วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โปรโมชั่นพิเศษพ่นพิษ


ท่วงท่าลีลาออกงานอีเวนต์ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ณ วันนี้

ฝ่ายการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ เห็นเป็นต้องหนาวๆ ร้อนๆกันบ้าง

เพราะมันไม่ใช่อย่างที่ท่านผู้นำออกมาพูดตอกย้ำ ว่าไม่ใช่นักการเมือง-ไม่เล่นการเมือง

แต่วันนี้ภาพของ “ลุงตู่” คือนักการเมืองเต็มตัว

กับฉากล่าสุดที่กระทรวงการคลัง ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และ ขสมก. จัดให้ “นายกฯบิ๊กตู่” ร่วมทดลองใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับระบบอีทิกเกต (E-Ticket) กับรถโดยสารประจำทางสาย 178 ที่ติดตั้งระบบพร้อมอุปกรณ์อีทิกเกต จะเริ่มใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป

โดยจะติดตั้งระบบดังกล่าวทั้งในรถเมล์ธรรมดา และรถเมล์ปรับอากาศ ทั้งสิ้น 2,600 คัน แต่นำร่องติดใช้ไปก่อน 800 คัน

โปรโมชั่นนี้เป็นหนึ่งในสวัสดิการของผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนคนจนเอาไว้กับรัฐบาล คสช.

ก่อนหน้านี้ คุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เพิ่งจะแย้มโปรพิเศษว่า เป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มวงเงินในการซื้อสินค้าผ่านร้านธงฟ้ามากขึ้น จากเดิมที่ได้รับรายละ 200-300 บาทต่อเดือน โดยการโยกเงินจากสวัสดิการบางส่วนที่ประชาชนไม่ค่อยได้ใช้บริการมาเพิ่มในส่วนนี้

เพราะมีเสียงเรียกร้องจากคนต่างจังหวัดว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้บริการ ขสมก. หรือ บขส.เท่าไหร่นัก และไม่เกินกรอบวงเงิน 4.19 หมื่นล้านบาท ที่จะใช้ในปี 2560

เป็นการเดินเกมมัดใจรากหญ้าต่อเนื่อง

ตุนคะแนนเสียงไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับ “นายกฯคนนอก”

เชื่อว่าก่อนที่คุณสมชัยจะออกมาเปิดโปรพิเศษรอบนี้ คงได้รับสัญญาณมาจากผู้มีอำนาจบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นจะกล้าพูดถึงเนื้องานที่เดินต่อเนื่องกับนโยบายสำคัญแบบนี้หรือ

แต่ดันเหาะเกินลงกาไปหน่อย

ผลคือคล้อยหลังไม่ทันข้ามวัน ทั้ง นายกฯประยุทธ์ และ คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ เฉ่งเอากลางวง ครม.

ตามรายงานข่าวพาดหัวในหน้าเศรษฐกิจว่า ทั้งนายกฯและรองนายกฯสมคิด รู้สึกโกรธมาก เกรงจะถูกนำไปตีเป็นประเด็นการเมือง ว่าเพิ่มวงเงินเพื่อเอื้อให้ทุนใหญ่ขายสินค้าได้เพิ่ม

เพราะวันนี้รัฐบาล คสช. ถูกครหาหนักว่า ออกนโยบายเอื้อกลุ่มทุนใหญ่

ดีไม่ดีงานนี้อาจกระเทือนไปถึงเก้าอี้ “ปลัดคลัง” เอาได้

คุณสมชัยเองคงอ่านสัญญาณออก จึงรีบออกมาปฏิเสธว่ายังไม่มีนโยบายการเพิ่มวงเงินในบัตรคนจน เพียงแต่มีกระแสข่าวว่าคุณสมคิดสั่งการให้กระทรวงการคลังไปศึกษาแนวทางเท่านั้น

ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว ด้วยความหวังดีอยากเด้งรับสนองงานให้รัฐบาล คสช. จะกลายเป็นดาบสองคมกลับมาเชือดตัวเองหรือไม่

เป็นบทเรียนว่า นักเตะในทีมถูกวางให้เล่นตำแหน่งไหน ก็ทำหน้าที่ตรงนั้นไป

อย่ามาออฟไซด์เกินหน้ากัปตันทีม!

เพลิงสุริยะ