วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลให้ประกัน ‘บก.นสพ.’ แก๊งตุ๋น วงเงิน 2.5 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ

ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัว “ทรัพย์อานันท์ เจริญวัฒนอุดม” บก.นสพ.ตำรวจพลเมือง ตัวการตุ๋นแชร์ลูกโซ่ฌาปนกิจสงเคราะห์ 1 ชีวิต 1 ล้าน ตีราคาหลักทรัพย์ 2.5 ล้านบาท เงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หลังดีเอสไอคุมตัวยื่นคำร้องฝากขังฐานฉ้อโกงปชช.พร้อมค้านประกันตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ต.ค.60 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ควบคุมตัว นายทรัพย์อานันท์ เจริญวัฒนอุดม บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมือง อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน มาฝากขังเป็นครั้งแรก โดยคำร้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้จับตัวผู้ต้องหาไว้ได้ตามหมายจับของศาลอาญา โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”

พฤติการณ์กล่าวคือ ผู้ต้องหาในนามหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมือง ได้ร่วมกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์พลังเครือข่ายประชาชนตั้งโครงการชื่อ “หนึ่งชีวิตหนึ่งล้าน” แล้วสมาคมดังกล่าวได้มอบให้หนังสือพิมพ์พลเมืองระดมหาสมาชิกโดยโฆษณาต่อประชาชน ให้เข้าสมัครเป็นสมาชิกโครงการ โดยเสนอจะจ่ายผลตอบแทนให้ญาติสมาชิกที่เสียชีวิต ผ่านสมาคมฯ มุ่งเจตนาชักชวนประชาชนเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งค่าสมัครแยกเป็น ค่าสมาชิกหนังสือพิมพ์ดังกล่าวกับค่าสมัคร รวมทั้งค่าสงเคราะห์ศพล่วงหน้า พร้อมค่าบำรุงรายปี เข้าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ ซึ่งเป็นการกระทำผิด ตามพ.ร.บ. ฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดชักชวนชี้ช่องหรือให้ผู้อื่นเข้าเป็นสมาชิกโดยให้ผลตอบแทนเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่น ทั้งนี้ในการชักชวนดังกล่าวระบุว่าหากสมาชิกสมัครเป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานหนังสือตำรวจพลเมือง โดยมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งชีวิตหนึ่งล้านของหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมืองที่มีผู้ต้องหาเป็นบรรณาธิการใหญ่ โดยการสมัครเป็น ผอ. ดังกล่าวต้องเสียค่าสมัครเป็นเงิน 21,500 บาท แล้วจะมีสิทธิไปรับสมัครสมาชิกต่อ และเมื่อมีคนสมัครสมาชิกเข้ามาใหม่คนที่ชักชวนจะได้รับค่าตอบแทนจากค่าสมาชิกเป็น 6 ชั้นลำดับ เริ่มต้นจากชั้นที่ 6 ได้รับ 10 บาท ต่อคน ไปจนถึงชั้นที่ 1 ได้รับ 300 บาทต่อคน แต่ถ้าเป็นการรับสมัครระดับ ผอ. ผู้ชักชวนจะได้รับเงินจากค่าสมัครสมาชิก จำนวน 3 ชั้น ตั้งแต่ 1,000-2,000 ต่อคน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหามีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ด้วยการเปิดโรงแรมระดับ 3 ดาว ย่านอยุธยา สิงบุรี กรุงเทพฯ โดยผู้ต้องหาได้ขึ้นเวทีบรรยายประกอบฉายสไลด์ชักชวนให้เข้าเป็นสมาชิกและเสนอให้ผลตอบแทนแก่สมาชิก ทำให้ประชาชนหลงเชื่อกว่า 1,000 คน แต่เมื่อสมาชิกเสียชีวิต ทายาทของสมาชิกดังกล่าวยังไม่มีใครเคยได้รับเงินสงเคราะห์ตามที่ถูกชักชวน ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 150 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ผู้ต้องหาได้อวดอ้างแสดงตนให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่าตนเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และขณะถูกสอบสวนในเวลานี้ผู้ต้องหายังคงดำเนินการชักชวนประชาชนให้สมัครสมาชิก ลงเงินสมัครสมาชิกโดยกล่าวอ้างว่า ตนเองมีศักยภาพในการยุติคดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอสอบสวนอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ได้จำนวนสมาชิกและร่วมกันจ่ายเงินรายเดือนในการรักษาสภาพสมาชิก ซึ่งผู้ต้องหาถูกจับได้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านถนนแจ้งวัฒนะ ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

คดีนี้การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบพยานอีก 300 ปาก และรอผลการสอบสวนขยายผล จึงขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-30 ต.ค. 60 และเนื่องจากพฤติกรรมผู้ต้องหาที่กล่าวอ้างว่าเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อีกทั้งในระหว่างที่สอบสวนผู้ต้องหาได้มีการชักชวนสมาชิกและให้ลงเงินในการสมัครสมาชิกอีก และกล่าวอ้างว่ามีความสามารถในการหยุดคดีนี้ได้ ดังนั้น หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขอคัดค้านการประกันตัว

ศาลได้พิจารณาคำร้อง และถามผู้ต้องหาว่าจะคัดค้านการฝากขังหรือไม่ ผู้ต้องหาทราบแล้วไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตให้ฝากขังตามคำขอ และออกหมายขังส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินในกทม.และ จ.ชัยภูมิรวม 4 โฉนด ราคาประเมิน 2.5 ล้านบาทเศษ ขอปล่อยชั่วคราว

ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้ว อนุญาตให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราว นายทรัพย์อานันท์ โดยตีราคาประกัน 2.5 ล้านบาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล.