วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวชุมพร ยังผวา 4 วัน เจอหมี สั่งตั้งกรง พร้อมติดวงจรปิด ดักจับ

ชาวบ้านชุมพร ยังผวาเจอหมี 4 วัน ยังจับไม่ได้ ต้องระดมเจ้าหน้าที่วางแผนตั้งกล้องอัตโนมัติ และกรงดักจับ พร้อมสนธิกำลัง เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ขณะจนท.ฝาก เตือน ผู้ปกครองให้ระมัดระวังบุตรหลาน เพราะจะเกิดอันตรายได้ 

จากกรณีชาวบ้านพบหมีออกมาอาละวาดกัดสัตว์เลี้ยงและทำลายพืชสวนทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จนชาวบ้านหวาดผวา ไม่กล้าออกไปไหน ขณะที่เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยระดมกำลังไล่ล่าจับตัวปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ตามข่าวที่เสนอนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2560 นายวิรัตน์ จันทโชติกุล ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักพื้นที่บริหารอนุรักษ์ที่ 4 นายเกรียงไกร ศรีบัวรอด หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง จ.สุราษฎร์ธานี นายพรชัย สิทธิเกษตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพร นายปิยพันธ์ มณเฑียรทอง หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดรับแจ้งเหตุ สภ.ท่าแซะ พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 20 คน ลงพื้นที่สอบถาม นางนันทา ชัยสงคราม อายุ 70 ปี อดีตครูบำนาญ ที่กลับจากงานศพเพื่อนบ้านและเจอหมีมาเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้านช่วงค่ำที่ผ่านมา และชาวบ้านอีกหลายรายที่ได้เจอหมีตัวดังกล่าว เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการประเมินสถานการณ์

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ลงตรวจสอบสภาพพื้นที่บริเวณป่าที่คาดว่า หมีตัวดังกล่าวที่ชาวบ้านพบเห็นจะไปอาศัยและหลบซ่อนตัวอยู่ โดยพบว่าเป็นสวนทุเรียน สวนปาล์ม สวนมะพร้าว สวนผสม กระถินเทพา และป่าละเมาะ ที่ชาวบ้านปล่อยทิ้งรกร้างไว้ รวมเนื้อที่ประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยถนนคอนกรีต และหมู่บ้านย่านชุมชน ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าแซะ และโรงพัก สภ.ท่าแซะ ประมาณ 700 เมตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว มีชาวบ้าน ปลูกระกำ กล้วย มะเฟือง อยู่จำนวนมาก ถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญของหมี

นายเกรียงไกร ศรีบัวรอด หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่องรอยและรอยเล็บที่ตะปบต้นไม้ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ จะเป็นสัตว์ประเภทหมี ซึ่งทั้งรอยเก่ารอยใหม่ จากการดูรอยกรงเล็บที่ยืนตะกายต้นไม้พบว่า สัตว์ตัวดังกล่าวมีความสูงถึง 180 เซนติเมตร แต่จะเป็นหมีหรือสัตว์ชนิดใด ยังไม่สามารถระบุได้จัดเจน แต่จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า เป็นหมีเพราะมีหลายคนเจอมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ซึ่งจะต้องใช้กล้องอัตโนมัติมาวางตามจุดต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพที่แน่ชัด ในการประเมินวางแผนจับตัวกันต่อไป แต่ช่วงนี้ ต้องฝากถึงผู้ปกครองให้ดูและเด็กๆ และลูกหลานของตนเอง เพราะอาจจะเกิดอันตรายเกิดขึ้นได้

นายวิรัตน์ จันทโชติกุล ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่นำกล้องอัตโนมัติมาติดตั้งในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 4 จุด และกรงดักจับสัตว์ขนาดใหญ่ อีก 4 กรง มาวางตรงจุดที่มีร่องรอยการเดินผ่าน และที่ชาวบ้านพบเห็นบ่อยๆ ซึ่งคาดว่า จะนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาถึงและพร้อมดำเนินการแล้วเสร็จได้ในคืนนี้ และหลังจากนี้จะประสานกับนายอำเภอท่าแซะ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ออกทำความเข้าใจกับชุมชน และวางกำลังคอยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง