วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ฮัลโหลผ่าน VoIP ตุ๋นคนไทยสูญกว่า 200 ล.

ดีเอสไอจับมือ บ.ไปรษณีย์ไทย-เอ็มเจไอบี ไต้หวัน ร่วมทลายเครือข่าย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในลักษณะองค์กรข้ามชาติ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ VoIP มีผู้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อร่วม 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 18 ต.ค. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย นายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พ.ต.ท.ธวัชชัย ศรีวรกุล ผอ.ส่วนคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 และ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ร่วมแถลงผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ ที่มีคนไทยและคนไต้หวันร่วมกระทำความผิด โดยมีผู้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อร่วม 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ พ.ย. 59 จนถึงปัจจุบัน ได้มีประชาชนร้องเรียนกับศูนย์ข้อมูล บริษัท ไปรษณีย์ไทย ว่า มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท ไปรษณีย์ไทย ดีเอสไอ ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. สำนักงาน ป.ป.ส. ธนาคารแห่งประเทศไทย ประมาณ 8,000 ราย กระทั่งมีการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่าง ดีเอสไอ MJIB (The Ministry of Justice Investigation Bureau) ประเทศไต้หวัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มาทลายแก๊งดังกล่าว



ด้าน พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบช่วง 3 เดือน พบว่าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และมีเครือข่ายดังกล่าวตั้งฐานการดำเนินงานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงอยู่ต่างประเทศ โดยคนต่างชาติร่วมมือกับคนไทย นำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ในการโทรศัพท์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ VoIP (Voice Over Internet Protocol) เพื่อให้เกิดความซับซ้อนยากแก่การติดตาม มีการแสดงหมายเลขโทรศัพท์ ในขณะรับสายเป็นเบอร์โทรของหน่วยงานรัฐ จากนั้นจะมีการพูดจาโน้มน้าว กดดัน จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเครือข่าย ในเวลาเดียวกันนั้นก็จะมีชาวต่างชาติที่แฝงตัวมาในฐานะนักท่องเที่ยว ทำการกดเงินออกโดยทันที ที่ผ่านมา จับกุมผู้กระทำผิดได้แต่เพียงผู้เปิดบัญชีรับจ้าง ผู้ถอนเงิน และผู้ช่วยเหลือ สนับสนุนรายเล็กๆ ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ



"กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2560 ได้นำกำลังร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เข้าตรวจค้น บริษัท พี เอ็ม เอ็น จำกัด ตั้งอยู่ อาคารทศพลแลนด์ 4 เขตบางนา กรุงเทพฯ หลังพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาตินี้ มีการโทรผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบ VoIP ผ่านผู้ให้บริการของบริษัทนี้ ตรวจค้นพบหลักฐานในติดต่อสื่อสาร VoIP ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พบข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ของเครือข่ายผู้กระทำผิด มีการเชื่อมโยงจากเครือข่ายจดทะเบียนทั้งใน ฮ่องกง อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา"

พ.ต.ท.วิชัย กล่าว

ว่า พ.ต.ท.วิชัย เผยอีกว่า ขณะเดียวกัน MJIB ได้เข้าทำการตรวจค้นที่ทำการของกลุ่มเป้าหมาย ที่เมืองไทจง และเมืองเหมี่ยวลี่ ประเทศไต้หวัน พบพยานหลักฐานเป็นเอกสารบทพูดที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ การสื่อสาร ที่แสดงได้ว่าร่วมกันกระทำผิดในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมจับกุมคนไทย 18 คน และคนไต้หวันอีก 7 คน โดยคนไทยทั้ง 18 คน ที่ถูกจับมี นางธัญวรรณ วงษ์ภักดี และนายณัฐสิทธิ์ สามตะคุ ซึ่งมีหมายจับคดีคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย และชักชวนคนไทยไปทำงานรับโทรศัพท์ที่ไต้หวัน โดยได้รับค่าตอบแทนมากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือนด้วย.