วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ประกันตนร้องศาลฯ เพิกถอน3กฎกระทรวง จ่ายทดแทนกรณีชราภาพไม่เป็นธรรม

กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ประกันตน 51 คน รวมตัวร้องศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอน 3 กฎกระทรวง เกี่ยวกับผลประโยชน์ทดแทนที่ไม่เป็นธรรม ชี้นำเงินไปลงทุนได้ผลประโยชน์จำนวนมาก แต่รัฐไม่ร่วมจ่ายกรณีชราภาพ...

วันที่ 19 ต.ค. เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มผู้ประกันตนที่รับผลประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ประเภทบำนาญ และผู้ประกันตนที่ยังเป็นผู้ประกันตนอยู่ จำนวน 51 คน นำโดย น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย และนายรังสรรค์ ทองดาษ พร้อมทนายความ ได้เดินทางไปยื่นฟ้อง รมว.กระทรวงแรงงาน ต่อศาลปกครองสูงสุด 

ทั้งนี้ ผู้ร้องระบุว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 7 (2538) เรื่องการกำหนดจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตน ม.33 ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท เเละไม่เกิน 15,000 บาท, กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ พ.ศ. 2550 และกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบประกันสังคม พ.ศ. 2556 ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์กฎหมายประกันสังคม ทำให้รัฐไม่ร่วมจ่ายกรณีชราภาพ การกำหนดเป็นเงินบำนาญแบบอัตราตายตัว ไม่อิงดัชนีค่าครองชีพ ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของคนทำงานที่เกษียณอายุ ขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการนำผลประโยชน์จากการลงทุนมาจัดสรรจ่ายสิทธิประโยชน์ รวมทั้งไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพตามกับแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564)

น.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่จะมีผู้สูงอายุเพิ่มปีละ 1 ล้านคน ครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุไม่มีเงินออมเลย ผู้สูงอายุเหล่านี้ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยจ่ายค่ายารักษาโรคยามเจ็บป่วย ซึ่งผลของกฎกระทรวงทั้ง 3 ฉบับ จะกระทบกับสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จำนวนประมาณสิบล้านเจ็ดแสนคน และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวนหนึ่งล้านสามแสนคน ทั้งที่สำนักงานประกันสังคมได้นำเงินในส่วนชราภาพไปลงทุนจำนวนมาก และได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนมากมาย

ดังนั้น วันนี้พวกเราจึงมาร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนกฎกระทรวง 3 ฉบับ และออกกฎกระทรวงใหม่โดยให้ รมว.แรงงาน ดำเนินการให้มีการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับประกันตนผู้สูงอายุในด้านสถิติ และความจำเป็นความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีพ, การจ่ายประโยชน์ทดเเทนกรณีชราภาพ ควรคำนึงอัตราเงินเฟ้อ ดัชนีค่าครองชีพ และออกกฎกระทรวงให้มีการสำรวจประกันสังคมกรณีชราภาพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกันสังคม ตั้งแต่ต้นให้แล้วเสร็จ 1 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา.