วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมื่อ ‘ผี’ ได้แค่ตบทีมเล็ก แต่ ‘เรือ’ ตบหมดทั้งเล็กและใหญ่???

โดย iPoppz_5

เผลอแป๊บๆ "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" สมรภูมิลูกหนังยอดฮิตอันดับ 1 ของโลก ตะบี้ตะบันหวดกันไป 8 นัด แล้วนะครับ แม้ว่าจะยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าทีมใดจะเป็นผู้คว้าโทรฟี่แชมป์ในบั้นปลาย...

ก่อนอื่นเราไล่เรียงเช็กอันดับตารางคะแนนคร่าวๆ กันก่อนดีกว่า 1. "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 22 คะแนน 2. "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 20 คะแนน 3. "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 17 คะแนน 4. "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด 15 คะแนน 5. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 13 คะแนน 6. "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล 13 คะแนน ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รั้งที่ 8 มีอยู่ 13 คะแนน

เมื่อดูเผินๆ จะเห็นได้ว่า 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงในฤดูกาลนี้ ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นตั้งแต่ม่านในซีซั่นใหม่นี้ถูกรูดเปิดฉากขึ้น ตามมาที่ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ทำผลงานกระเตื้องขึ้นมา และเริ่มกลับสู่มาตรฐานเดิมที่ควรจะเป็น ส่วน เชลซี, อาร์เซนอล ตลอดจน ลิเวอร์พูล ผลงานกลับลุ่มๆ ดอนๆ ออนๆ ออฟๆ ส่งผลให้ต้องเร่งเครื่องพอสมควรในการที่จะไล่บี้กับ 2 ทีมหัวตาราง

ตัดภาพย้อนกลับที่ 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ บรรดาสื่อยักษ์ใหญ่ รวมถึงกูรูชื่อดังของแดนผู้ดี คาดกันเอาไว้ว่าพวกเขาจะเป็นม้าสองตัวที่แข่งกันควบเข้าเส้นชัย โดยลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสแปนิช รังสรรค์ผลงาน ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 0 ยิงได้ 29 ประตู (มากที่สุดในลีก) เสีย 4 ประตู ผลต่างประตูได้เสีย +25 มีอยู่ 22 คะแนน จากการลงสนาม 8 นัด ผงาดขึ้นครองตำแหน่งจ่าฝูงแบบเดี่ยว โดยเกมเดียวที่พวกเขาหยิบ 3 แต้ม เข้ากระเป๋าไม่ได้ นั่นคือการเปิดบ้านเสมอกับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ข้ามฟากมาที่มุมแดง ที่มี โชเซ มูรินโญ เทรนเนอร์เลือดฝอยทอง หลังผ่านหลักไมล์ 8 นัด พวกเขาชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 0 ยิงได้ 21 ประตู เสียเพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น (น้อยที่สุดในลีก) ผลต่างประตูได้เสีย +19 มี 20 คะแนน ซึ่ง 2 นัดที่พลาดท่าคว้าสามแต้มนั้น คือการบุกไปเสมอ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ 2-2 เมื่อวันที่ 9 กันยายน และ สดๆ ร้อนๆ เลยนั่นก็คือการบุกไปเสมอ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 0-0 ส่งผลให้ต้องหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูงร่วม

เมื่อดูจำนวนการแข่งขัน ตลอดจนคะแนน ดูเหมือนว่าจะไม่ห่างกันมากนัก แต่เมื่อมองเจาะลึกลงไป จะพบว่ามันคือ 2 คะแนนที่ใหญ่และยาวของทีมจากชายคา เอติฮัด สเตเดียม เพราะพวกเขาผ่านการลงสนามเจอกับ 2 ทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ ด้วยการเอาชนะได้อย่างเรียบวุธพร้อมตะบันไปถึง 6 ประตู และไม่เสียประตูเลยสักลูกเดียว แบ่งออกเป็น เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล 5-0 (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเสมอ 0-0 ชนิดเกือบแพ้) และ บุกไปเอาชนะแชมป์เก่าอย่าง เชลซี 1-0 ส่วน เจอทีมในระดับกลางและล่าง พวกเขาจัดการได้แบบไม่ระบมหัวแม่เท้า (ยกเว้น เอฟเวอร์ตัน) ยกตัวอย่างถล่ม สโต๊ค ซิตี้ ถล่มทลาย 7-2 (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ 2-2) แม้จะมีความต่างเรื่องการเป็นเจ้าบ้าน หรือการเป็นทีมเยือน ตลอดจนองค์ประกอบอื่นๆ แต่มันก็พอเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใน 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ บ้างแล้ว

สิ่งที่ผมยกมาข้างต้นนี้ไม่ได้บ่งบอกว่า ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะเป็นฝ่ายพุ่งชนบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้และก็ไม่ได้บอกว่า ลูกทีมของ โชเซ มูรินโญ จะไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ เช่นกัน เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่า ยอดทีมสีฟ้า แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ได้เปรียบเล็กน้อยอยู่ในเวลานี้ จากคะแนนที่นำหน้าอริร่วมเมือง 2 คะแนน มีมากกว่า 2 คะแนน ในรูปแบบของนามธรรมเท่านั้นเอง