วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือเจ๋ง–ไก่ดี–หงส์ดุ

โดย หมวดแซม

สามทีมดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้, “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต่างนัดกันทำผลงานได้อย่างสวยหรูในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสามทีมต่างมีโอกาสสดใสที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไป

มาดูผลงานของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ กันก่อน ปรากฏว่าทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา เปิดรังเอติฮัด สเตเดียม ไล่เชือด “อัซซูรา” นาโปลี ทีมแกร่งจากกัลโชซีรีเอ อิตาลี ไปได้หวุดหวิด 2-1 ส่งผลให้แมนฯซิตี้ เก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน มี 9 คะแนนเต็ม นำโด่งเป็นจ่าฝูงกลุ่มเอฟ ทิ้งอันดับ 2 ชัคเตอร์ โดเนตสก์ ห่างถึง 3 แต้ม

เกมนี้ แมนฯซิตี้ถล่มนำห่างทีมเยือนไปก่อน 2-0 ตั้งแต่ยังไม่พ้น 15 นาทีแรกของเกมด้วยซ้ำ จากการยิงของราฮีม สเตอร์ลิง ในนาทีที่ 9 ต่อด้วยกาเบรียล เชซุส ในนาทีที่ 13

แต่ครึ่งหลัง นาโปลีมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จากการสังหารจุดโทษของอมาดู ดิยาวารา ในนาทีที่ 73 ทว่าทีมเยือนก็ทำได้ดีที่สุดแค่นั้น จบเกมชัยชนะจึงตกเป็นของเจ้าบ้านแมนฯซิตี้ด้วยสกอร์ 2-1

ตำแหน่ง “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ของแมนฯซิตี้ในเกมนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเควิน เดอ บรอยน์ กองกลางจอมทัพทีมชาติเบลเยียม ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของทีมเรือใบสีฟ้า และยังเป็นคนแอสซิสต์จ่ายบอลให้เชซุส ยิงประตูที่ 2ให้ทีม แถมเจ้าตัวยังเกือบมีชื่อเป็นผู้ทำประตูด้วย หากลูกยิงของเขาจะไม่พุ่งไปชนคานในครึ่งแรก

ด้วยฟอร์มร้อนแรงเช่นนี้ เชื่อว่าแมนฯซิตี้ จะตบเท้าฉลุยเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปียนส์ลีก ในฐานะแชมป์กลุ่มเอฟอย่างแน่นอน

หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยอดกุนซือชาวสเปนของแมนฯซิตี้ ออกมายกย่องนาโปลีว่าเป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ตนเคยปะทะมาเลยทีเดียว “มันเป็นเกมที่มหัศจรรย์มาก ทั้งสองทีมต่างเล่นกดดันสูง ผ่านบอลกันเยอะ นาโปลีเป็นหนึ่งในยอดทีมเท่าที่ผมเคยเจอมาในอาชีพของผม ไม่ต้องสงสัยในเรื่องนั้นเลย บางทีอาจจะยอดเยี่ยมทีี่สุดด้วย มันเพอร์เฟกต์ ถ้าเราเล่นได้ไม่ดี เราก็ไม่มีทางเอาชนะทีมอย่างนาโปลีได้หรอก”

ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมไม้ประดับในศึกแชมเปียนส์ลีก หลังจากสามารถบุกไปยันเจ๊า “แชมป์เก่า” เรอัล มาดริด ถึงถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น คอบอลต่างโฟกัสไปที่การประชันความคมในการทำประตูระหว่างคริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์ของเรอัล มาดริด ดวลกับแฮร์รี เคน กองหน้าเท้าไฟของสเปอร์ส

นัดนี้สเปอร์สเป็นฝ่ายบุกมานำก่อนด้วย จากการทำเข้าประตูตัวเองของราฟาเอล วาราน ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศส ในนาทีที่ 28 แต่ก่อนหมดครึ่งแรกแค่ 2 นาที ราชันชุดขาวมาตามตีเสมอได้ จากการยิงจุดโทษของคริสเตียโน โรนัลโด สุดท้ายเกมก็จบลงด้วยการเสมอกัน 1-1

การเจ๊ากันนัดนี้ ทำให้เรอัล มาดริด และสเปอร์ส ต่างมี 7 คะแนน จาก 3 เกมเท่ากัน แถมลูกได้เสียก็ยังเท่ากัน แต่ทีมไก่เดือยทองผงาดนำจ่าฝูงกลุ่มเอช

ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็สามารถปลดล็อกคว้าชัยนัดแรกในแชมเปียนส์ลีกได้แล้ว หลังบุกไปถล่มมาริบอร์ ทีมดังสโลวีเนีย กระจุยท่วมท้นถึง 7-0 หลังจากก่อนหน้านี้ พวกเขาทำได้แค่เสมอ 2 เกมรวด

นัดนี้ โรแบร์โต ฟีร์มิโน กับโมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมาตะบันคนละสองเม็ด พาหงส์แดงคว้าชัยชนะสุดหอมหวนในศึกถ้วยใหญ่ยุโรป

ชัยชนะ 7-0 นัดนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูลสร้างสถิติใหม่ กลายเป็นทีมจากอังกฤษที่ชนะเกมเยือนศึกถ้วยใหญ่ยุโรปด้วยสกอร์มากสุด ทำลายสถิติเดิมที่ลีดส์ ยูไนเต็ด เคยทำไว้ด้วยการบุกชนะลิน 6-0 ในปี 1969

เห็นฟอร์มล่าสุดของ 3 ทีมดังเมืองผู้ดีแล้ว เชื่อว่า “เรือใบสีฟ้า–หงส์แดง–ไก่เดือยทอง” จะตีตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์แชมเปียนส์ลีกได้แน่นอน.

หมวดแซม