วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอ๊คย่องเงียบ มอบตัวฟอกเงิน พบดีเอสไอ-ปฏิเสธ พท.ป้องหญิงหน่อย

พท.มั่นใจ “สุดารัตน์” ไม่เสียศูนย์หลังโดนถล่ม ใช้รถแห่เชิญชวนประชาชนปลูกต้นดาวเรือง ย้ำเจตนาดีไม่มีการเมืองแฝง “วัฒนา” ฉุนแทนอัดกลับ “บิ๊กตู่” น่าละอายฉวยโอกาสซ้ำเติมเติมไฟขัดแย้ง วงใน พท.ฟันธง “หญิงหน่อย” เสียเชิง คะแนนผู้นำลดวูบ สนช.ชี้พลาดอย่างแรง สอนทำดีไม่จำเป็นต้องตีปี๊บ เชื่อโอกาสนำเพื่อไทยริบหรี่ ปชป.สำทับจ้องหาเสียงผิดกาลเทศะ ข้องใจตีโพยตีพายกันไม่เลิก “รัชดา” ชำแหละบัตรคนจนไม่กระตุ้น ศก.จริง เย้ยแจกเงินสดเลยยังดีกว่า สนช.ยังเชื่อ ก.ม.ลูก สตง.ไม่บานปลายถึงขั้นตั้ง กมธ.ร่วม “โอ๊ค” ย่องพบดีเอสไอแล้ว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาฟอกเงินกรุงไทย

กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถแห่ที่มีป้ายชื่อตัวเองขณะทำกิจกรรมเชิญชวนประชาชนปลูกต้นดาวเรือง โดยถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม แอบแฝงการหาเสียง ทั้งยังถูกฝ่ายรัฐบาลตำหนิติเตียนนั้น ล่าสุดยังคงมีการพูดถึงประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ไปถึงสถานะการนำพรรคเพื่อไทยของคุณหญิงสุดารัตน์

พท.เชื่อมั่น “สุดารัตน์” ไม่เสียศูนย์

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนปลูกต้นดาวเรือง โดยใช้รถแห่จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ในสังคมออนไลน์ และมีเสียงตำหนิจากทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมว่า คุณหญิงสุดารัตน์มีเจตนาดีในการทำกิจกรรมดังกล่าวเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย อยากให้ทุกคนมองที่เจตนาเป็นหลัก และคุณหญิงสุดารัตน์เองก็ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้วว่าไม่มีเจตนาให้เป็นประเด็นทางการเมือง ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง คสช.ก็ยังไม่ปลดล็อกให้กำกิจกรรม คงไม่มีใครคิดลองดี คสช. เชื่อว่ากิจกรรมของคุณหญิงสุดารัตน์ไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง และคงไม่มีผลกระทบทางการเมืองต่อคุณหญิงสุดารัตน์ที่เป็นหนึ่งในแคนดิเดตผู้นำพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งแต่อย่างใด

“วัฒนา” ฉะ “บิ๊กตู่” ฉวยโอกาสซ้ำเติม

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เยอะเกินไปมั้ย” เชื่อว่าการแสดงออกของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เป็นการฉวยโอกาสหาเสียง เพราะเป็นนักการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมานาน ย่อมทราบดีว่าสถานการณ์แบบนี้ควรวางตัวเช่นไร สิ่งที่คุณหญิงได้กระทำลงไปคือการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ซึ่งเป็นเสรีภาพที่สามารถกระทำได้โดยไม่มีรูปแบบ แต่เมื่อเกิดประเด็นที่ทำให้กลุ่มคนอีกฝ่ายเกิดความเข้าใจผิด คุณหญิงก็ได้ออกมากล่าวขอโทษกับสังคมแล้ว เรื่องนี้จึงสมควรยุติลง อย่างไรก็ตาม เผด็จการเคยชินกับการละเมิดสิทธิของประชาชน เลยเถิดมาถึงเสรีภาพในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ซึ่งทุกคนพึงมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะประกอบอาชีพหรือมีบทบาทใดในสังคม นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง จึงควรวางตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่และควรช่วยคลี่คลายสถานการณ์เพื่อสร้างบรรยากาศปรองดอง แต่การออกมาซ้ำเติมคุณหญิงโดยขอให้สังคมช่วยกันประณาม ทั้งที่คุณหญิงไม่ได้ทำสิ่งใดที่เป็นความผิด จึงเป็นการฉวยโอกาสทางการเมืองในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ขยายตัวมากขึ้น ตนว่าน่าละอาย

