วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหลือเชื่อ!โจรกระชากสร้อย ไปขายร้านเดียวกัน เจอเหยื่อจังๆ ยังหนีรอด

เหลือเชื่อ! 1 ในล้าน เหยื่อถูกกระชากสร้อยทองขาดกลางเมืองหาดใหญ่ เอาเศษทองที่เหลือเมื่อเช้ามาเปลี่ยน คนร้ายก็ใจตรงกัน ดันเอาสร้อยของกลางมาขายร้านเดียวกัน เจ้าของสร้อยจำได้ สุดท้ายคนร้ายวิ่งหนีลอยนวล

เมื่อเวลา 11.23 น. วันที่ 18 ต.ค. เจ้าของร้านทองห้องทองจินดา ตั้งอยู่เลขที่ 157 ย่านถนนทุ่งเสา 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา  โทรแจ้งตำรวจ หลังพบเหตุบังเอิญ เมื่อมีชายต้องสงสัยอายุประมาณ 25-30 ปี ที่คาดว่าน่าจะเป็นโจรวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำได้นำสร้อยคอทองคำที่อยู่ในสภาพขาดมาขาย 

เจ้าของร้านเล่าเหตุการณ์บังเอิญให้ฟังว่า ในเวลาเดียวกันกับที่ชายต้องสงสัยนำสร้อยทองขาดครึ่งมาขาย ปรากฏว่า นางผิวพรรณ ตันยะกุล อายุ 31 ปี ก็ได้นำสร้อยทองขาดครึ่งหนึ่งมาเปลี่ยนที่ร้านเดียวกัน  กระทั่งทางร้านนำทองของทั้งสองคนมาชั่ง ปรากฏว่าเป็นทองลายเดียวกัน น้ำหนักครบ 2 สลึง และข้อต่อที่ขาดเข้ากันทุกอย่าง

"นางผิวพรรณ รีบออกตัวว่า เป็นเจ้าของสร้อย เพราะจำได้แม่นยำว่า สร้อยดังกล่าวเป็นของตัวเองที่เพิ่งถูกสองคนร้ายขับรถจักรยานยนต์กระชากขาดไปครึ่งหนึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เหตุเกิดใกล้บ้านพักบริเวณถนนร่วมพัฒนา หลังห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ขณะขี่จักรยานยนต์ออกมาซื้อของ" 


เจ้าของร้าน ให้ข้อมูลต่อว่า ต่อมาทางร้านจึงหันไปถามข้อมูลจากชายต้องสงสัย ให้รายละเอียดกลับมาว่า ตัวเขาเป็นพนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์ เก็บได้ในถังขยะเมื่อคืนนี้หากไม่เชื่อก็จะไปตามพ่อมาช่วยยืนยัน โดยเจ้าของสร้อยพร้อมทางร้านขายทองช่วยกันยืนยันหนักแน่น ว่าสร้อยทั้งสองเส้นเป็นชิ้นเดียวกัน ชายต้องสงสัยเริ่มแสดงอาการลุกลี้ลุกลน เดินออกจากร้านไป กระทั่งถูกสามีของ นางผิวพรรณ ซึ่งเป็นทหารดักตัวเอาไว้เพื่อรอให้ตำรวจมาก่อน ขณะเดียวกันชายต้องสงสัย ฉวยจังหวะวิ่งหนีไปในซอยข้างร้านทอง โดยยอมทิ้งรถจักรยานยนต์ซูซูกิรุ่นสกายไดร์สีแดงขาว หมายเลขทะเบียน งจค 668 สงขลา เอาไว้หน้าร้าน

"ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากทางร้าน จึงให้ฝ่ายสืบสวน ตรวจที่เกิดเหตุและค้นเอกสารภายในรถทราบชื่อผู้ครอบครองคือ นายมงคล ไชยคีรี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ซอยชุมชนบ่อนไก่-ทางยาง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเมื่อเทียบเคียงกับชายต้องสงสัยจากภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านทองก็พบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งทางตำรวจฝ่ายสืบสวนจะเชิญตัวมาสอบสวนอีกครั้งว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่ อย่างไรก็ตามถือเป็นเหตุน่าบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ"