างเด็ดขาด

ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช ดำเนินไปทรงยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงเมื่อเย็นวันที่ 18 ต.ค. อันเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการก่อสร้างพระเมรุมาศได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ขณะเดียวกันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานพิธีบวงสรวงช่างเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

พระเทพฯบวงสรวงจัดทำเครื่องสด

เมื่อเวลา 08.59 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่โรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาทรงเป็นประธานในพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับ พระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเวลามหามงคลฤกษ์ระหว่างเวลา 09.14 น. ถึง 10.59 น. ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจิมโองการบวงสรวงสังเวยช่างเครื่องสดราชสำนัก บุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ผู้ประกอบพิธี อ่านโองการบวงสรวง และนำกล่าวบทบูชาครูเครื่องสด

ช่างฝีมือ 4 ภาคกว่า 300 คนร่วมใจทำ

จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ทรงพระสุหร่ายที่เครื่องมือ เครื่องใช้ในการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ทรงเจิมเทวดาประดับพระจิตกาธาน เสร็จแล้วทรงมีพระราชปฏิสันถารกับช่างศิลปกรรม ก่อนเสด็จฯกลับ สำหรับพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน เป็นพิธีเริ่มต้นการทำงานของช่างเครื่องสด ที่ประกอบด้วยช่างราชสำนัก ตัวแทนช่างฝีมือ 4 ภาค กว่า 300 คน ที่จะร่วมมือกันสร้างสรรค์งานเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ประกอบพระบรมราชอิสริยยศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ ตามจารีตในราชสำนักที่ยึดถือตามโบราณราชประเพณีสืบมา

ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทีมงาน

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง กล่าวว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงรับสั่งถามว่า งานยังเหลืออีกเยอะหรือไม่ และรับสั่งถามถึงช่างที่มาร่วมว่า มากันกี่คน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณกับทีมงานทุกคนเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนี้การดำเนินการจะเริ่มขึ้น โดยช่าง 3 แขนง คือช่างแทงหยวก ประดิษฐ์ดอกไม้สด และแกะสลักของอ่อน ประกอบด้วยช่างเครื่องสดราชสำนัก ตัวแทนช่างฝีมือจาก 4 ภาค รวม 323 คน ทั้งหมดจะบูรณาการกันให้งานเสร็จลุล่วง เนื่องจากพระจิตกาธานนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศ ถือเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศชั้นสูงสุด เป็นหัวใจพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีนี้

ยึดลวดลายเดิมตามจารีตราชสำนัก

นายบุญชัยกล่าวด้วยว่า พระจิตกาธานมีความสูงถึง 13.5 เมตร งานเครื่องสดจึงใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยทำมา การออกแบบนอกจากจะยึดลวดลายดั้งเดิมตามจารีตราชสำนักและยังมีการออกแบบลายแทงหยวกขึ้นมาใหม่ที่มีสัญลักษณ์เป็นเลข ๙ สื่อถึงพระองค์ด้วยดอกปาริชาตประดิษฐ์ที่เป็นดอกไม้บนสรวงสวรรค์ หลังกระบวนการจัดทำเครื่องสด ประดับพระจิตกาธานเสร็จสิ้นในวันที่ 25 ต.ค. เวลา 05.45 น. จะเริ่มกระบวนการประกอบเครื่องสดบนพระจิตกาธานพระเมรุมาศ เริ่มจากส่วนชั้นรัดเกล้า ไล่ระยะไปจนถึงชั้นเรือนยอดชั้นที่ 9 จึงประกอบม่านดอกไม้สด รัดม่านดอกไม้สด ชั้นรัดเอว และเทวดาประดับฐานเรือนไฟ เสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้วจะนำของที่เหลือทั้งหมดไปทำพิธีจำเริญน้ำ (ลอยน้ำ) ตามประเพณีต่อไป

เผยพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์

วันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปทรงยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ถือว่าการก่อสร้างพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์ พร้อมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมาของการก่อสร้างพระเมรุมาศ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานคำแนะนำและกำลังใจในการสร้างพระเมรุมาศต่อคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตั้งแต่กระบวนการเขียนแบบ กระทั่งเสร็จสมบูรณ์ลุล่วงไปได้ด้วยดี

ชื่นชมไทยทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจ

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นถือเป็นความร่วมแรงร่วมใจ จากคนไทยทั้งประเทศ เพราะมีจิตอาสาสลับสับเปลี่ยนมาช่วยงานทุกวัน ขณะที่สื่อมวลชนยังมีการเผยแพร่ความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง นับได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคน ได้ร่วมใจถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และราชวงศ์ ถือเป็นพระราชพิธีหนึ่งเดียวในโลกวันที่ 21 ต.ค. จะส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้แก่ฝ่ายดูแลความปลอดภัย ของกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธี) ดูแลต่อไป” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

รื้อนั่งร้านพระเมรุมาศแล้ว

นายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า ทีมช่างได้ถอดรื้อนั่งร้านพระเมรุมาศเสร็จแล้ว 100% นับได้ว่าพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์ มีความพร้อมให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ เข้ามาตรวจและเปิดให้สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เข้ามาถ่ายภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ บันทึกเหตุการณ์ การดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบทั้งหมด ในวันที่ 20 ต.ค. จากนี้จนถึงวันที่ 25 ต.ค. ทีมเจ้าหน้าที่ยังคงต้องตรวจสอบรายละเอียด การทำงานของระบบทุกส่วนงาน รวมถึงเก็บสีในส่วนต่างๆของพระเมรุมาศ ทำความสะอาดกระจก พื้น พรม ติดผ้าม่าน ให้เรียบร้อยสมบูรณ์แบบ เพื่อให้พระเมรุมาศ มีความสมพระเกียรติมากที่สุด

พร้อมถวายพระเพลิงทั่วโลก

ที่กระทรวงการต่างประเทศ บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดเตรียมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 26 ต.ค. ว่ามีความพร้อมแล้วจะมีขึ้นวันเดียวกันกับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ทั้ง 94 แห่ง กำหนดเวลาและสถานที่ในการจัดพิธีเรียบร้อยแล้ว สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในเขตเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย จะจัดในเวลาเดียวกัน คือเวลา 17.30 น. ส่วนประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตเวลาห่างกับประเทศไทย จะจัดพิธีในเวลาที่เหมาะสม แต่จะไม่จัดก่อนพระราชพิธีในประเทศไทย จะมีการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีจากประเทศไทย เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมพิธี ได้ชมบรรยากาศได้อย่างทั่วถึง เสมือนอยู่ในบรรยากาศของพระราชพิธีจริง

รับพระราชทานหีบเพลิงจาก ร.10

น.ส.บุษฎีกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายกรัฐมนตรีได้รับพระราชทานหีบเพลิงจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ประกอบด้วย ดอกไม้จันทน์ 1 ดอก ไม้ขีด 1 กลัก และเทียนชนวน 1 แท่ง โดยนางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนรับและจะอัญเชิญหีบเพลิงพระราชทานไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั้ง 94 แห่งทั่วโลก เพื่อไปใช้ประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในวันที่ 26 ต.ค. ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย จะเป็นประธานในพิธีวางหีบเพลิงพระราชทาน ในพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศ โดย ดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนได้ถวายจะถูกนำส่งกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้สำนักพระราชวังดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ต่อไป

ให้สถานทูต–กงสุลจัดนิทรรศการ

น.ส.บุษฎีกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ ในสถานเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ทั้ง 94 แห่ง ได้จัดเตรียมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ การเจริญพระราชสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เพื่อให้ประชาชนได้ชม และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ สำหรับบุคคลสำคัญจากนานาประเทศที่จะเดินทางมาเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องต้นได้รับรายงาน ณ วันที่ 18 ต.ค. มี 32 ประเทศ จะเดินทางมาเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ

ประกอบพิธีคำนับครู

วันเดียวกันที่ห้องโขน อาคาร 2 วิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพิธีคำนับครูเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายสมบัติ แก้วสุจริต ครูนาฏศิลป์ไทย ผู้ได้รับพระราชทานครอบจากในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ประกอบพิธีมีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯและคณะทำงาน ผู้แสดงโขนทั้งหมด 300 คนร่วมพิธี