วงในฟันธง “หญิงหน่อย” เสียมวย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า แกนนำและสมาชิกพรรคส่วนใหญ่มองว่าการดำเนินกิจกรรมของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนั้น ส่งผลกระทบทางการเมืองต่อคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เป็นแคนดิเดตคนต้นๆ ที่จะเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขณะนี้แคนดิเดตผู้นำพรรคมีอยู่หลายคน และอดีต ส.ส.ของพรรคก็ไม่ได้ให้การสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ทั้งหมด ดังนั้น กระแสด้านลบที่ออกมานี้ อาจทำให้โอกาสการนำพรรคของคุณหญิงสุดารัตน์ลดลงไปจากเดิม สำหรับคนที่ดูมีโอกาสดีขึ้นเรื่อยๆ คือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เพราะได้แรงสนับสนุนจากนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบกับนายชัชชาติเองก็ได้ถอนตัวจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ คสช.แต่งตั้งก่อนหน้านี้

สนช.ชี้เส้นทางนั่ง หน.พรรคตีบตัน

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. กล่าวว่า การที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถแห่เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนปลูกดอกดาวเรือง ดูแล้วไม่เหมาะสม เป็นการเกาะกระแส ถือว่าพลาดอย่างแรง เป็นบทเรียนให้นักการเมืองต้องระวังว่าเรื่องใดสมควรทำหรือไม่สมควรทำ การจะทำความดีไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ ทุกคนทำความดีอยู่แล้ว ถ้าจะเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมกิจกรรมจริง เหตุใดต้องขึ้นรถกระบะแห่ มีรถขบวนประกบ ดูแล้วไม่เหมาะสม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้โอกาสที่คุณหญิงสุดารัตน์จะขึ้นไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแทบจะหมดโอกาสไปแล้ว คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถือเป็นเรื่องขั้นตอนภายในพรรคเพื่อไทยที่จะต้องไปพิจารณาภายในพรรคกันเอง แต่เห็นว่าเส้นทางไปสู่หัวหน้าพรรคของคุณหญิงสุดารัตน์ถือว่าทางแคบแล้ว

ปชป.ข้องใจตีโพยตีพายไม่เลิก

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ได้รับการโปรดเกล้าจนเป็นถึงคุณหญิง การกระทำใดๆ ที่หมิ่นเหม่ต่อการมิบังควรจะต้องหลีกเลี่ยง ดูจากพฤติกรรมการ มีป้ายชื่อตัวเอง มีรถตำรวจนำ ทำให้คนทั่วไปมองว่าเป็นการหาเสียง ในฐานะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนักการเมืองมานาน เป็นระดับรองหัวหน้าพรรค และเป็นอดีตรัฐมนตรี ต้องมองสถานการณ์ได้ว่าการกระทำในลักษณะนี้ไม่สมควร เพราะเดือน ต.ค. เป็นเดือนแห่งความเศร้าโศก ทุกคนต้องถวายความเคารพอย่างสูงสุด มิใช่มากระทำการเเบบคาบลูกคาบดอก ภาพออกไปถือว่าเสียหายมาก แม้จะออกมาขอโทษแล้ว แต่ก็มีนักการเมืองในสังกัดเดียวกันออกมาตีโพยตีพายอยู่ จึงสงสัยว่าเป็นการขอโทษจริง หรือขอโทษเพียงรูปแบบ ก็ขอให้สำเหนียกสำนึกว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ

ชี้บัตรคนจนไม่กระตุ้น ศก.จริง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลแจกบัตรสวัสดิการคนจนแล้วในหลายพื้นที่แต่ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาว่า อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะหาข้อสรุป ถ้ามองจากมุมเรื่องการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้มีรายได้น้อย ถือว่ารัฐมีเจตนาดีสามารถลดภาระได้ระดับหนึ่ง แต่จะเป็นประโยชน์เฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงร้านค้าร่วมโครงการกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีอยู่จำนวนน้อยมาก โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนกรณีเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มก็ใช้ได้กับร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนดเท่านั้น ประชาชนยิ่งเข้าถึงลำบากกว่ากรณีร้านค้าเสียอีก จึงเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ไขต่อไปว่าจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มจำนวนร้านค้าชุมชนกระจายไปทั่วทุกตำบล ถ้าหากจะเพิ่มเครือข่ายผ่านร้านสะดวกซื้อของเอกชนยักษ์ใหญ่ ก็จะเป็นการทำลายผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่นหนักเข้าไปอีกหรือไม่ มีข้อกังขาว่าบัตรสวัสดิการคนจนที่ซื้อของได้เฉพาะสินค้าที่ขายในร้านธงฟ้า แต่ไม่สามารถซื้อในร้านเล็กๆ ทั่วไป แผงขายอาหารสดในตลาดก็ไม่ได้อย่างนี้แล้ว ในทางเศรษฐศาสตร์มาตรการนี้ไม่ส่งเสริมให้เงินเปลี่ยนผ่านมือในระบบเศรษฐกิจ เงินจะหมุนเพียงไม่กี่รอบ ปลายทางผู้รับเงินเต็มๆคือผู้ผลิตรายใหญ่ เศรษฐกิจอาจไม่ได้รับการกระตุ้นเพียงพอ

