วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขายล็อกกำไร!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 ต.ค.60 ปิดที่ 1,683.43 จุด ลดลง 24.10 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 79,664.67 ล้านบาท

หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด นำโดย GL ปิด 9.15 บาท ลบ 1.75 บาท, AOT ปิด 57.50 บาท ลบ 1.25 บาท, PTT ปิด 416 บาท ลบ 6 บาท, SCC ปิด 488 บาท ลบ 6 บาท และ PTTGC ปิด 79.25 บาท ลบ 2.75 บาท

บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า Upside ตลาดโดยรวมที่เหลือไม่มาก เสี่ยงถูกขายล็อกกำไรในระยะสั้น หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมา 5 เดือนติด รวมราว 10% โดยดัชนีทะลุระดับ 1,700 จุด แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 24 ปี มีโอกาสเกิดแรงขายล็อกกำไรในระยะสั้นได้ โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมากแล้ว โดยผลตอบแทนปีนี้ (YTD) อยู่ที่ +20% (กำไรค่าเงินราว +8% และดัชนีเพิ่มขึ้นอีกราว +12%)

โดยดัชนีที่ระดับ 1,710-1,720 จุด เหลือ Upside จากเป้าพื้นฐานของตลาดโดยรวม (Bloomberg Consensus) เพียง 2% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจโลกปี 2008 เทียบกับปกติจะมี Upside เฉลี่ยราว 13%

นอกจากนี้ ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ของทุกปีจะเป็นช่วงที่นักลงทุนต่างชาติมักเป็นผู้ขายสุทธิก่อนหยุดยาวปลายปีโดยอิงจากข้อมูลในอดีต มีโอกาสขายสุทธิสูงถึง 80%

ขณะที่มองประเด็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุนในครึ่งหลังเดือน ต.ค.ต่อเนื่องจนถึงกลางเดือนหน้า คือหุ้นที่คาดว่างบจะออกมาดีและราคายังมี Upside เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ ชอบ AMA, AP, BCH, BEAUTY, COL, EKH, INTUCH, IRPC, MTLS, PRM, PTTEP, SEAFCO, STEC, TASCO, TMT, BANPU, BR, CK, LH, PSH

และหุ้นที่มีโอกาสปรับประมาณการกำไรและเป้าพื้นฐานราคาหุ้นสูงขึ้น ชอบ GPSC, PTTGC, PTTEP, SQ, WORK

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์ฯ และ Bond Yield จากโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในเดือน ธ.ค. และความคืบหน้าในแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงบุคคลที่จะถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธาน FED คนต่อไปในต้นปีหน้าว่ามีแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนปรน (Dovish) และเข้มงวด (Hawkish) กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

รวมทั้งการประกาศงบไตรมาส 3 หากออกมาแย่กว่าคาด!!

อินเด็กซ์ 51