วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กบัว'นำทีม ตม. เลี้ยงอาหารผู้ต้องกักขัง ถวายเป็นพระราชกุศล ร.9

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ต้องกักเพื่อรอการส่งกลับ และผู้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วันนี้ 19 ต.ค. 60 พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต จำนวน 10 ประเทศ จัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ต้องกักเพื่อรอการส่งกลับ จำนวน 619 คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งจัดอาหารเสริม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมให้แก่ผู้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่พักพิง ซึ่งเป็นเด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 12 ปี จำนวน 20 คน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน

รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่าผู้กักขังรอการผลักดันกลับประเทศ ในความรับผิดชอบของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นความผิดเกี่ยวกับเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และอยู่ในราชอาณาจักรเกินกฎหมายกำหนด และมีบางกลุ่มเป็นผู้กระทำผิดที่รอการส่งตัวไปดำเนินคดียังประเทศที่ร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

โดยผู้กักขังบางส่วนยังอยู่ในขั้นตอนการประสานทางกฎหมายและประเทศต้นทางที่จะรับผลักดันกลับไป โดยในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับคดีความของแต่ละบุคคล ว่าจะแล้วเสร็จเร็วมากน้อยแค่ไหน

ส่วนกลุ่มผู้กักขัง ที่รอการส่งตัวไปประเทศที่สาม เช่น กลุ่มชาวซีเรีย ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งยูเอ็นเอชซีอาร์ หรือแม้แต่ประเทศที่สาม ที่ต้องยืนยันการรับผู้กักขังไว้ในประเทศด้วย

รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังยืนยันอีกว่า การป้องกันการลักลอบกลับเข้ามาในประเทศ หลังถูกผลักดันออกไปแล้ว มีมาตรการตรวจสอบที่คัดกรองได้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อนามสกุล ซึ่งในอนาคต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะนำเอาระบบตรวจสอบใบหน้า หรือ ไบโอเมททริก มาใช้เสริมระบบปัจจุบัน ที่ใช้การตรวจสอบลายนิ้วมือบุคคลที่ผ่านเข้าออกราชอาณาจักรอยู่แล้ว.