เย้ยแจกเงินสดเข้าบัญชีเลยดีกว่า

“มีหลายฝ่ายเสนอว่าถ้าจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือแบบนี้ สู้โอนเงินสด 200 บาท เข้าบัญชีโดยตรงไปเลยไม่ดีกว่าหรือ เงินจะหมุนเวียนได้คล่องตัวในระดับท้องถิ่น สู่แม่ค้าส้มตำ ลูกชิ้นปิ้งหรือร้านค้าข้างทางได้ และที่สำคัญค่าบริหารจัดการนั้นก็น้อยกว่านี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องสำรวจการดำเนินการตามมาตรการนี้อย่างใกล้ชิดว่าติดขัด รั่วไหลหรือไม่ แม้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในทางใดทางหนึ่งได้ในวันนี้ แต่การติดตามและประเมินต้องทำควบคู่อย่างจริงจัง และหากพบว่ามีปัญหาก็ขอให้ทบทวนโดยทันที อย่าให้ซ้ำรอยโครงการรับจำนำข้าวที่หลายภาคส่วนเตือนแล้วแต่รัฐบาลไม่ฟัง เพราะไม่ว่าจะโครงการเล็กโครงการใหญ่ ถ้าดีก็เดินหน้า หากไม่ดีก็ต้องแก้ไข อย่าดันทุรัง เสียดายเงินภาษีของประชาชน” น.ส.รัชดากล่าว

“มีชัย” เผยร่าง ก.ม.ลูก ป.ป.ช.ขอแก้อื้อ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ก่อนการประชุมนายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ส่งความเห็นกลับมายัง กรธ.และสิ่งที่จะแก้ไข ส่วนใหญ่เป็นเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติ ระยะเวลา และอำนาจ โดย ป.ป.ช.เห็นว่าระยะเวลาที่ กรธ.กำหนดในเรื่องต้องไต่สวนภายใน 7 วันหลังรับเรื่อง หรือกรณีถ้าไต่สวนแล้วพบว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ผิดจะต้องแจ้งกลับภายใน 7 วัน อาจทำไม่ทัน เดิม กรธ.คิดว่ากำหนดไว้พอสมควรแล้ว ดังนั้น จึงเห็นว่าเมื่อเรื่องถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วให้ ป.ป.ช.ไปแก้ไข แต่ถ้านานไปประชาชนจะบ่นได้ อย่างไรก็ตามสืบเนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเขียนรองรับในกรณีที่สำนักงานตรวจการแผ่นดิน (สตง.) พบการทุจริตให้ส่งเรื่องมายัง ป.ป.ช.ได้ด้วย แต่ ป.ป.ช.ท้วงว่าจะทำให้กระทบอำนาจของเขา กรธ.เห็นว่าเรื่องนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้จึงทำอะไรไม่ได้ ไม่ถือว่าเป็นการตัดอำนาจ ป.ป.ช.แต่อย่างใด เพราะเขายังเป็นผู้พิจารณาเหมือนเดิม ทั้งนี้ กรธ.ยังพิจารณาข้อท้วงติงไปได้ครึ่งเดียว เพราะ ป.ป.ช.ส่งมาเยอะมาก เกือบทุกมาตรา จึงต้องใช้เวลา แต่ยังไงก็ต้องทัน

เชื่อไม่ต้องตั้ง กมธ.ร่วม ก.ม.สตง.