ทีมโขนตั้งใจถวายงานครั้งสุดท้าย

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวว่า ได้นำเรื่องรามเกียรติ์ 3 ตอนใหญ่มาทำการแสดง ตั้งแต่รามาวตาร เป็นต้นเรื่อง ต่อด้วยนางสีดาหายและพระรามได้พล และขับพิเภก ขณะนี้มีความพร้อมเต็มร้อย ทุกคนมีความตั้งใจถวายงานเป็นครั้งสุดท้าย และความโดดเด่นของโขนพระราชทานครั้งนี้ มีเรื่องของฉากประกอบที่ใช้ทั้งของเดิมและเพิ่มการใช้เทคนิคสมัยใหม่มัลติวิชั่นประกอบ ทำให้การแสดงงดงามและน่าชม

22–23 ต.ค. ซ้อมใหญ่โขนพระราชทาน

ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการโขนพระราชทาน กล่าวว่า พิธีคำนับครูของโขนพระราชทานครั้งนี้ถือเป็นพิธีสำคัญ เป็นมงคล และสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้แสดงและผู้ปฏิบัติงานโขนพระราชทานกว่า 500 คน กำหนดเวลาแสดง 2 ชั่วโมง จะมีการซ้อมใหญ่ ณ เวทีจริงสนามหลวงวันที่ 23-24 ต.ค. เวลา 16.00-22.00 น. ซึ่งจะซ้อมกับไฟและฉากมัลติมีเดีย

เชิญ 25 ช่างภาพบันทึกภาพพระเมรุฯ

วันเดียวกัน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้เชิญศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) และช่างภาพอาสาสมัครชั้นนำของประเทศไทย จำนวน 25 คน เข้าบันทึกภาพพระเมรุมาศและอาคารประกอบที่จัดสร้างแล้วเสร็จ ในวันที่ 20 ต.ค. เพื่อนำภาพมาจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับประชาชน ถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติ รวมถึงคัดเลือกภาพส่วนหนึ่งมาจัดทำโปสต์การ์ดเพื่อแจกจ่ายประชาชนที่มาร่วมชมนิทรรศการภายหลังพระราชพิธี วันที่ 2-30 พ.ย.

สร้างพระเมรุมาศตามหลักไตรภูมิ

ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) แถลงข่าวเรื่อง คติ ความเชื่อ ประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ และแนวปฏิบัติของประชาชนที่จะเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวว่า งานก่อสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้ มีประติมากรรมกว่า 800 ชิ้น เป็นการออกแบบโดยยึดถือราชประเพณีโบราณ คติความเชื่อตามหลักไตรภูมิ สื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้มากที่สุด เปรียบเป็นสรวงสวรรค์ที่พระองค์ท่านประทับ ต้องมีทั้งเทพ เทวดา สัตว์หิมพานต์ และองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ เช่น ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 นอกจากนี้ยังมีสระอโนดาต เนื่อง จากพระองค์ท่านทำเรื่องน้ำและมีโครงการเกี่ยวกับน้ำมาก ถือเป็นครั้งแรกที่ขุดสระน้ำจริง ผ่านหน้าสัตว์มงคลประจำทิศคือ ช้าง ม้า วัว สิงห์ ประติมากรรมจะมีลักษณะกล้ามเนื้อเหมือนจริงประกอบกับลวดลาย

ให้แต่งกายดำสุภาพ-พกน้ำอาหาร

ด้าน น.ส.เสาวรีย์ อัมภสุวรรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ผู้ที่จะผ่านจุดคัดกรอง จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนกับเจ้าหน้าที่ สามารถจับจองพื้นที่บริเวณทางเท้าริมถนนมหาราช ถนนสนามไชย ยาวไปจนถึงศาลหลักเมือง เฉพาะฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง สุภาพบุรุษสวมเสื้อสีดำ กางเกงดำขายาว รองเท้าสุภาพหุ้มส้นสีดำ สุภาพสตรีสวมเสื้อสีดำ ไม่รัดรูป ไม่แขนกุด กระโปรงยาวสีดำคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้นสีดำ งดเสื้อผ้ายีนส์ ขอให้พกแต่สิ่งของจำเป็น อาทิ อาหารที่รับประทานง่าย น้ำดื่ม ยาประจำตัว ผู้ที่นำเด็กและผู้สูงอายุมาขอให้เขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดตัวไว้ด้วย รวมทั้งไม่พกพาอาวุธ วัตถุโลหะที่อาจเป็นอันตราย

