วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข่าวเศร้า แม่ยกเงินก้อนสุดท้าย3แสนให้‘ลูกเทพ’ พร้อมทำสัญญาจะไม่รบกวนอีก

แม่มอบเงินที่มีอยู่ก้อนสุดท้าย 3 แสนบาท ให้ "ลูกเทพ" นักทุบรถในตำนานแห่งศรีสะเกษ พร้อมร่างสัญญา 4 ข้อให้ลูกเซ็นรับทราบต่อหน้า จนท.ศูนย์ดำรงธรรม นำไปใช้ในการศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น และห้ามไม่ให้รบกวนแม่อีกต่อไป...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 60 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายเสริมศักดิ์ โสภา ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้มีนายเก่ง (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ฉายา “ลูกเทพ” ซึ่งเคยเป็นข่าวโด่งดังจากกรณีที่บุกเข้าไปทุบรถและเผารถในสำนักงาน สพป.ศก.เขต 1 ตั้งแต่ปี 2559-60 ทำไปแล้วกว่า 10 คัน เพื่อประชดที่ขอเงินแม่ไม่ได้ มากับ นางแก้ว (นามสมมติ) มีบ้านอยู่ที่ ต.เมืองเหนือ อ.เมืองศรีสะเกษ ผู้เป็นแม่ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ โดยทั้งสองคนแม่ลูกได้แจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ว่า นางแก้ว ผู้เป็นแม่ยินดีมอบเงิน จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) ให้แก่นายเก่ง เพื่อเป็นทุนในการศึกษา ระดับปริญญาตรี นำไปซื้ออุปกรณ์ในการเรียนชกมวยสากล ซื้อกล้องถ่ายรูปเพื่อใช้ในการเรียนถ่ายภาพ และใช้อื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาเล่าเรียน 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า นางแก้ว (นามสมมติ) ซึ่งเป็นแม่ของลูกเทพ เคยเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษว่า นายเก่ง ซึ่งเป็นบุตรของตน ได้ขอเงินจากตนหลายครั้ง ครั้งละจำนวนมาก เมื่อตนปฏิเสธ นายเก่งมักจะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและผู้อื่น จากกรณีที่ก่อเหตุทุบรถยนต์ของประชาชนเพื่อเป็นการประชดแม่บ่อยครั้ง ตามที่เคยมีการเสนอข่าวทางสื่อมวลชน จนทำให้ผู้เป็นแม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย อับอาย และหวาดระแวง ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข โดยระยะนี้ นายเก่ง ได้ขอเงินจากนางแก้วอีก จำนวน 300,000 (สามแสนบาทถ้วน) ซึ่งนางแก้วกังวลใจว่า หากไม่ยินยอมมอบเงินให้แล้ว นายเก่ง อาจจะมีอาการเครียด และก่อเหตุรุนแรงจนอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน เหมือนดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา แม้ว่า นายเก่ง จะเคยให้คำมั่นสัญญากับผู้เป็นแม่ว่า จะไม่ใช้วิธีประชดในการขอเงินด้วยวิธีรุนแรงเหมือนในครั้งที่ผ่านมาก็ตาม

"ทั้ง นางแก้ว และ นายเก่ง จึงได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อช่วยเป็นพยานในการมอบเงินให้แก่นายเก่ง โดยเงินดังกล่าว นายเก่ง จะนำไปใช้เป็นทุนในการศึกษา ซึ่งขณะนี้ได้ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง นำไปซื้ออุปกรณ์ในการเรียนชกมวยสากล ซึ่งขณะนี้ได้ไปฝึกซ้อมมวยอยู่ที่สถาบันพลศึกษาศรีสะเกษ นำไปซื้อกล้องถ่ายภาพ ใช้จ่ายในการเรียนถ่ายภาพ และใช้อื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ โดยนายเก่งขอสังคมให้โอกาสตนกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ซึ่งได้ให้ทำบันทึกข้อตกลงไว้ต่อกัน ดังนี้

1. บุตรขอรับเงินจากมารดา จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) และมารดาตกลงว่าจะมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่บุตรตามความประสงค์ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตที่จะมอบให้แก่บุตร 

2. บุตรได้รับเงินจากมารดาตาม ข้อ 1 ครบถ้วนตามความประสงค์แล้ว โดยนับจากนี้เป็นต้นไป หากบุตรยังคงรบกวนมารดาไม่ว่าโดยวิธีการใด ไม่ว่าการรบกวนนั้นจะเป็นไปเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของมารดา หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดก็ตาม หากการรบกวนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติสุข หรือเป็นการละเมิดสิทธิของมารดาหรือบุคคลอื่น มารดาย่อมคงไว้ซึ่งสิทธิเด็ดขาดในการดำเนินการกับบุตรทั้งโดยกระบวนการยุติธรรม ทางแพ่งและทางอาญาจนถึงที่สุด

3. นอกจากความตกลงที่บุตรให้ไว้กับมารดาในวันนี้แล้ว บุตรขอสาบานต่อองค์พระราชานุสาวรีย์ และดวงพระวิญญาณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยข้อความต่อไปนี้ว่า “ข้าพเจ้า นายเก่ง (นามสมมติ) จะขอรับเงินจาก นางแก้ว (นามสมมติ) มารดาของข้าพเจ้าในวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าจะไม่รบกวนมารดาของข้าพเจ้าทั้งในทางทรัพย์สินและในทางอื่นใด ให้มารดาของข้าพเจ้าต้องเดือดเนื้อร้อนใจอีกต่อไป และจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นไม่ว่าในทางใดๆ นอกจากนี้ ข้าพเจ้าจะใช้จ่ายเงินที่ได้รับจากมารดาของข้าพเจ้าในวันนี้ไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม ประหยัด มัธยัสถ์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชีวิตของข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าผิดต่อคำสาบานที่ให้ไว้นี้ ขอให้ข้าพเจ้าถูกลงโทษทั้งโดยกฎหมาย และกฎแห่งกรรมอย่างสาสม อย่าได้ประสบพบเจอกับความสุขความเจริญ แต่หากข้าพเจ้าปฏิบัติตามคำที่สาบานไว้โดยครบถ้วน ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้าตลอดทั้งชาตินี้ พบแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยเทอญ”

4. บุตรรับทราบและเข้าใจเป็นอย่างดีว่า บุตรเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้ว มารดาจึงไม่มีหน้าที่ที่จักต้องเลี้ยงดูผู้ถูกร้องไม่ว่าในทางใดๆ อีกต่อไป สิ่งใดที่บุตรจะพึงได้รับจากมารดาหลังจากนี้ ย่อมเป็นความพอใจของมารดาแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งบุตรไม่สามารถโต้แย้ง เรียกร้อง หรือบังคับข่มขู่เอาจากผู้ร้องหรือบุคคลอื่นได้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ หลังจากที่ นายเก่ง ได้รับเงินจำนวน 300,000 บาท จากแม่ไว้ในกำมือแล้ว ได้เข้าไปกราบเท้าแม่และกอดแม่ ทำให้ นางแก้ว ถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม จากนั้นทั้งแม่และลูกได้แยกย้ายกันกลับไป ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้ว.