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. กล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินของที่ประชุม สนช.ในวันที่ 19 ต.ค. เท่าที่ฟังเสียงสมาชิก สนช. พบว่าส่วนใหญ่เห็นตรงกับคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ที่ไม่อยากให้ สตง.มีอำนาจมาตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่ทุจริตได้ โดยมองว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เพราะหากจะตรวจสอบการทุจริตของ ป.ป.ช. ก็สามารถยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินได้อยู่แล้ว ดูแนวโน้มแล้วเชื่อว่าที่ประชุมคงยืนตามเนื้อหาที่ กมธ.แก้ไขมา แม้จะไม่ตรงกับสิ่งที่ กรธ.เสนอมา แต่เชื่อว่าน่าจะรอมชอมกันได้ในที่ประชุม กรธ.น่าจะยอมถอย แต่คงใช้เวลาทำความเข้าใจกันนานหน่อย เพราะก่อนหน้านี้มีหลายกรณีที่ กรธ.ขึงขังตั้งท่าไม่ยอม แต่เมื่อ สนช.อธิบายด้วยเหตุผลแล้ว กรธ.ก็ยอมรับได้ ไม่น่าจะถึงขั้นต้องตั้ง กมธ.ร่วมทบทวนเนื้อหา เพราะอาจถูกมองว่า สนช.มีเจตนาเตะถ่วงกฎหมายลูก

ตัวแทนศาล รธน.ไม่ขาดคุณสมบัติ

ที่รัฐสภา นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังการประชุมนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหา กกต. โดยมีมติเอกฉันท์ตัดสิทธิตัวแทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) และตัวแทนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) จากการเป็นคณะกรรมการสรรหา กกต. เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานส่งชื่อตัวแทนเป็นกรรมการสรรหาฯมาให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไม่ทันภายในเวลา 20 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือส่งชื่อกลับมาเกินวันที่ 3 ต.ค. จึงถือว่าคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ขณะนี้เหลือคณะกรรมการสรรหา กกต. 6 คน แต่ยังสามารถดำเนินขั้นตอนสรรหาต่อไปได้ ส่วนคุณสมบัติตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ระบุว่า ขัดคุณสมบัติเนื่องจากพ้นตำแหน่งข้าราชการการเมืองไม่ถึง 10 ปีนั้น จากการตรวจสอบพบว่านายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญ มีคุณสมบัติถูกต้อง เพราะไม่เคยดำรง ตำแหน่งข้าราชการการเมืองมาก่อน

ยันไม่เคยนั่งเก้าอี้ ขรก.การเมือง

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนกำหนดวันรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น กกต.นั้น จะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 19 ต.ค. ถึงวันที่ 10 พ.ย.2560 ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และอาคารสุขประพฤติ กทม. เชื่อว่าจะมีผู้สนใจมาสมัครพอสมควร โดยคุณสมบัติ กกต.ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดนั้น ไม่ถือว่าเป็นคุณสมบัติขั้นเทพ เป็นคุณสมบัติธรรมดา อย่างกรณีคณะกรรมการสรรหา กกต.ไม่ถือว่าคัดเลือกยาก เพียงแต่บางคนส่งชื่อมาช้าเกินไป

นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการสรรหา กกต. กล่าวว่า หลังจากมีข่าวตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญคุณสมบัติขัดต่อการเป็นกรรมการสรรหา กกต.นั้น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหนังสือตรวจสอบไปยังสำนักงานเลขาธิการ ครม. ให้ตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการสรรหา กกต.ทุกคน พบว่านายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญมีคุณสมบัติถูกต้อง ไม่เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ อีกทั้งได้สอบถามนายเจริญศักดิ์ก็ยืนยันไม่เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาก่อน

“โอ๊ค” ย่องพบดีเอสไอก่อนกำหนด

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดีเอสไอได้ออกเอกสารข่าวระบุว่า ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีหนังสือถึงดีเอสไอ เพื่อส่งข้อมูลและแจ้งผลการดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดกรณีผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อนุมัติสินเชื่อให้แก่กลุ่มบริษัทกฤษฎามหานคร จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ จากนั้นดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษจนต่อมาพนักงานอัยการ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เห็นชอบร่วมกันว่าคดีมีพยานหลักฐานตามสมควรจะแจ้งข้อกล่าวหาบุคคล 4 คน ได้แก่ 1.นางเกศินี จิปิภพ 2.นางกาญจนาภา หงษ์เหิน 3.นายวันชัย หงษ์เหิน และ 4.นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ข้อหา 1.สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป 2.ร่วมกันฟอกเงิน 3.ได้มีการกระทำความผิดฟอกเงิน และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานเพื่อรับทราบข้อหา ในวันที่ 24ต.ค.นี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. เวลา 14.00 น.บุคคลทั้ง 4 ราย เดินทางมาเข้าพบก่อนกำหนด

