วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียดายฟิลิปปินส์

(ภาพ : AP)


รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจของธนาคารโลกบอกว่า ปีนี้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เศรษฐกิจโตที่สุดในภูมิภาคคือกัมพูชา ซึ่งโตร้อยละ 6.8 รองลงมาคือ สปป.ลาว โตร้อยละ 6.7 ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 6.6 เมียนมาร้อยละ 6.4 เวียดนามร้อยละ 6.3 มาเลเซีย ร้อยละ 5.2 อินโดนีเซียร้อยละ 5.1 และไทยร้อยละ 3.5

ฟิลิปปินส์มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท็อปทรีของอาเซียน ในย่อหน้าแรก ผมรับใช้ว่าจีดีพีของฟิลิปปินส์ พ.ศ.2560 อยู่ที่ร้อยละ 6.6 แต่พอถึง พ.ศ.2561-2562 ธนาคารโลกบอกว่าจีดีพีฟิลิปปินส์จะเพิ่มเป็นร้อยละ 6.7 ประธานาธิบดีดูเตร์เตพูดย้ำๆ ซ้ำๆ หลายครั้งว่าจะทำให้ฟิลิปปินส์เป็นสังคมของชนชั้นกลาง แต่ผมดูแล้วน่าจะยากครับ เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์เป็นแบบรวยกระจุก จนกระจาย

องค์กรเพื่อช่วยเหลือคนยากจนจากสหรัฐฯที่เข้าไปสำรวจในฟิลิปปินส์อย่างละเอียดบอกว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีคนยากจนที่สุด (หมายถึง คนที่ไม่มีศักยภาพพอที่จะมีอาหารกินถึง 3 มื้อ) มากถึงร้อยละ 12.1

สำนักงานสถิติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ออกมาบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่พุ่งกระฉูดถึงร้อยละ 6.6 ไม่ได้ช่วยให้ผู้คนในภาคเกษตรและประมงหาเงินได้เพิ่มขึ้นเลย ใน 2 ภาคนี้มีคนยากจนมากถึงร้อยละ 34

แม้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ต้นไม้ใบหญ้าพืชพรรณธัญญาหารมีหลากหลาย เป็นประเทศที่มีเกาะแก่งมากมาย มีชายทะเลยาวเหยียด แต่คนยังอดอยากขาดแคลนอาหารไม่น้อย คนยากจนกลุ่มหนึ่งยังต้องประทังชีวิตจากอาหารเศษประเภทกระดูกไก่ที่ถูกทิ้งจากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เอามาล้างน้ำ แล้วก็นำไปปรุงใหม่แล้วจึงเอามาทาน เรื่องเศษอาหารจากร้านฟาสต์ฟู้ดไก่ทอดนี่ เดี๋ยวนี้กลายเป็นธุรกิจใหม่ มีการจ่ายเงินให้คนเก็บขยะไปค้นหาเศษไก่เอามาปรุงใหม่แล้วนำไปรับประทาน

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีผู้นำที่มีคุณสมบัตินำชาติไปสู่ความมั่งคั่งรุ่งเรืองหลายคน อย่างโกราซอน อากีโน และฟิเดล รามอส สองคนนี้ดูแลประเทศอยู่นาน 12 ปี ทุกอย่างขยับจะเงยหัวขึ้นทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

แต่หลังจากฟิเดล รามอส หมดวาระ นายโจเซฟ เอสตราดาเข้ามาเป็นผู้นำประเทศก็ถอยหลังไปอีกหลายก้าว ยุคของกลอเรีย อาร์โรโยซึ่งอยู่ในอำนาจถึง 9 ปี (เป็นรองประธานาธิบดี 3 ปี เมื่อนายเอสตราดา ถูกให้ออก อาร์โรโยก็ขึ้นเป็นประธานาธิบดี 3 ปี และชนะเลือกตั้งอีก 1 สมัย 6 ปี) ยุคนี้นี่ล่ะครับ มีหลายคนวิเคราะห์ว่าฟิลิปปินส์ลงเหว

ฟิลิปปินส์มาดีอีกครั้ง เมื่อได้นายเบนิกโน อากีโนที่ 3 ลูกชาย ของนายเบนิกโน และนางโกราซอน อากีโน เป็นประธานาธิบดีอยู่ 6 ปี ดูเตร์เตเข้ามาเป็นประธานาธิบดีเมื่อ 30 มิถุนายน 2559 ฟิลิปปินส์ก็มีข่าวไม่ดีเกิดขึ้นรายวัน ตั้งแต่ปากไม่ดีด่ากราดผู้คนไปทั่ว สั่งใช้ความรุนแรงปราบปรามยาเสพติด และอีกมากมายหลายอย่าง

12 ตุลาคม 2560 ดูเตร์เตพูดว่า สหภาพยุโรปแทรกแซงกิจการภายในฟิลิปปินส์ แกบอกด้วยว่า แกมีความเชื่อว่าชาติยุโรปเหล่านี้ กำลังวางแผนที่จะขับฟิลิปปินส์ให้พ้นจากความเป็นสมาชิกสหประชาชาติ จากนั้นก็ใช้คำหยาบคายกับนักข่าว และนักการทูตสหภาพยุโรป ด่าถึงขนาดว่าพวกนี้เป็นลูกโสเภณี

เราไม่เคยเห็นมาตรฐานของผู้นำประเทศไหนแย่เท่าดูเตร์เตแล้วครับ ผมไม่ทราบว่าอะไรอยู่ใต้สมองของดูเตร์เต แกชี้มือไปที่นักข่าวแล้วก็บอกว่า “พวกชาติยุโรปเห็นว่าฟิลิปปินส์ยากจน ก็เลยให้เงินช่วยเหลือ แต่ขณะเดียวกันก็บงการ เราเคยถูกล่าอาณานิคมมาแล้ว อย่ามาทะลึ่งกับเรา พวกคุณคิดว่าเราโง่ ผมขอให้พวกเอกอัครราชทูตจากประเทศเหล่านี้ฟังผมให้ดี...”

ผู้อ่านท่านครับ ประโยคที่ดูเตร์เตพูดต่อจากนั้นก็คือ แกจะไล่พวกเอกอัครราชทูตชาติสหภาพยุโรปออกจากฟิลิปปินส์ภายใน 24 ชั่วโมง

ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคนฟิลิปปินส์ทนคำพูดและพฤติกรรมของผู้นำของตัวเองได้ หรือสิ่งที่แสดงออกมานี้เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนคนฟิลิปปินส์รากหญ้า

ฐานะเป็นประชากรประชาคมอาเซียนคนหนึ่ง

ผมเสียดายฟิลิปปินส์ครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com