วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผวาหมี! ลงป่าล้ำเขตชาวบ้าน จนอยู่ไม่เป็นสุข จนท.เร่งจับคืนสู่ธรรมชาติ

ชาวบ้านผวา!!! จนท.อุทยานป่าเสด็จในกรมหลวงชุมพร ลงตรวจสอบพื้นที่ "หมีขอ" ออกอาละวาดกัดสัตว์เลี้ยง ใช้กรงเล็บฉีกเปลือกโคนต้นทุเรียนจนยืนต้นตาย พืชสวนถูกทำลาย จนชาวบ้านกลัวจะเข้าทำร้าย ต้องวอนอย่าล่า เตรียมวางกำลังดักจับคืนสู่ป่า...



จากกรณีชาวบ้านหวาดผวากับหมีที่ออกมาอาละวาดกัดสัตว์เลี้ยง และทำลายพืชสวนทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ห่างจากด้านหลังโรงพัก สภ.ท่าแซะ ประมาณ 700 เมตร ตามข่าวที่เสนอนั้น



ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ต.ค. 60 นายอาทร กำลังใบ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) นายปิยพันธ์ มณเฑียรทอง หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดรับแจ้งเหตุ สภ.ท่าแซะ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านจำนวนหนึ่งลงพื้นที่ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามชาวบ้านที่พบเห็นหมีที่ออกมากัดสัตว์เลี้ยง และทำลายพืชสวนทางการเกษตรเพื่อเก็บเป็นข้อมูล และจากการตรวจสอบต้นกระถินเทพา ต้นมะพร้าว ต้นทุเรียน ต้นกล้วย และพืชสวนอีกหลายชนิด พบมีร่องรอยของหมีใช้กรงเล็บตะปบรอบๆ โคนต้น จนเปลือกนอกฉีกขาดจนถึงเนื้อไม้ โดยเฉพาะต้นทุเรียน อายุประมาณ 4-5 ปี หลายต้นต้องอยู่ในสภาพยืนต้นตาย เนื่องจากเปลือกนอกถูกฉีกขาดออกจนหมด และพบรอยเท้าหมีทั้งรอยเก่าและใหม่เหยียบย่ำไปมาในหลายจุด เจ้าหน้าที่ได้ใช้ตลับเมตรวัดและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ชาวบ้านหลายรายต้องนำอุปกรณ์ถุงพลาสติกมาห่อหุ้มโคนต้นทุเรียนไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทำลายและบอกว่าพืชผลทางการเกษตรเสียหายได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาไม่กล้าออกไปไหน พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งจับหมีตัวดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว 



นายอาทร กำลังใบ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยกู้ภัยและชาวบ้านตามจุดต่างๆ พบรอยเท้าและรอยกรงเล็บที่ตะปบต้นไม้พืชสวนชาวบ้าน คาดว่าน่าจะเป็น "หมีขอ" ซึ่งตัวยังโตไม่เต็มวัย เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับตัวชะมด และอีเห็น ตัวใหญ่สุดเท่ากับสุนัข มักจะออกหากินตอนกลางคืนและเช้ามืด ส่วนกลางวันจะนอนตามยอดไม้หรือป่าทึบ 
พฤติกรรมที่ชอบตะปบเปลือกต้นไม้ดังกล่าวนั้น เนื่องจากเป็นหมีขอที่อยู่ในวัยขี้เล่น 



นายอาทร กล่าวต่อว่า คาดว่าหมีตัวดังกล่าวคงจะไม่เดินทางลงมาจากป่าเขาที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนแห่งนี้ อาจจะเป็นหมีที่มีชาวบ้านลักลอบเลี้ยงแล้วหลุดออกมาจากกรง หรือถูกปล่อยทิ้งเพราะกลัวความผิด หรืออีกกรณีอาจจะมีพวกค้าสัตว์ป่าลักลอบขนมากับรถยนต์ แล้วเจอด่านตรวจจึงปล่อยทิ้งลงข้างทาง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู คอยออกตรวจสอบทุกวันเพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจ หากเจอตัวก็จะใช้ปืนยิงยาสลบ หรือใช้กรงดักขนาดใหญ่วางตามจุดต่างๆ เพื่อจับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป และขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงชาวบ้านด้วยว่า หากพบเห็นหมีตัวดังกล่าวขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัย อย่าได้ฆ่าหรือทำร้ายมัน เพราะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 จะมีความผิดตามกฎหมาย.