ปฏิเสธทุกข้อหาฟอกเงินกรุงไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวน ได้ร่วมกันแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาและแจ้งข้อหาบุคคล ทั้ง 4 โดยผู้ต้องหาทุกคนปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และประสงค์จะส่งเอกสารประกอบการแก้ข้อหา พิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยจะนำมามอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษโดยเร็ว และเนื่องจากบุคคลทั้ง 4 ยังไม่มีหมายจับของศาล เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จสิ้น จึงเดินทางกลับในเวลา

ประมาณ 17.00 น. วันเดียวกัน

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธ หลังจากนี้ทางผู้ต้องหาจะรวบรวมหลักฐานมาให้พนักงานสอบสวน โดยยังไม่ได้ระบุว่า จะนำมาให้วันไหน ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะรวบรวม พยานหลักฐานก่อนส่งสำนวนคดีนี้ให้พนักงานอัยการก่อนจะหมดอายุความ ประมาณกลางปี 61

สอบพยานคดีขอนแก่นโมเดล

วันเดียวกัน ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 อ.เมืองขอนแก่น ศาลนัดสอบพยานโจทก์คดีร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ร่วมกันสะสมกำลังอาวุธ และซ่องโจร หรือคดีขอนแก่นโมเดล นัดที่ 4 โดยมี จ.ส.ต.ประทิน จันทร์เกศ เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมพวกอีก 25 คน เดินทางมาศาล มีกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้พนักงานอัยการทหารขอเบิกตัว ร.ต.อ.นพดล ถาโงกโป้ง ตำรวจชุดจับกุมมาให้การต่อศาล สำหรับคดีนี้มีพยานฝ่ายโจทก์ทั้งหมด 120 คน ส่วนฝ่ายจำเลยมีการแต่งตั้งทนายความรับผิดชอบคดีรวม 14 คน มีการสอบพยานโจทก์กันตลอดทั้งวันตามเวลาที่ศาล มทบ.23 กำหนด

“ปานเทพ” ผุด 4 แนวทางล้างบางโกง

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แถลงความคืบหน้าการจัดทำแผนปฏิรูปฯว่า มีกรอบการทำงาน 4 ด้าน 1.การป้องกันและเฝ้าระวัง ให้ความรู้และสร้างเครือข่ายประชาชนในการแจ้งเบาะแส 2.การป้องปราม ส่วนราชการต้องมีมาตรการต่อต้านการทุจริต สร้างวัฒนธรรม จริยธรรมในองค์กร หัวหน้าส่วนราชการต้องกวดขันสอดส่อง หากปล่อยปละละเลยต้องรับผิดชอบทางวินัย ปกครอง และอาญา ต้องมีการประเมินคุณธรรมภายในองค์กร หากไม่ผ่านเกณฑ์หัวหน้าส่วนราชการต้องรับผิดชอบ และกำหนดให้ข้าราชการทุกระดับต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 3.การปราบปรามต้องรวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด ต้องเชื่อมโยงระหว่างการปราบปรามการทุจริตกับการฟอกเงิน และมีมาตรการติดตามทรัพย์สินคืน และ 4. การบริหารจัดการในอนาคต ต้องมีหน่วยงานในลักษณะเดียวกับศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แต่ไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง

ขรก.ทุกระดับต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปฯ กล่าวว่า สำหรับการให้ข้าราชการยื่นบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สิน ทุกส่วนราชการ ข้าราชการทุกระดับจะต้องยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินปิดผนึกมากับสมุดประวัติ หัวหน้าส่วนราชการไม่มีสิทธิเปิดดู เมื่อมีการร้องเรียนให้ส่งให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ส่วนกรณีที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินใหม่ ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากบัญชีเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งใหม่

ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปฯ กล่าวว่า จะมีการเปิดรับฟังข้อมูลจากทั้งภาครัฐ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วประเทศ ในส่วนต่างจังหวัดจะลงพื้นที่ในเดือน พ.ย. 60 ขณะที่ส่วนราชการต่างๆได้มีการเชิญมาให้ข้อมูล เบื้องต้นจะรับฟังผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ ป.ป.ท. รวมทั้งเว็บไซต์ทุกส่วนราชการ เพื่อนำมาประมวลกำหนดเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริต

“บุญสร้าง” โวคืบหน้าแผนปฏิรูป ตร.

