วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอรัฐฟันธงช่วยทีวีดิจิทัล

บอร์ด กสทช.ไฟเขียวลดค่าต๋งจากรายได้

บอร์ด กสทช.ไฟเขียวลดค่าต๋งทีวีดิจิทัล ส่วนแนวทางอื่นๆตามข้อเสนอของสมาคมทีวีดิจิทัลให้รอรัฐบาลสั่งการลงมา เพราะเกินอำนาจ กสทช.ทั้งงดจ่ายเงินค่าประมูล สนับสนุนค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล พร้อมสั่งปรับช่อง 3 วงเงิน 50,000 บาท เหตุละคร “เพลิงบุญ” มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.เห็นชอบร่างประกาศ เรื่องการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี สำหรับผู้ประกอบการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) และนำมาเสนอบอร์ด กสทช.เพื่อประกาศบังคับใช้ต่อไป คาดว่าไม่เกินต้นปี 2561 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมปี 2560

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมใหม่นั้น จะจัดเก็บเป็นแบบขั้นบันไดของรายได้ ดังนี้ 1.รายได้ตั้งแต่ 0-100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.125% 2. รายได้เกิน 100-500 ล้านบาท จัดเก็บ 0.25% 3.รายได้เกิน 500-1,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.5% 4.รายได้เกิน 1,000-5,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.75% 5.รายได้เกิน 5,000 ล้านบาท จัดเก็บ 1.5% ส่วนอัตราปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ ดังนี้ 1.รายได้ 0-5 ล้านบาทแรก จัดเก็บ 0.50% 2. รายได้ส่วนที่เกินกว่า 5-50 ล้านบาท จัดเก็บ 0.75% 3.รายได้ส่วนที่เกินกว่า 50-500 ล้านบาท จัดเก็บ 1.00% 4.รายได้ส่วนที่เกินกว่า 500-1,000 ล้านบาท จัดเก็บ 1.75% 5.รายได้ส่วนที่เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จัดเก็บ 2.00%

“การลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ กสทช.สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ ส่วนมาตรการช่วยเหลืออื่นๆตามที่ทางสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือนั้น ต้องรอรัฐบาลสั่งการก่อน เพราะข้อเสนอที่ทางสมาคมได้ยื่นข้อเสนอมานั้นเกินอำนาจ กสทช.ทั้งสิ้น ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการก็มาร้องให้ กสทช.ช่วย แต่ก็เกินอำนาจ กสทช.จึงไปร้องรัฐบาลให้ออก ม.44 ตามอำนาจรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลก็ออก ม.44 ในการช่วยเหลือผ่อนปรนการจ่ายเงินงวดประมูลมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นหากจะให้รัฐบาลช่วยอีก ก็ต้องเสนอรัฐบาลออก ม.44 อีกรอบ”

สำหรับข้อเสนอของสมาคมทีวีดิจิทัลนั้น ในเบื้องต้นประกอบด้วย การขอหยุดจ่ายเงินค่าประมูลในส่วนที่เหลืออีก 16,837 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งสิ้น 54,422.44 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้จ่ายเงินไปแล้วกว่า 64% วงเงิน 34,817 ล้านบาท ถือว่าเกินราคาขั้นต่ำของการประมูลไปมาก ซึ่ง กสทช.กำหนดไว้เพียง 15,190 ล้านบาทเท่านั้น การขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัลปีละ 2,500 ล้านบาท โดยใช้เงินจากโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล เพราะประชาชนไม่มาแลกคูปองทีวีดิจิทัล ทำให้มีเงินเหลือราว 3,000-4,000 ล้านบาท และการนำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลือมาเปิดประมูลเพื่อให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งจะส่งผลให้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มช่องทีวีดิจิทัลจาก 27 เป็น 48 ช่องตามแผนงานเดิมของ กสทช.อีก ในอดีตธุรกิจทีวีสร้างรายได้ดี มีกำไร แต่ปัจจุบันย่ำแย่ เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และไม่มีใครรู้ว่าในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า จะมีการเทคโนโลยีใดเปลี่ยนแปลงไปอีก ฉะนั้นต้องรอถามเจ้าของเฟซบุ๊กที่จะเดินทางมาเยือนเมืองไทย เพื่อพบนายกรัฐมนตรี ในปลายเดือน ต.ค.นี้

นอกจากนี้ บอร์ด กสทช.ได้มีมติสั่งปรับช่อง 3 เอชดี เป็นเงิน 50,000 บาท เนื่องจากรายการละครเพลิงบุญ เข้าข่ายผิด ม.37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เพราะมีเนื้อหาไม่เหมาะสม และหากช่อง 3 จะนำละครเพลิงบุญมาฉายซ้ำ หรือรีรันอีก จะต้องจัดระดับรายการใหม่ ให้ละครเพลิงบุญ เป็นระดับ น.13 รายการที่เหมาะสมกับผู้ชมที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป.