วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พวกป่วนเมืองพึงระวัง

อดีตที่ผ่านมา พวกกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่องว่างกฎหมายที่ไม่ได้บัญญัติเป็นความผิด กรณีเอาปืนปลอม สิ่งเทียมอาวุธปืน ระเบิดปลอม ไปก่อเหตุอาชญากรรม ก่อคดีชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา แต่ไม่มีความผิดหรือรับโทษเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าปืนปลอม สิ่งเทียมอาวุธปืน และระเบิดปลอม

ไม่ใช่อาวุธ

การกระทำผิดใดๆที่กฎหมายบัญญัติให้เพิ่มโทษกรณีกระทำโดยมีอาวุธ พวกเอาปืนปลอม และระเบิดปลอม ไปกระทำผิดด้วย จึงไม่ต้องรับโทษเพิ่มขึ้น ส่วนพวกชอบสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง ที่เอาระเบิดปลอมที่ทำเหมือนระเบิดจริงไปวางในสถานที่ต่างๆ พวกที่แกล้งโทรศัพท์ไปหลอกว่าจะวางระเบิด หรือวางระเบิดที่นั่นที่นี่

ทำให้เกิดการตื่นตระหนก กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยในหมู่ประชาชน อดีตที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดเป็นการเฉพาะเช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้เพียงดำเนินคดีข้อหาฐาน “ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวฯ แกล้งบอกเล่าความเท็จฯ” ซึ่งก็เป็นเพียงความผิดลหุโทษ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่เกิดความเกรงกลัว ไม่หลาบจำ อาจทำให้มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง ความปลอดภัยอย่างเลี่ยงไม่ได้

ปัญหานี้เกิดมานานแล้วเกือบ 70 ปี นับแต่ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มีผลใช้บังคับตั้งแต่ พ.ศ.2490 ซึ่งก็เคยจะมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยมีใครแก้ไขเรื่องนี้มาก่อน

จนวันที่ 12 ตุลาคม ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ สนช.ได้เสนอผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน 2490 ด้วยมติเห็นด้วย 201 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง

สาระสำคัญคือ มีการเพิ่มนิยามศัพท์ของคำว่า “สิ่งเทียมลูกระเบิด”

ไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีมาก่อน เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ ต่อไปนี้พวกเอาปืนปลอม ระเบิดปลอมไปใช้ทำผิดอาญาจะต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติในมาตรานั้นๆ 1 ใน 3

ส่วนพวกป่วนเมืองจะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นอย่างน้อย รวมทั้งมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง นำเข้า ค้า สิ่งเทียมอาวุธปืน สิ่งเทียมลูกระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต พาติดตัวไปต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มิฉะนั้นมีโทษทางอาญาเช่นกัน

คงจะช่วยปรามคนที่จะทำผิด พวกที่คิดร้ายต่อบ้านต่อเมือง มาช่วยกันทำบ้านเมืองให้สงบ ประชาชนปลอดภัย ภายใต้ “จิตสำนึก”

ร่วมกันว่า “ผลประโยชน์ของชาติสำคัญกว่าผลประโยชน์ส่วนตน”

ประเทศไทยจะได้เดินหน้านำความสุขมาให้คนไทยทุกคน โดยไม่ต้องเอากฎหมายมาบังคับใช้

อย่าลืม “ทำดี ทำได้ ทำทันที” และมีสมาธิด้วย.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th