ที่รัฐสภา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ว่า วันนี้ที่ประชุมพูดถึงตำรวจไทยในอนาคตยุคไซเบอร์ ซึ่งเป็นการบ้านที่ตนให้อนุกรรมการฝ่ายวิชาการได้ทำรายงานว่า ตำรวจไทยในอนาคตต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เรื่องนี้ต้องใช้เวลาพอสมควร อยากให้สื่อทำความเข้าใจว่าการทำงานของคณะกรรมการจะยังไม่ถึงข้อสรุปสุดท้าย แต่ในวันที่ 1 เม.ย.2561 จะต้องได้กฎหมายออกมาใช้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ที่บอกว่ายังไม่ได้ข้อสรุปเพราะกฎหมายนี้เมื่อออกจากคณะกรรมการไปต้องเข้าสู่ ครม. และ สนช. ดังนั้น หากสื่อมวลชนไปถามคนที่เป็นคณะกรรมการท่านใดก็ตามว่าได้ข้อสรุปแล้วหรือไม่ อย่างไร อาจจะได้คำตอบที่ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรเลย แต่เรามีข้อสรุปสำคัญในเรื่องต่างๆแล้ว ทั้งเรื่องการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งโยกย้าย โดยแนวโน้มสำเร็จไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องภารกิจและอำนาจหน้าที่รวมถึงเรื่องสืบสวนสอบสวนสำเร็จไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ในสัปดาห์หน้าจะมีข้อสรุปในเรื่องการถ่วงดุลอำนาจว่าจะมีหนทางอย่างไร

เน้นย้ำปมถ่วงดุลตาม รธน.กำหนด

“เรื่องถ่วงดุลยืดเยื้อมาพอสมควร เพราะไม่ง่าย ถ้าไปศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องนี้จะพบการแก้ไขปรับปรุงมากกว่า 10 ครั้ง และข้อเสนอแนะต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ในสัปดาห์หน้าเราจะสรุปรวมไปถึงเรื่องอัยการ ยืนยันว่ามีอำนาจการถ่วงดุลอย่างแน่นอน เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ต่อจากนี้เวลาเดือนกว่าๆ เราจะออกไปรับฟังความเห็นเรื่องใหญ่ๆจากประชาชนอีก เพราะต้องการเหตุผลในการปรับแก้ เราฟังเสียงประชาชนมากกว่าอยู่แล้ว แต่หากเสียงตำรวจมีเหตุผลมากกว่าก็อาจจะทำตามที่ตำรวจให้เหตุผลมา ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงในวงการตำรวจจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะทั้งหมดเราทำเพื่อประชาชนที่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแลตำรวจด้วย เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดูแลประชาชน” พล.อ.บุญสร้างกล่าว

แจงคืบหน้าปฏิรูปทรัพยากร

ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายรอยล จิตรดอน ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานว่า การทำงานแบ่งเป็น 6 ด้าน คือ ทรัพยากรทางบก ทางน้ำ ทางทะเลและชายฝั่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางเป้าหมาย อาทิ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณปะการังที่สมบูรณ์จากเดิมที่มีอยู่ 5.7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 8 เปอร์เซ็นต์ใน 5 ปี และ 20 เปอร์เซ็นต์ใน 20 ปี ลดพื้นที่ปะการังที่ได้รับความเสียหายที่ปัจจุบันอยู่ที่ 66 เปอร์เซ็นต์ ให้เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ใน 5 ปี และน้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ใน 20 ปี หลังจากนี้คณะกรรมการปฏิรูปฯจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นตามภาคต่างๆ 4 เวที ในช่วงเดือน พ.ย. และจะเปิดเวทีส่วนกลางช่วงต้นเดือน ธ.ค. เพื่อนำความเห็นของประชาชนมาปรับปรุงเป็นแผนส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาช่วงปลายเดือน ธ.ค.

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ไม่มีแผนมาไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของเฟซบุ๊ก จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยและเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในวันที่ 30 ต.ค. ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ต.ค. โฆษกของเฟซบุ๊กออกมาชี้แจงว่า ในช่วงนี้ผู้นำระดับสูงของเฟซบุ๊กยังไม่มีแผนที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก ซักเคอร์เบิร์กต้องการเดินทางมาไทยเป็นการส่วนตัว แต่มีการประสานงานผิดพลาด และกลายเป็นข่าวขึ้นมา จึงขอยกเลิกการเดินทาง