ห้ามใช้กล้องเลนส์ซูมและขาตั้ง

น.ส.เสาวรีย์กล่าวอีกว่า ประชาชนนำร่ม พัด หมวก แว่นตากันแดด เพื่อใช้กันแดดกันฝนได้ แต่ควรเป็นสีดำหรือสีทึบใกล้เคียงสีดำ หากต้องการถ่ายภาพก็พกกล้องตัวเล็กๆหรือใช้กล้องโทรศัพท์มือถือได้ตามปกติ แต่ไม่อนุญาตให้ใช้กล้องเลนส์ซูมและขาตั้งกล้อง เมื่อริ้วขบวนฯ ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯผ่าน จะต้องเก็บร่ม พัด หมวก แว่นกันแดด และถวายความเคารพ ขอให้อยู่ในอาการสงบสำรวม งดเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” และกรุณาอย่าออกนอกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ ไม่วิ่งตัดหน้ากีดขวางริ้วขบวนฯ

เผย ร.10 มีรับสั่งให้จิตอาสาดูแล ปชช.

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวกับจิตอาสาเฉพาะกิจงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ในเรื่องข้อปฏิบัติในงานพระราชพิธี และการดูแลประชาชนว่า สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทรงไม่ประสงค์ให้ประชาชนต้องรู้สึกอึดอัดกับข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่างๆมากมาย ดังนั้น หน้าที่ของจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ในครั้งนี้ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ดีที่สุด ถ้าประชาชนมีการกระทำบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง จิตอาสาเฉพาะกิจฯ ต้องมีจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยกับประชาชนด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงสุภาพ ไม่ให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน

จัดพื้นที่รองรับคนวางดอกไม้จันทน์

ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวนกว่า 20 หลัง กางบริเวณสนามหญ้าหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใน บก.ทบ. วันที่ 26 ต.ค. พร้อมเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขาไว้บริการประชาชนด้วย คาดว่าหากประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯมีจำนวนมาก และเข้าไม่ถึงบริเวณพื้นที่ชั้นใน ก็สามารถวางดอกไม้จันทน์ บริเวณที่กองทัพบกจัดเตรียมไว้ได้อีกแห่งหนึ่ง

ตร.เตรียมเฮลิคอปเตอร์กรณีฉุกเฉิน

ที่กองบินตำรวจ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าโฆษก ตร. พร้อมคณะบรรยายการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พร้อมทั้งสาธิตการช่วยเหลือ พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า กองบินตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในเหตุฉุกเฉิน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ 429 ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ ทั้งหมดจำนวน 6 ลำ โดยจะประจำกองบินตำรวจ ท่าแร้ง 3 ลำ เชียงใหม่ 1 ลำ ภูเก็ต 1 ลำ และยะลา 1 ลำ กรณีฉุกเฉิน

ห้ามพิมพ์เสื้อลายพระเมรุมาศ

โฆษก ตร.เผยอีกว่า ส่วนที่ผู้ประกอบการบางรายนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์เป็นลายเสื้อเพื่อจำหน่าย เป็นการมิบังควร ได้ประสานงานไปยังกองข่าว สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวังได้รับการยืนยันว่า ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาปรึกษาขออนุญาตเพื่อการพิมพ์ลายเสื้อแต่อย่างใด จึงขอประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชนควรปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุนหรือซื้อ หรือสวมใส่เครื่องแต่งกายที่มีการจัดพิมพ์ภาพแบบและภาพถ่ายพระเมรุมาศเป็นลวดลาย หากประชาชนท่านใดซื้อไปแล้วไม่ควรสวมใส่เพราะเป็นการไม่สมควร

บวชพระ 990 รูปถวายในหลวง

ที่อาคารโพธิญาณมหาวิชชาลัย ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีอุปสมบท 990 รูป ที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร ร่วมกับกระทรวงกลาโหม ได้จัดโครงการอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้เข้าร่วมอุปสมบทมาจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งหมดจะแยกไปอุปสมบทตามวัดต่างๆที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 39 วัด หลังจากนั้นพระนวกะจะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรม เน้นในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ตั้งแต่วันที่ 19-30 ต.ค. และออกบิณฑบาตที่หน้าองค์พระประธานพุทธมณฑลเวลา 06.30 น. วันที่ 20-30 ต.ค. ผู้ที่สนใจสามารถร่วมตักบาตรพระสงฆ์ตามวัน เวลาดังกล่าว

