วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บันทึกความจงรัก บันทึกรัก“พ่อ”

เหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตของคนไทยที่เกิดขึ้นและเติบโตในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คือการสวรรคตของ “พ่อแห่งแผ่นดิน” เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559

อภิศักดิ์ เจือจาน ได้บันทึกไว้บางส่วนในมุมของตัวเอง ผ่านความรู้สึกนึกคิด ผ่านการกระทำของตนเองและเพื่อนพี่น้องที่มีหัวใจเดียวกัน ตีพิมพ์เป็นบทแรกในหนังสือ “บันทึกความจงรัก” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ต่อไปนี้เป็นบางช่วงบางตอนจากไทม์ไลน์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า “Hoy Apisak” แม้ในโพสต์จะไม่ได้ระบุเหตุการณ์ไว้ แต่เชื่อว่าผู้อ่านที่มีชีวิตผ่านเหตุการณ์สำคัญมาด้วยกัน คงจะเดาได้ไม่ยากว่ามาจากเหตุการณ์หรือกิจกรรมใดบ้าง

แม้สิ่งนี้เป็นเหมือนบันทึกเล็กๆในหน้าประวัติศาสตร์ส่วนตัวแต่เชื่อว่าจะช่วยย้ำเตือนให้ผู้อ่านได้ระลึกว่าในหัวใจคนไทยนั้นมี “พ่อ” อยู่เสมอมาและจะมีอยู่ตลอดไปชั่วชีวิต

12 ตุลาคม 2559 เวลา 17.07 น. กำลังเดินทางไปศิริราช เวลา 19.34 น. อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระเทพฯเพิ่งเสด็จฯกลับไปเมื่อสักครู่ ผู้คนที่นี่ยังคงสวดมนต์กันอย่างต่อเนื่อง 

13 ตุลาคม 2559 เวลา 10.53 น. วิธีเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชที่สะดวกที่สุดคือ บีทีเอสลงสถานีสะพานตากสิน นั่งเรือ...ธงส้มราคา 14 บาท ช้าหน่อย คนแน่น จอดเกือบครบทุกท่า เราก็ลงท่าวังหลังแล้วเดินเข้าศิริราช ธงเหลือง...ราคา 19 บาท คนน้อยลงมานิด จอดไม่ถี่เท่าธงส้ม เรือลำใหญ่เหมือนธงฟ้าแต่ไม่มีคนบรรยาย เราก็ลงท่าวังหลังแล้วเดินเข้าศิริราช แต่ถ้าจะชิลล์หน่อยก็ทัวริสต์โบกธงฟ้าราคา 40 บาท

เวลา 12.09 น. อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เวลาได้อยู่ในลานนี้ เราจะสัมผัสได้ถึงพลังของความรักอันมหาศาล...เวลา 16.54 น. น้ำใจหลั่งไหลมา...เวลา 17.45 น. สวดมนต์กันตามปกติ...

เวลา 18.11 น. เพื่อนผู้จากบ้านไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ ส่งข้อความส่วนตัวมา ขอให้ผมเก็บดินบริเวณโรงพยาบาลศิริราชไว้ให้หน่อย พร้อมบอกว่า “อะไรจะเกิดไม่รู้ อยากเก็บแผ่นดินนี้ไว้ก่อน” นึกอะไรไม่ออก จึงฉวยเอากล่องขนมที่เพิ่งกินเสร็จ เช็ดและเป่าให้สะอาดที่สุด แล้วใช้มือหยิบดินปนทรายตรงข้างตึกศรีสังวาลย์ บรรจุเก็บไว้ให้จำนวนเท่าที่จะพอทำได้ในตอนนั้น

...จะเก็บไว้อย่างดี กลับมาแล้วแวะมาเอาแล้วกันนะ...

เวลา 19.04 น. ...ก้มกราบส่งเสด็จ...

เวลา 23.13 น. เมื่อครู่นี้ขากลับจากศิริราช นั่งแท็กซี่ผ่านข้างรั้วพระราชวังสวนจิตรลดา ชำเลืองมองจากหน้าต่างรถออกไป ยังเห็นอาคารต่างๆที่เป็นโครงการส่วนพระองค์ เรียงรายอยู่ตลอดตั้งแต่ต้นจนสุดปลายรั้ว หวนคิดถึงเมื่อหลายปีก่อน มีโอกาสเข้าไปถ่ายสกู๊ปเกี่ยวกับโครงการทดลองต่างๆ

ตอนนั้นรู้สึกในใจว่า จะมีพระราชวังแห่งใดในโลกบ้างที่มีผืนนาอยู่ ในวัง มีโรงสีข้าว โรงทำขี้ผึ้ง โรงผลิตนมยูเอชที โรงผลิตน้ำผลไม้ บ่อเลี้ยงสาหร่าย โรงงานทำข้าวเกรียบ เตาเผาถ่าน บ่อเลี้ยงปลานิล ห้องทดลองน้ำมันแก๊สโซฮอล์ มีรถยนต์ที่ทดลองวิ่งโดยเติมน้ำมันปาล์ม 100%

หรือแม้แต่บ้านหลังทดลองที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหลัง...จะมีพระราชวังแห่งไหนในโลกบ้างที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในวัง

“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆตั้งกี่ร้อยกี่พันโครงการล้วนเริ่มขึ้นเป็นการส่วนพระองค์ในวังสวนจิตรลดาก่อนทั้งนั้น ลองผิดลองถูก แก้ไขข้อผิดพลาดจนแน่พระทัยแล้ว จึงค่อยนำออกเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนคนไทย เป็นบุญของผมแท้ๆที่ได้เกิดและมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินของพระองค์”

...ประนมมือแล้วยกทูนขึ้นเหนือหัวทั้งน้ำตาเลยครับ...

14 ตุลาคม 2559 เวลา 11.41 น. ที่พระบรมมหาราชวัง คนแน่นมาก แดดเปรี้ยง แต่ไม่เห็นมีใครถอย เวลา 22.03 น. กลับถึงห้องทั้งที่ร่างกายตัวเองกำลังโรย แต่พออาบน้ำเสร็จ แทนที่จะนอนกลับมานั่งเปิดทีวีดูสารคดีในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่ จนถึงตอนนี้ยังอยากเห็นในหลวงแบบภาพเคลื่อนไหวอยู่ เพราะทำให้รู้สึกเหมือนพระองค์ไม่ได้จากไปไหน ...สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนในภาพข่าวพระราชกรณียกิจคือเวลาในหลวงมีพระราชปฏิสันถารกับชาวบ้านที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ ถ้าทรงยืนอยู่พระองค์จะทรงโน้มพระวรกายลง จนพระพักตร์เกือบชิดชาวบ้านและทรงพูดคุยอย่างไม่ถือพระองค์เลย แต่ถ้าต้องคุยเรื่องยาวๆ เช่น ตอนเสด็จไปสอบถามรายละเอียดของพื้นที่จากชาวบ้าน เวลาที่มีพระราชดำริจะทำโครงการแก้ปัญหาต่างๆให้ชุมชน พระองค์จะประทับพับเพียบลงกับพื้นดินตรงนั้นทันที โดยไม่รังเกียจว่าจะเปรอะเปื้อน และจะประทับพับเพียบอยู่ท่าเดียวเป็นเวลานาน โดยไม่เปลี่ยนพระอิริยาบถเลย จนกว่าจะได้ข้อมูลเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงจะทรงลุกและทรงพระดำเนินต่อ

ลองสังเกตดูเถิดครับ ไม่ว่าจะเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ไหน ก็จะทรงทำแบบนี้

...ยิ่งดู ยิ่งรัก ยิ่งคิดถึงในหลวง...

15 ตุลาคม 2559 เวลา 21.14 น. เปิดให้เข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

17 ตุลาคม 2559 เวลา 09.50 น. “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น” พระราชดำรัส ในหลวงรัชกาลที่ 9

เวลา 20.28 น. เห็นข้อความนี้บนป้ายโฆษณาต่างๆ ก็น้ำตารื้นแล้ว แต่พอต้องเป็นคนอ่านออกเสียง ลูกต้องข่มใจอย่างหนัก กว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำให้เสียงไม่สั่นไม่พร่า

18 ตุลาคม 2559 เวลา 22.36 น. หลังจากที่ทรงพระประชวรในช่วงเวลาหนึ่งนั้นก็เสด็จออกเป็นครั้งแรก...จำได้แม่นยำว่าเป็นที่ชะอำซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย

ในวันนี้ได้เสด็จออกทรงงานเป็นครั้งแรกหลังจากว่างเว้นมานาน หลังจากมีพระราชกระแสรับสั่ง พระราชทานแนวทางหลักๆแล้วก็ได้หยุดขบวนเบื้องหน้าเป็นหุบเขาเรียกว่าหุบสบู่ เวลานั้นตะวันหลบแล้ว แต่ยังมีแสงเรืองรองอยู่ นกบินกลับรังเป็นฝูงๆ ทรงฉายภาพวิวรอบๆ อากาศร่ม ลมพัดเย็นสบาย มีสายฝนโปรยมาบางๆ ชุ่มชื้นแต่ไม่เปียก วันนั้นทรงมีความสุขมาก รับสั่งขึ้นมาลอยๆว่าไม่ได้เสด็จออกมานานแล้ว และเห็นชัดเจนว่าทรงพระเกษมสำราญเหลือเกิน ที่มีโอกาสทำงานให้พสกนิกรของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้น จังหวะงานที่ทรงอยู่ก็เริ่มต้นอย่างทรงพลังอีกครั้งหนึ่ง โครงการพระราชดำริ โครงการแล้วโครงการเล่า ก็ได้จัดทำขึ้นมาทุก หัวระแหงของแผ่นดิน (ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา)

19 ตุลาคม 2559 เวลา 11.54 น. ผ่านช่วงเวลาที่เศร้าโศกที่สุดในชีวิตจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรมาครบ 7 วัน วันนี้พลันระลึกได้ว่าแท้จริงแล้วในหลวงไม่ได้ทรงจากเราไปไหน แต่ทรงอยู่ในทุกๆการกระทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทุกการให้ การแบ่งปัน อยู่ในทุกๆความเพียร ความละเอียดถี่ถ้วน ความอดทนอดกลั้น ความรักความสามัคคี ความใส่ใจต่อหน้าที่การงาน ความซื่อสัตย์ ความประหยัดอดออม ความนอบน้อมคารวะ ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ...อยู่ในทุกๆการสร้างสรรค์ความเจริญให้บ้านเมือง การศึกษาทุกอย่างให้รู้จริง การลงมือทำแบบไม่ท้อถอยจนกว่าจะสำเร็จ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด

อยู่ในทุกๆคุณงามความดีที่เราทำ เหนืออื่นใด...ในหลวงยังทรงอยู่ในใจของเรา ตราบจนลมหายใจสุดท้าย.