วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บก.น.8 จับ2คดีสำคัญ! รวบยกแก๊ง 'ถึงใจถึงอารมณ์' ตระเวนลัก จยย.ฝั่งธนฯ

รรท.รอง ผบช.น. นำทีมแถลงข่าว 2 คดีในพื้นที่ บก.น.8 รวบคนร้ายรายสำคัญ คดีแรก ตร.สำเหร่ จับกุมตัว 8 ผู้ต้องหา “แก๊งถึงใจถึงอารมณ์” พร้อมของกลางรถ จยย. 10 คัน หลังตระเวนก่อเหตุโจรกรรมรถตามหอพักย่านฝั่งธนบุรี ส่งให้นายทุนไปขายต่อยังประเทศลาว อีกคดีจับคาบ้านพักลูกจ้างเทศบาลใช้ปืนตบลูกหนี้ แถมชิงทรัพย์รถยนต์ไปด้วยอีก 1 คัน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ สน.สำเหร่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.รอง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคนร้ายรายสำคัญของพื้นที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 จำนวน 2 คดี

คดีแรก พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.สำเหร่ พร้อม พ.ต.ท.สายชล ปัญจชัย รอง ผกก.สส.สน.สำเหร่ และ พ.ต.ท.โด่งดัง โกกะพันธ์ สว.สส.สน.สำเหร่ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาลักรถ “แก๊งถึงใจถึงอารมณ์” ประกอบด้วย 1. นายสานนท์ ป้อมกล่ำ อายุ 31 ปี 2. นายกิตติศักดิ์ โลหะเวช อายุ 19 ปี 3. นายสุรเชษฐ์ อินสวัสดิ์ อายุ 18 ปี 4. นายธนวัฒน์ ศรีสุวรรณ อายุ 18 ปี 5. นายวัณณรงค์ ศรีสุวรรณ อายุ 22 ปี 6. นายพันธ์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี 7. นายภู (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และ 8. นายพล (นามสมมติ) อายุ 17 ปี โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ได้พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง ซึ่งได้จากการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ที่รอการตรวจสอบ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รวม 10 คัน แผ่นป้ายทะเบียนรถ 2 แผ่น หมวกนิรภัย 1 ใบ และเครื่องมือที่ใช้ในการงัดเบ้ากุญแจรถจักรยานยนต์อีก 1 ชุด

พ.ต.อ.ภัสพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และตำรวจจราจร สน.สำเหร่ นำกำลังเข้าไปตรวจสอบบ้านเช่าหลังหนึ่งในซอยเจริญนคร 14/2 สามารถจับกุม นายสานนท์ และ นายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 กับผู้ต้องหาที่ 2 เอาไว้ได้ พร้อมรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ซึ่งถูกแจ้งหายเอาไว้ในท้องที่ สน.สำเหร่ สน.ตลาดพลู และ สน.บางขุนเทียน จากการสอบสวนทั้ง 2 ราย ให้การยอมรับว่าในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางดังกล่าวจากวัยรุ่นในพื้นที่ 5-6 คน ชื่อแก๊งถึงใจถึงอารมณ์ ที่โจรกรรมมาขายให้ในราคาคันละ 12,000-15,000 บาท แล้วแต่ยี่ห้อและสภาพ จากนั้นจะนำรถไปส่งขายให้นายทุนชายไม่ทราบชื่อ ย่านพระราม 5 บวกกำไรคันละ 2,000-3,000 บาท โดยทราบเพียงว่า นายทุนคนดังกล่าวจะส่งต่อรถจักรยานยนต์ทั้งหมดขึ้นรถทัวร์มุ่งหน้าไป จ.อุบลราชธานี เพื่อส่งออกไปขายต่อยังประเทศลาว ได้ราคาคันละอย่างต่ำ 20,000 บาท

“จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาส่วนใหญ่ที่เป็นเด็กและเยาวชน เอาไว้ได้แบบยกแก๊ง อีกจำนวน 6 คน โดยเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ มี นายสุรเชษฐ์ ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นหัวโจก พาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนออกตระเวนก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่หอพัก แมนชั่น และอพาร์ตเมนต์ย่านฝั่งธนบุรียามค่ำคืน โดยจะเลือกรถที่ไม่ได้ล็อกดิสก์เบรก จากนั้นใช้อุปกรณ์แทงเบ้ากุญแจเพื่อสตาร์ตขับขี่หลบหนีออกมา เบื้องต้น ทั้งหมดยอมรับว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ทำสำเร็จมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 คัน ซึ่งชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร แก่ผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ส่วนนายทุนย่านพระราม 5 ที่รับซื้อรถจักรยานยนต์จากแก๊งนี้อีกทอดหนึ่งนั้นหลบหนีไปได้แบบหวุดหวิด ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย” พ.ต.อ.ภัสพงษ์ กล่าว

คดีต่อมา พ.ต.ท.พจน์ บำรุงชาติ รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนูพล จินตาคม และ พ.ต.ท.เจษฎา ประยูรบุตร สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ ร่วมกันจับกุม นายสุดยอด หรือ ยอด เกิดเกษร อายุ 42 ปี ลูกจ้างสำนักงานเทศบาลอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.661/2560 ลงวันที่ 17 ต.ค. 60 ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันควร พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อบาเร็ตต้า 1 กระบอก และรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌว 7338 กรุงเทพมหานคร อีก 1 คัน โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.นนทบุรี

พ.ต.ท.ธนูพล กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์รถยนต์ของผู้เสียหาย ภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราษฎร์บูรณะ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบ นายเฉลิม ปั่นกำจร อายุ 39 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้เสียหายเล่าว่า ขับรถยนต์โตโยต้า ของกลาง มาพบ นายสุดยอด เพื่อนที่เคยขอความช่วยเหลือด้วยการยืมเงินมาใช้จ่าย จำนวน 9,000 บาท เพื่อเจรจาเรื่องหนี้สิน แต่ปรากฏว่าตัวเองก็ไม่มีเงินใช้หนี้ จึงถูก นายสุดยอด ใช้อาวุธปืนตบจนได้รับบาดเจ็บ หนำซ้ำ นายสุดยอด ยังขับรถยนต์ของตนเองหลบหนีไป จากนั้นทางพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาธนบุรี ก่อนติดตามไปจับกุมตัวนายสุดยอดเอาไว้ได้ที่บ้านพัก เบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าโมโหที่เพื่อนไม่ยอมคืนเงิน จึงบันดาลโทสะลงมือก่อเหตุ.