ปากคลองตลาดทำซุ้มดอกไม้เพื่อพ่อ

ที่ปากคลองตลาด กทม. มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมชาวชุมชนปากคลองตลาด จัดโครงการ “ดอกไม้เพื่อพ่อ” ทำซุ้มดอกไม้ตามถนนจักรเพชร ระยะทาง 400 เมตร นางพรสมใจ ฮวดหุ่น ผอ.โครงการจัดดอกไม้เพื่อพ่อ กล่าวว่า ดอกไม้จากทั่วประเทศ 10 ตู้คอนเทนเนอร์ และดอกดาวเรือง 1 แสนต้นที่กลุ่มชาวม้ง อ.พบพระ จ.ตาก ปลูก นำมา ทำอุโมงค์ดอกไม้มาถึงปากคลองตลาดแล้ว เริ่มให้จิตอาสาร้อยดอกรัก ดอกดาวเรืองและจะขึ้นรูปอุโมงค์ดอกไม้ในวันที่ 20 ต.ค. จำนวน 6 ซุ้ม แต่ละซุ้มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ร.9 อาทิ 1.ซุ้มคนไทย จัดดอกไม้ลายธงชาติ ซุ้มที่ 2 สายฝน จัดด้วยดอกบัวทั้งหมด ซุ้มที่ 3 รอยเท้าพ่อ จัดดอกไม้เป็นทิวเขาภาคเหนือ ซุ้มที่4 บ้าน จัดซุ้มด้วยดอกดารารัตน์และดอกรัก ซุ้มที่5 เลข ๙ ใช้ดอกดาวเรือง ทำเป็นเลข ๙ และซุ้มสุดท้าย ประตูสวรรค์มณฑารพ ใช้ดอกจำปี ดอกจำปา ดอกรัก ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ เปิดให้ประชาชนเข้าชมในวันที่ 22-27 ต.ค. เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และแสดงความอาลัย

ตัดกล้วยตานีเมืองเพชรอีก 60 ต้น

บ่ายวันเดียวกัน ที่สวนกล้วยของนายเสงี่ยม ทรัพย์ศิลป์ อายุ 80 ปี เลขที่ 92 หมู่ 4 ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายวิริยะ สุสุทธิ และคณะช่างแทงหยวกตระกูลช่างเมืองเพชรร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงขอขมารุกขเทวดา ในการตัดต้นกล้วยตานี 60 ต้น เพื่อนำไปใช้ในการแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรม ศพ ร.9 นายเสงี่ยม ทรัพย์ศิลป์ อายุ 80 ปี เจ้าของสวนกล้วยตานีกล่าวว่า เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้มีโอกาสถวายงานสำคัญจากต้นกล้วยตานีในสวนของตน ครั้งแรกได้มีโอกาสถวายต้นกล้วยตานี นำไปแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน เมื่อคราวงานพระบรมศพฯ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรม หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งที่สองสมเด็จพระเจ้า ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีและในครั้งนี้

ซ้อมโขนหน้าพระเมรุมาศงามยิ่งนัก

ต่อมาในช่วงเย็น ที่หน้าพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และผู้บริหารกรมศิลปากร เข้าร่วมรับชมการฝึกซ้อมการแสดง “โขน” มหรสพสมโภชรัชกาลที่ 9 เป็นโขนหน้าพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ประกอบด้วยนักแสดงโขนจากสำนักการสังคีต และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์กว่า 400 ชีวิต มีครูมืด หรือนายประสาท ทองอร่าม ผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย เป็นผู้ควบคุมการแสดงทั้งหมด โดยภาพการแสดงหน้าพระเมรุมาศครั้งนี้สวยงามยิ่งนัก

ถวายสดุดีรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

สำหรับการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณา ธิคุณ เนื้อเรื่องดำเนินเหตุการณ์สำคัญ ตอนที่พระรามยกไพร่พลไปทำสงครามกับทศกัณฐ์ และได้รับชัยชนะ เหล่าเทวดานางฟ้าจึงต่างพากันออกมาระบำรำฟ้อนถวายสดุดี สรรเสริญพระบารมีถวายพระพรชัย เสมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานหนัก เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขสงบร่มเย็น ในส่วนของการรำถวาย สดุดีนี้ ใช้ผู้แสดงจำนวน 89 คน ตามพระชนมพรรษาของในหลวงรัชกาลที่ 9